สหรัฐฯ รัฐเทนเนสซีเตรียมลงทุนบิตคอยน์เป็นทุนสำรองรัฐ สูงสุด 10%
รัฐเทนเนสซีของสหรัฐฯ กำลังเดินหน้าผลักดันร่างกฎหมายที่เปิดทางให้รัฐบาลรัฐสามารถจัดสรรเงินทุนสูงสุดถึง *10% ของทรัพย์สินรัฐบาลเพื่อซื้อบิตคอยน์(BTC)* เป็นการลงทุน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ *บิตคอยน์เป็นกลยุทธ์ป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อ* ความเคลื่อนไหวครั้งนี้สืบเนื่องจากการที่รัฐเทกซัสได้บุกเบิกแนวทางการเปลี่ยนสินทรัพย์ดิจิทัลให้กลายเป็นหนึ่งในเครื่องมือทางการเงินของรัฐเมื่อปีก่อน
เมื่อวันที่ 24 (เวลาท้องถิ่น) ตามรายงานจากสื่อท้องถิ่น ร่างกฎหมายหมายเลข HB1695 ซึ่งถูกเสนอเข้าสู่สภารัฐเทนเนสซี ระบุให้ *กรมการคลังของรัฐสามารถจัดการสินทรัพย์ส่วนหนึ่งโดยใช้บิตคอยน์* ภายใต้เงื่อนไขว่าจะต้องใช้ระบบการดูแลทรัพย์สินที่มีความปลอดภัย พร้อมระบุชัดเจนว่าการลงทุนจะจำกัดเฉพาะใน *บิตคอยน์* เท่านั้น
แนวคิดนี้มีความใกล้เคียงกับกรณีของรัฐเทกซัสที่อนุมัติการใช้เงินจำนวน *10 ล้านดอลลาร์สหรัฐ* (ประมาณ *147.5 ล้านบาท*) เพื่อซื้อบิตคอยน์เข้าสู่คลังของรัฐอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ผ่านการลงนามโดยผู้ว่าการรัฐเกร็ก แอบบอตต์ และผลักดันโดย วุฒิสมาชิกชาร์ลส์ ชูเบิร์ตเนอร์ โดยได้รับการอนุมัติจากทั้งสองสภาด้วยคะแนนเสียงท่วมท้น จนกลายเป็นรัฐแรกในสหรัฐฯ ที่บรรจุบิตคอยน์ไว้ในทุนสำรองของรัฐอย่างเป็นทางการ
หากรัฐเทนเนสซีผ่านร่างกฎหมาย HB1695 นี้ได้สำเร็จ ก็จะกลายเป็นรัฐที่สองของสหรัฐฯ ที่มี *“บิตคอยน์เป็นทุนสำรองอย่างเป็นระบบ”* นับเป็นอีกก้าวหนึ่งของการนำคริปโตเคอร์เรนซีเข้าสู่กระแสหลักของนโยบายภาครัฐ
นอกจากเทนเนสซีและเทกซัสแล้ว ยังมีอีกหลายรัฐในสหรัฐฯ ที่กำลังเดินตามแนวทางคริปโตนี้ โดยเฉพาะรัฐเวสต์เวอร์จิเนีย ซึ่งเสนอร่างกฎหมาย SB143 ที่อนุญาตให้รัฐสามารถจัดสรรเงินลงทุนสูงสุด 10% ของทรัพย์สินไปยังบิตคอยน์และทองคำ ภายใต้แนวคิด *“พอร์ตป้องกันความเสี่ยงสองทาง”* สำหรับรับมือกับภาวะเงินเฟ้อ จุดที่น่าสนใจคือ ร่างกฎหมายนี้ยัง *“อนุญาตให้มีการทำสเตกกิ้ง (staking)”* ซึ่งสะท้อนความพยายามในการใช้บิตคอยน์ ซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่มีสภาพคล่องมากกว่าทองคำ เพื่อสร้างผลตอบแทนเพิ่มเติม
ขณะเดียวกัน รัฐมิสซูรี่ก็กำลังเร่งเดินหน้าร่างกฎหมาย HB2080 ที่ผ่านการพิจารณารอบที่สองแล้ว โดยจะเข้าสู่กระบวนการพิจารณาในสภาผู้แทน ซึ่งหากได้รับการอนุมัติ ก็จะทำให้รัฐมิสซูรี่สามารถจัดตั้ง *กองทุนสำรองบิตคอยน์อย่างเป็นทางการได้เช่นกัน*
แม้ความเคลื่อนไหวด้านนโยบายจะคึกคัก แต่เมื่อวันที่ 24 ราคาบิตคอยน์กลับปรับตัวลดลงต่ำกว่า *95,000 ดอลลาร์สหรัฐ* (ประมาณ *1.4 ล้านบาท*) ซึ่งอาจมาจากแรงขายทำกำไรและการปรับฐานในระยะสั้น
ขณะที่ *ประธานาธิบดีทรัมป์* ยังคงเดินหน้าแสดงท่าทีสนับสนุนสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างชัดเจนในการหาเสียงเลือกตั้งรอบใหม่ ความพยายามของรัฐบาลท้องถิ่นที่นำโดยพรรครีพับลิกันในการ *ผลักดันบิตคอยน์เข้าสู่ยุทธศาสตร์การคลังของรัฐ* อาจกลายเป็นประเด็นร้อนในศึกเลือกตั้งของสหรัฐฯ ปีนี้
*ความคิดเห็น* ความเคลื่อนไหวดังกล่าว สะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้ม ‘Bottom-up’ หรือการเปลี่ยนแปลงจากระดับรัฐสู่นโยบายในระดับประเทศ ท่ามกลางความไม่แน่นอนในระดับรัฐบาลกลาง การที่รัฐต่างๆ เริ่มแสดงบทบาทนำในการออกแบบนโยบายคริปโตอย่างชัดเจน อาจเป็นกุญแจสำคัญในการผลักดันให้สหรัฐฯ มีความชัดเจนด้านกฎหมายสินทรัพย์ดิจิทัลในอนาคตอันใกล้
ความคิดเห็น 0