อีเธอเรียม(ETH) กลับมายืนเหนือระดับ *3,000 ดอลลาร์* ได้อีกครั้ง หลังจากเคลื่อนไหวอย่างผันผวนและอยู่ในช่วงราคารัดตัวตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา การฟื้นตัวครั้งนี้ให้ความหวังในระยะสั้นสำหรับนักลงทุน แต่ผู้เชี่ยวชาญหลายรายมองว่ายังเร็วเกินไปที่จะกล่าวว่าเป็นการเริ่มต้นของแนวโน้มขาขึ้นอย่างแท้จริง
จากข้อมูลของ CryptoQuant เมื่อวันที่ 24 ค่าดัชนี Taker Buy/Sell Ratio เฉลี่ย 14 วันที่วัดจากการซื้อขายในไบแนนซ์สำหรับอีเธอเรียม อยู่ที่ *1.005* ซึ่งนับเป็นระดับสูงที่สุดนับตั้งแต่เดือนกรกฎาคมปีที่ผ่านมา ค่าสัดส่วนนี้สูงกว่า ‘1’ หมายความว่า *คำสั่งซื้อแบบตลาด(market buy order)* มีมากกว่าคำสั่งขาย แสดงถึงแรงซื้อจากผู้เล่นในตลาดฟิวเจอร์ส และความคาดหวังว่าอีเธอเรียมจะปรับตัวสูงขึ้นต่อ
อย่างไรก็ตาม รายงานของ CryptoQuant อธิบายเพิ่มเติมว่า ค่านี้อาจสะท้อนถึง *กลยุทธ์สะสมในช่วงราคาต่ำ* (bottom fishing) มากกว่าจะเป็นการตามกระแสราคาในระยะขาขึ้นจริง ๆ กล่าวคือ ยังไม่พบแรงส่งของแนวโน้ม ‘ขาขึ้นชัดเจน’ ณ จุดนี้
ด้านนักวิเคราะห์ชี้ให้เห็นว่า แม้ค่า Taker Buy/Sell Ratio ที่สูงขึ้นจะเป็นสัญญาณบวกต่อบรรยากาศการลงทุน แต่ต้องไม่มองข้ามข้อจำกัด เพราะเป็นเพียงข้อมูลจากตลาดฟิวเจอร์สเท่านั้น ซึ่งยังไม่สะท้อนถึง *ความต้องการในตลาดจริง* การจะยืนยันแนวโน้มขาขึ้นได้ จำเป็นต้องเห็นแรงซื้อในตลาดสปอต เพิ่มขึ้นควบคู่กับการทะลุผ่านแนวต้านสำคัญ
รายงานเตือนว่า หากราคาขึ้นจากคำสั่งซื้อในตลาดฟิวเจอร์สเพียงอย่างเดียว โดยไม่มีทุนที่ไหลเข้าจริง ก็มีแนวโน้มที่ราคาจะกลับตัวลดลงอีกครั้ง ซึ่งในอดีตก็เคยเกิดขึ้นมาแล้วหลายครั้งตามรูปแบบเดียวกัน
แม้อีเธอเรียมจะสามารถแตะระดับ 3,000 ดอลลาร์ได้อีกครั้ง ซึ่งถือเป็นระดับจิตวิทยาสำคัญ แต่ภาพรวมขณะนี้ราคายัง *ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 100 วันและ 200 วัน* อยู่ นั่นหมายความว่าโครงสร้างระยะกลางถึงยาวยังคงเป็นกลางค่อนไปทางขาลง
ในตอนนี้ ราคาของอีเธอเรียมเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบกว้างระหว่าง *2,800 ถึง 3,400 ดอลลาร์* โดยพบว่ามีแรงซื้อบริเวณแนวรับด้านล่าง แต่เมื่อขึ้นถึงระดับแนวต้านด้านบน กลับเกิดแรงขายซ้ำ ๆ อย่างต่อเนื่อง ทำให้มุมมองจากนักวิเคราะห์เห็นตรงกันว่า หากต้องการ ‘ยืนยันแนวโน้มขาขึ้น’ อีเธอเรียมจะต้อง *ผ่านและยืนเหนือโซน 3,300–3,500 ดอลลาร์* ให้มั่นคงก่อน
นอกจากนี้ การฟื้นตัวล่าสุดยังเกิดขึ้น *โดยไม่มีปริมาณการซื้อขายที่ตามมารองรับ* อีกทั้งแรงซื้อที่เกิดขึ้นก็ยังค่อนข้างจำกัด แสดงให้เห็นว่าผู้เล่นในตลาดยังระมัดระวังและรอความชัดเจนก่อนจะเข้าลงทุนอย่างจริงจัง
ท้ายที่สุด หากอีเธอเรียมต้องการกลับเข้าสู่แนวโน้มขาขึ้นอย่างแน่นอน จำเป็นต้องเห็นสัญญาณจากตลาดแบบ ‘ออฟเชน’ เช่น *ปริมาณซื้อขายในตลาดสปอตที่เพิ่มขึ้น จำนวนกระเป๋าสตางค์ที่ถอนเงินออกจากกระดานเทรดมากขึ้น* รวมถึง *กิจกรรมบนเครือข่ายออนเชนที่คึกคักขึ้น*
ดังนั้น การพึ่งพาสัญญาณจากตลาดฟิวเจอร์สเพียงอย่างเดียวอาจยังไม่เพียงพอ นักลงทุนจึงควรรอดูทิศทางที่เด่นชัดและรอแรงสนับสนุนจากตลาดจริง ก่อนจะตัดสินใจก้าวสู่ตลาดขาขึ้นอย่างมั่นใจ ความชัดเจนยังเป็นสิ่งที่ตลาดกำลังรออยู่ในเวลานี้
ความคิดเห็น 0