บริษัทคริปโต ‘คอยน์เบส’ เรียกร้องให้ทางการสหรัฐฯ ยกเลิกมาตรฐานด้าน ‘ความเสี่ยงด้านชื่อเสียง’ โดยชี้ว่าข้อกำหนดดังกล่าวเคยถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองในการกีดกันบริษัทคริปโตจากการเข้าถึงบริการธนาคารอย่างไม่เป็นธรรม
เมื่อเร็ว ๆ นี้ คอยน์เบสได้ส่งจดหมายเปิดผนึกถึงสำนักงานควบคุมสกุลเงินของสหรัฐ(OCC) และองค์การประกันเงินฝากของรัฐบาลกลาง(FDIC) โดยระบุว่า หน่วยงานกำกับดูแลมีการใช้แนวคิดคลุมเครือเรื่อง ‘ความเสี่ยงด้านชื่อเสียง’ มากดดันให้ธนาคารเลิกทำธุรกิจกับบริษัทในวงการคริปโต ซึ่งทางคอยน์เบสมองว่า สะท้อนถึงปฏิบัติการกีดกันทางการเงินที่ดำเนินการในยุคของรัฐบาลไบเดน หรือที่รู้จักในชื่อ *Operation Chokepoint 2.0*
ฝ่ายนโยบายของคอยน์เบส นำโดยฟายาร์ ซีร์ซาด(CPO) ระบุว่า *“หน่วยงานกำกับใช้ความเสี่ยงด้านชื่อเสียงเป็นเครื่องมือในการบีบบังคับธนาคารไม่ให้ทำธุรกิจกับลูกค้าในอุตสาหกรรมคริปโต”* คอยน์เบสจึงออกมาสนับสนุนแผนของ OCC และ FDIC ที่เสนอให้ยกเลิกเกณฑ์นี้โดยสิ้นเชิง
คอยน์เบสชี้เพิ่มเติมว่า มาตรฐานกำกับดูแลควรอิงกับเกณฑ์ที่ชัดเจน วัดผลได้ เช่น *‘ความปลอดภัย ความมั่นคง และการปฏิบัติตามกฎหมาย’* ไม่ใช่ขึ้นกับ ‘การรับรู้ของสาธารณชน’ หรือ ‘บริบททางการเมือง’ ที่ไม่มีความเป็นกลาง บริษัทเผยว่า จากการใช้สิทธิภายใต้กฎหมายข้อมูลเสรี (FOIA) และคดีความ พวกเขาได้เอกสารภายในของรัฐบาลที่ยืนยันว่า บริษัทคริปโตตกเป็นเป้าหมายโดยเจตนา
*“การกำกับอย่างลับ ๆ แบบนี้ สร้างผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจของเราอย่างหนัก แม้แต่พนักงานก็ยังไม่สามารถเข้าถึงบริการธนาคารขั้นพื้นฐานได้”* บริษัทกล่าว และยังเน้นว่า โครงสร้างที่เป็นอยู่เอื้อต่อการหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบของหน่วยงานรัฐ
คอยน์เบสยังระบุว่า แนวทางการแก้ไข ‘เพียงบางส่วน’ จะไม่ช่วยอะไร เพราะหน่วยงานกำกับอาจเปลี่ยนชื่อเรียกแล้วกลับมาใช้แนวคิดเดิมได้ในอนาคต และธนาคารก็ยังสามารถใช้ ‘กระแสสังคม’ เป็นข้ออ้างในการปฏิเสธลูกค้าที่แม้ไม่มีปัญหาทางกฎหมาย คอยน์เบสจึงเสนอว่า หากมีการดำเนินการใด ๆ ต่อภาคธุรกิจ ควรมีเหตุผลทางการเงินที่เฉพาะเจน เช่น *ความเสี่ยงด้านเครดิต, สภาพคล่อง, การดำเนินงาน หรือข้อกฎหมาย*
ประเด็นนี้ปรากฏอยู่กลางวงการถกเถียงในสหรัฐเกี่ยวกับการ *‘ไม่ให้ภาคคริปโตเข้าถึงบริการธนาคาร (debanking)’* โดยผู้ประกอบการในวงการและสมาชิกพรรครีพับลิกันหลายราย โจมตีหน่วยงานกำกับว่า ใช้อิทธิพลกดดันธนาคารอย่างลับ ๆ ในขณะที่ธนาคารใหญ่โต้แย้งว่า พวกเขาเพียงแค่ปฏิบัติตามหน้าที่ในการรักษาการกำกับดูแลให้ถูกต้องตามกฎหมายเท่านั้น
เสียงวิจารณ์ที่ก่อตัวขึ้นในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ทำให้ OCC ต้องเปิดเผยรายงานการสอบสวนเมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้ว รายงานระบุว่า มีธนาคาร 9 แห่งในสหรัฐช่วงปี 2020 ถึง 2023 ที่ปฏิเสธบริการอย่างไม่เหมาะสมต่อกิจการที่ถูกกฎหมาย ซึ่งรวมถึงบริษัทคริปโตด้วย การสอบสวนนี้ดำเนินการตามคำสั่งฝ่ายบริหารของประธานาธิบดีทรัมป์เมื่อเดือนสิงหาคม 2020 ที่มุ่งเน้น ‘การสร้างความเป็นธรรมในการเข้าถึงบริการธนาคาร’
โจนาธาน โกลด์ ผู้ตรวจการแห่ง OCC กล่าว *“สิ่งที่เราพบนั้นสอดคล้องกับความพยายามในการบิดเบือนการใช้อำนาจในระบบธนาคารแห่งชาติ หน่วยงานบางแห่งใช้อำนาจกำกับโดยไม่ได้รับอนุญาต”*
คอยน์เบสจึงเรียกร้องให้รัฐยกระดับความ *‘โปร่งใสและเป็นธรรม’* ในกฎระเบียบด้านธนาคาร และยุติการแอบใช้ข้ออ้างเชิง ‘ชื่อเสียง’ เพื่อปิดกั้นภาคธุรกิจคริปโตอย่างไม่มีความชอบธรรม
‘ความเสี่ยงด้านชื่อเสียง’ (reputational risk) กลายเป็นประเด็นร้อนที่อาจส่งผลกระทบต่อทิศทางของนโยบายการเงินในยุคถัดไป โดยเฉพาะในบริบทที่ ‘นโยบายการคัดกรองผู้ให้บริการทางการเงิน’ อาจมีความเกี่ยวโยงกับประเด็นการเมืองมากกว่าความเสี่ยงด้านการเงินที่แท้จริง — *ความคิดเห็น: ความเคลื่อนไหวครั้งนี้อาจฟื้นฟูความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการคริปโต และเปิดทางสู่การเข้าถึงระบบการเงินอย่างเท่าเทียมอีกครั้ง*
ความคิดเห็น 0