เมสซาริ รีเสิร์ช(Messari Research) รายงานว่าโมเดล ‘ยูนิเวอร์แซล เอ็กซ์เชนจ์(UEX)’ ของบิตเก็ต(Bitget) ที่ผสานข้อดีของการซื้อขายแบบรวมศูนย์(CEX) เข้ากับความโปร่งใสของระบบกระจายอำนาจ(DEX) กำลังกลายเป็นคำตอบสำคัญในการแก้ปัญหาโครงสร้างที่ซับซ้อนและกระจัดกระจายของตลาดคริปโต โมเดลนี้ประกอบด้วยสามเสาหลัก ได้แก่ การซื้อขายแบบออนเชนของบิตเก็ต, การเติบโตของหุ้นแบบโทเคน และผู้ช่วย AI ในชื่อ ‘เก็ตเอเจนต์(GetAgent)’ ซึ่งช่วยเสริมศักยภาพเหนือข้อจำกัดของแพลตฟอร์มซื้อขายแบบเดิม
โมเดล UEX วางโครงสร้างโดยมีฟีเจอร์หลักของบิตเก็ตในฐานะ CEX อยู่ตรงกลาง ขยายด้วยการรองรับมัลติเชนผ่านระบบออนเชนของบิตเก็ต และเครื่องมือผู้ช่วยที่ขับเคลื่อนด้วย AI อย่างเก็ตเอเจนต์ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่การซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลรวมถึงสินทรัพย์ที่ถูกโทเคนในรูปแบบต่าง ๆ ทั้งหมดผ่านอินเทอร์เฟซเดียว รายงานระบุว่า โครงสร้างที่บูรณาการนี้มอบ *ความเร็วในการดำเนินธุรกรรมแบบเรียลไทม์*, *ประสิทธิภาพการชำระเงิน*, และ *การเข้าถึงระดับโลก* ในระดับที่สูงกว่าการซื้อขายข้ามแพลตฟอร์มแบบเดิมที่มีต้นทุนและความซับซ้อนสูง
ไฮไลต์สำคัญคือการที่บิตเก็ตออนเชนสามารถเปิดให้ผู้ใช้ทำธุรกรรมกับสินทรัพย์แบบกระจายอำนาจด้วยยอดเงินคงเหลือจากบัญชี CEX ได้ในรูปแบบใหม่ โดยเปิดตัวแค่ 8 เดือนก็สามารถสร้างปริมาณการซื้อขายรวมได้กว่า *282.1 ล้านดอลลาร์* รองรับ 5 เครือข่ายหลัก เช่น โซลานา(SOL), อีเธอเรียม(ETH), และ BNB เชน ผู้ใช้งานยังสามารถดำเนินการแบบ *Self-Custody* ผ่านบิตเก็ตวอลเลต(Bitget Wallet) ได้อีกด้วย โดยโทเคนที่กระตุ้นการใช้งานในช่วงแรกครอบคลุมถึงเหรียญมีม ‘QUQ’ และโครงการ GameFi อย่าง ‘TAKE’
ในขณะเดียวกัน อีกหนึ่งกลุ่มที่เติบโตเร็วที่สุดคือ *หุ้นแบบโทเคน* โดยเมสซาริชี้ว่าบิตเก็ตกำลังร่วมมือกับออนโด ไฟแนนซ์(Ondo Finance) ในการขยายบริการด้านนี้ ทำให้สามารถซื้อขายหุ้นได้ 24 ชั่วโมง เป็นเจ้าของได้แบบแยกส่วน และจบการทำธุรกรรมได้รวดเร็ว ยอดรวมการซื้อขายในผลิตภัณฑ์อนุพันธ์ของหุ้นที่ถูกโทเคนทะยานขึ้นสู่ *17.1 พันล้านดอลลาร์* ภายในเพียง 5 เดือนหลังเปิดตัวเมื่อเดือนกรกฎาคม 2025 โดยในเดือนธันวาคมเพียงเดือนเดียว มูลค่าการซื้อขายก็อยู่ที่ *13.6 พันล้านดอลลาร์* ทั้งนี้ กว่า 40% ของกิจกรรมดังกล่าวเกิดขึ้นใน *เอเชียตะวันออก* ซึ่งสะท้อนถึงดีมานด์ในพื้นที่และบทบาทผู้นำของบิตเก็ตในตลาดโทเคน
เครื่องมือ AI ‘เก็ตเอเจนต์’ ก็ถูกขับเคลื่อนให้เป็นมากกว่าแค่เครื่องมือวิเคราะห์ โดยทำหน้าที่เป็น *ชั้นข้อมูล* ที่ให้คำแนะนำเชิงกลยุทธ์ ดำเนินการซื้อขายแบบเรียลไทม์ และวิเคราะห์ข้อมูลตลาด ผู้ใช้งานสามารถเข้าใจผลิตภัณฑ์ที่ซับซ้อนได้ง่ายขึ้น และดำเนินการซื้อขายด้วยคำสั่งง่าย ๆ เป็นผลให้ *ประสบการณ์ผู้ใช้ดีขึ้นอย่างมาก* “ความคิดเห็น” เครื่องมือนี้อาจกลายเป็นต้นแบบสำคัญของอินเทอร์เฟซซื้อขายผ่าน AI ในอนาคต
ในด้านความร่วมมือทางสถาบัน บิตเก็ตได้จับมือกับกลุ่มผู้ให้บริการสภาพคล่องอย่าง Ampersand, DWF Labs และ Antalpha Capital เพื่อเสริมสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านสภาพคล่องที่มั่นคง ครอบคลุมทั้งตลาดสปอตและตลาดอนุพันธ์ พร้อมควบคุมสลิปเพจให้ต่ำ ในปี 2025 เพียงปีเดียว สัดส่วนการซื้อขายแบบสถาบันในตลาดสปอตของแพลตฟอร์มพุ่งจาก *39.4% เป็น 82%* ขณะที่ตลาดฟิวเจอร์สเพิ่มจาก *3% เป็น 60%* ทั้งนี้ยังมีระบบสนับสนุนเพิ่มเติม เช่น ขีดจำกัด API ที่สูง, ระบบบัญชีย่อย, บริการกู้ยืม, และโครงสร้างค่าธรรมเนียมแบบรีเบต เพื่อรองรับกลยุทธ์ของนักลงทุนสถาบัน
เมสซาริ รีเสิร์ชสรุปว่า เสาหลักทั้งสามของโมเดล UEX ทำหน้าที่เป็น *สะพานเชื่อมระหว่าง CEX กับระบบออนเชน* ได้อย่างไร้รอยต่อ โดยเฉพาะในฐานะประตูเข้าสู่สินทรัพย์ดิจิทัลสำหรับภาคธนาคารและฟินเทค โครงสร้างแบบบูรณาการนี้มอบประสบการณ์และประสิทธิภาพที่เหนือกว่าการรวมบริการทั่วไป ส่งผลให้บิตเก็ตไม่ได้เป็นเพียงผู้เล่นที่มาพร้อมนวัตกรรม แต่เข้าใกล้เป้าหมายการเป็น *จุดยุทธศาสตร์ที่เชื่อมโยงโลกคริปโทกับการเงินดั้งเดิมอย่างแท้จริง*
ความคิดเห็น 0