Base สร้างรายได้ค่าธรรมเนียมรายวันกว่า 21 ล้านบาท ครองส่วนแบ่งตลาด Ethereum L2 กว่า 70%
Base เครือข่ายเลเยอร์ 2 (Layer 2) ที่พัฒนาโดยบริษัทคริปโตชื่อดัง คอยน์เบส(Coinbase) กำลังแสดงศักยภาพเหนือคู่แข่งอย่างชัดเจนในตลาด Ethereum L2 ด้วยการสร้างรายได้ค่าธรรมเนียมรายวันสูงที่สุดในกลุ่มเครือข่ายขยายตัวของอีเธอเรียม(ETH) เมื่อวันที่ 14 ตามรายงานจาก CryptoRank เผยว่า Base มีรายได้ค่าธรรมเนียมสูงถึง 147,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 21.7 ล้านบาท คิดเป็นส่วนแบ่งกว่า *70%* ของรายได้รวมจากเครือข่าย Ethereum L2 ทั้งหมด
ในวันเดียวกัน อาร์บิทรัม(ARB) และสตาร์กเน็ต(STRK) ทำรายได้อยู่ที่ราว 39,000 ดอลลาร์สหรัฐ (5.7 ล้านบาท) และ 9,000 ดอลลาร์สหรัฐ (1.3 ล้านบาท) ตามลำดับ ซึ่งยังห่างไกลจาก Base ขณะที่เครือข่ายเลเยอร์ 2 อื่น ๆ เช่น ออปติมิซึม(OP), zkซิงก์(zkSync) และสโครล(Scroll) กลับทำรายได้ต่ำกว่า 5,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 740,000 บาท) สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มที่ผู้ใช้งานส่วนใหญ่ให้ความสนใจกับ Base
‘Polygon เป็น L2 จริงหรือ?’ ถกเถียงเชิงเทคนิคยังไม่จบ
ความร้อนแรงของ Base ยังจุดประเด็นถกเถียงว่า "ใครบ้างที่สมควรเรียกว่าเป็น Ethereum L2 อย่างแท้จริง" นักวิเคราะห์คริปโตชื่อ วาดิม(Vadim) และผู้ใช้งาน X ชื่อ New York Pascal อ้างอิงข้อมูลจาก DefiLlama ระบุว่า โพลิกอน(MATIC) ทำรายได้ในวันเดียวกันที่ประมาณ 155,000 ดอลลาร์สหรัฐ (22.9 ล้านบาท) ซึ่งมากกว่า Base แต่การจะนับรวมโพลิกอนในกลุ่ม L2 กลับยังเป็นข้อถกเถียง
โดยโครงสร้างของโพลิกอนมีความซับซ้อน จากเดิมที่เป็นพลาสม่าเชน ปัจจุบันกลายเป็นเครือข่ายผสมผสานทั้งเชนแบบพิสูจน์ด้วยโทเคน(PoS) และโซลูชันแบบศูนย์ความรู้(ZK) ทำให้บางกลุ่มในชุมชนตั้งคำถามว่าโพลิกอนควรจัดเป็น Ethereum L2 จริงหรือไม่ ซึ่ง CryptoRank ก็ได้ตัดสินใจไม่นับรวมโพลิกอนในการจัดอันดับครั้งนี้
เมื่ออ้างอิงการจัดอันดับรายได้จากค่าธรรมเนียมของ DefiLlama พบว่า โครงการที่ทำรายได้สูงสุดได้แก่ โตรน(TRX), โพลิกอน, Base, อีเธอเรียม, BNBเชน, โซลานา(SOL) และ อาร์บิทรัม ตามลำดับ ส่งผลให้ Base ยังคงถือเป็นโครงสร้างสำคัญในระบบนิเวศของอีเธอเรียม
โซเชียลแอปจาก Coinbase เป็นแรงผลักดันสำคัญของ Base
การเติบโตของ Base ยังเกี่ยวข้องโดยตรงกับกลยุทธ์เน้นผู้บริโภคของคอยน์เบส เมื่อปีที่ผ่านมา คอยน์เบสได้เปิดตัวแอปกระเป๋าคริปโตเวอร์ชันใหม่ชื่อ ‘Everything App’ ซึ่งรวมบริการโซเชียลมีเดีย, การเทรด และระบบชำระเงินเข้าไว้ในแอปเดียว โดยทุกบริการดำเนินการบนเครือข่าย Base ผู้ใช้สามารถแลกเปลี่ยนโพสต์, โทเคน และ NFT ได้ในฟีดยูนิฟาย พร้อมระบบค่าตอบแทนที่ถูกส่งตรงไปยังวอลเล็ตทันที
ปัจจุบันแอปนี้ให้บริการกว่า 140 ประเทศทั่วโลก และเน้นการมีส่วนร่วมผ่านคอนเทนต์ที่เป็นโทเคน คอยน์เบสแม้จะยังไม่ประกาศความเชื่อมโยงระหว่างรายได้จากค่าธรรมเนียมและการใช้งานแอปนี้อย่างเป็นทางการ ทว่า หลายฝ่ายมองว่า การเปิดตัวแอปดังกล่าวและการขยายตัวของผู้ใช้งาน Base ที่มากขึ้นในช่วงเวลาเดียวกัน *ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ*
ในเกมแข่งขัน L2 “ใครมีช่องทางเข้าหาผู้ใช้” ย่อมได้เปรียบ
ข้อมูลรายได้ล่าสุดชี้ให้เห็นว่าในสมรภูมิของ Ethereum L2 ไม่ใช่แค่เทคโนโลยีหรือปริมาณธุรกรรมเท่านั้นที่มีน้ำหนัก ความสามารถในการเปิดประตูสู่ ‘ผู้ใช้งานจริง’ เริ่มกลายเป็นปัจจัยชี้ขาด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีของ Base ซึ่งอาศัยการสนับสนุนจากแพลตฟอร์มระดับใหญ่อย่างคอยน์เบส สร้างครอบคลุมทั้งผู้ใช้ทั่วไปและสายคอนเทนต์
ความคิดเห็น: Base จึงดูโดดเด่นในหมู่ L2 ที่ยังขาดการเข้าถึงผู้ใช้ระดับแมส แม้จะมีเทคโนโลยีที่ใกล้เคียงกัน
ขณะที่การแข่งขันของ Ethereum L2 กำลังก้าวไปสู่การพิสูจน์เรื่องการใช้งานจริงและการสร้างรายได้ กรณีของ Base อาจกลายเป็นสัญญาณสำคัญว่าตลาด L2 อนาคต อาจไม่ใช่เกมของความเร็วเพียงอย่างเดียว แต่เป็น “ใครสามารถเชื่อมคนทั่วไปเข้ากับโลกบล็อกเชนได้จริง”
ความคิดเห็น 0