Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

อีเธอเรียม(ETH) ส่อฟื้นตัวหลังร่วง 11% ปลายปี 2025 ผู้เชี่ยวชาญชี้ราคาอาจแตะ 9,000 ดอลลาร์ในระยะกลาง

อีเธอเรียม(ETH) ปิดปี 2025 อย่างยากลำบากหลังจากลดลงไปราว 11% โดยราคาของสินทรัพย์ดิจิทัลรายใหญ่อันดับสองถูกเทขายหลุดระดับ 3,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 434,000 บาท) ภายในไม่กี่สัปดาห์หลังจากทำจุดสูงสุด จากนั้นมีการดีดตัวขึ้นเล็กน้อยรับปีใหม่ อย่างไรก็ตาม ทิศทางของตลาดยังคงไร้เสถียรภาพ

โดยทั่วไปแล้ว เดือนมกราคมมักจะเป็นเดือนที่ดีสำหรับอีเธอเรียม ซึ่งในช่วง 9 ปีที่ผ่านมา ราคาปรับตัวขึ้นถึง 5 ครั้ง แต่ปี 2025 กลับแตกต่างออกไป ราคาเริ่มต้นปีด้วยการปรับตัวลดลง และลดต่อเนื่องเป็นเวลา 3 เดือน กลายเป็นขาลงที่ยาวนานที่สุดในรอบ 9 ปี เหตุการณ์นี้เป็นการเบี่ยงเบนจากรูปแบบตามฤดูกาลของราคาที่นักลงทุนคุ้นเคย ทำให้ความไม่มั่นคงในตลาดเพิ่มสูง

แม้สถานการณ์จะซบเซา แต่ผู้เชี่ยวชาญหลายรายยังคงมั่นใจใน ‘พื้นฐาน’ ของอีเธอเรียม โดยทอม ลี(Tom Lee) นักลงทุนสายกระทิงชื่อดัง ชี้ว่าราคา ETH อาจพุ่งสูงถึง 7,000–9,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 1.01–1.3 ล้านบาท) ภายในระยะกลาง ทั้งยังมองว่าการดีดกลับครั้งนี้ไม่ใช่ ‘รอบซูเปอร์ไซเคิล’ แต่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของตลาดซึ่งอาจส่งผลต่อแนวโน้มระยะยาว

ตลอดปีที่ผ่านมา เครือข่ายของอีเธอเรียมได้รับการอัปเกรดครั้งใหญ่ถึง 2 ครั้ง ได้แก่ Pectra และ Fusaka ซึ่งช่วยยกระดับความสามารถในการปรับขนาดและลดค่าธรรมเนียมลง เหล่า ‘นักวิเคราะห์’ คาดว่าสิ่งเหล่านี้อาจกลายเป็น ‘ปัจจัยกระตุ้น’ ให้เกิดการไหลเข้าสู่ตลาดจากฝั่ง ‘นักลงทุนสถาบัน’ ในปี 2026

ในแง่เทคนิค อีเธอเรียมเริ่มฟื้นตัวขึ้นเล็กน้อยและกำลังไต่กลับสู่กรอบราคาขาขึ้นอีกครั้ง โดยเมื่อเร็ว ๆ นี้ราคาได้แตะระดับ 2,750 ดอลลาร์ (ราว 397,000 บาท) พร้อมกับรูปแบบราคาในกราฟรายวันบ่งชี้ว่า ถ้า ETH สามารถทะลุแนวต้านที่ 3,250 ดอลลาร์ (ราว 470,000 บาท) ได้ ราคาอาจยกเลิกโครงสร้างขาลงทั้งหมด แต่นักวิเคราะห์ระบุเพิ่มว่าจำเป็นต้องมี ‘ปริมาณการซื้อขาย’ ที่หนาแน่นกว่าปกติเข้ามาประกอบเพื่อให้ราคาทะลุแนวต้านนี้อย่างยั่งยืน

ภายใน 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ราคาของอีเธอเรียมขยับตัวขึ้น 2.4% กลับมายืนเหนือระดับ 3,000 ดอลลาร์ได้อีกครั้ง ขณะเดียวกัน ‘ปริมาณการซื้อขาย’ ก็พุ่งสูงถึง 15,000 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 2.16 ล้านล้านบาท) คิดเป็น 4% ของมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด

หนึ่งในสัญญาณที่เป็นที่จับตามองล่าสุดคือ RSI หรือ ‘ดัชนีความแข็งแกร่งสัมพัทธ์’ ซึ่งตัวเลขค่า RSI ได้พุ่งขึ้นเหนือเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 14 วัน ส่งผลให้ตลาดตีความว่าเกิด ‘สัญญาณซื้อ’ แบบเทคนิค แนวโน้มเชิงบวกนี้ช่วยกระตุ้นความเชื่อมั่นของนักลงทุนกลับคืนมา

ในขณะที่ราคาของอีเธอเรียมส่งสัญญาณฟื้นตัว ตลาดคริปโตประเภท ‘มิมโทเคน’ ก็เริ่มกลับมาคึกคักอีกระลอก โดยเหรียญใหม่อย่าง Maxi Doge($MAXI) ได้รับความสนใจในฐานะ ‘ผู้สืบทอดความสำเร็จของด็อจคอยน์ (DOGE)’ กระแสความนิยมจากนักลงทุนกลุ่มแรกทำให้เหรียญนี้กลายเป็นจุดสนใจอย่างรวดเร็ว คล้ายกับช่วงเวลาที่ DOGE เคยพุ่งทะยาน

Maxi Doge แตกต่างจากมิมโทเคนทั่วไปโดยมีแนวคิดออกแบบเชิงชุมชนเพื่อเทรดเดอร์ ให้ผู้ใช้งานมีพื้นที่แลกเปลี่ยนกลยุทธ์ สร้างคอนเทนต์แสดงผลกำไร และเข้าร่วมการแข่งขันพร้อมรางวัล เช่นกิจกรรม ‘Maxi Ripped’ ซึ่งรวมความสนุกและประโยชน์ทางเศรษฐกิจเข้าด้วยกัน

การเข้าร่วมลงทุนในโครงการก็ทำได้ง่าย โดยผู้สนใจเพียงเชื่อมกระเป๋าสตางค์ผ่านเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ จากนั้นสามารถซื้อเหรียญผ่านเหรียญอื่นหรือแม้แต่ใช้บัตรธนาคารได้โดยตรง ช่วยลดข้อจำกัดสำหรับมือใหม่เข้าสู่ตลาด

*ความคิดเห็น: แม้แนวโน้มจะยังไม่ชัดเจน แต่องค์ประกอบหลายอย่างเริ่มแสดงให้เห็นถึงสัญญาณเชิงบวก ทั้งในแง่โครงสร้าง กราฟเทคนิค และความสนใจจากตลาด โดยเฉพาะในกลุ่มสินทรัพย์เสี่ยงอย่างมิมโทเคน นักลงทุนอาจจับตาการเคลื่อนไหวของราคาในระดับ 3,250 ดอลลาร์และ RSI อย่างใกล้ชิด เพื่อวางแผนการลงทุนรับรอบขาขึ้นถัดไป*

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1