แม้บิตคอยน์(BTC)จะฟื้นตัวขึ้นเมื่อไม่นานมานี้และจุดประกายความหวังของนักลงทุนบางส่วน แต่ ‘สัญญาณความต้องการ’ ในตลาดยังคงไม่แข็งแรง ตามรายงานของคริปโตควอนต์(CryptoQuant) ซึ่งชี้ว่า การดีดตัวครั้งนี้อาจเป็นเพียงการฟื้นตัวชั่วคราวในตลาดหมีเท่านั้น
เมื่อวันที่ 24 (เวลาท้องถิ่น) CryptoQuant เปิดเผยรายงานประจำสัปดาห์ ระบุว่า แม้เงื่อนไขบางประการของความต้องการในตลาดมีทิศทางดีขึ้น แต่ยังไม่สามารถเรียกได้ว่าเป็นการฟื้นตัวที่แข็งแกร่ง โดยบิตคอยน์ฟื้นตัวขึ้นราว 20% นับตั้งแต่วันที่ 21 พฤศจิกายน 2025 และเข้าใกล้ระดับราคา 101,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 3.71 ล้านบาท) ทว่า ตั้งแต่ราคาทรุดตัวลงเฉลี่ย 19% จากปีที่ผ่านมา จนทะลุ ‘เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 365 วัน’ ราคายังเคลื่อนไหวอยู่ภายใต้แรงกดดันของตลาดขาลง
รายงานชี้ว่า เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 365 วัน ยังคงเป็นแนวต้านสำคัญ เหมือนในรอบตลาดหมีปี 2022 การฟื้นตัวล่าสุดจึงอาจสะท้อนเพียงรูปแบบเดิมที่เคยเห็นมาแล้ว ไม่ใช่การกลับตัวอย่างถาวร
แม้สัญญาณจากตลาดสหรัฐฯ จะมีการเคลื่อนไหวเล็กน้อย เช่น ‘ค่าพรีเมียมของ Coinbase’ ซึ่งพลิกกลับมาเป็นบวกชั่วคราวเมื่อไม่นานมานี้ หลังจากเป็นลบอย่างลึกในช่วงกลางเดือนธันวาคม อย่างไรก็ตาม CryptoQuant ระบุว่า การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวยังไม่สะท้อนถึงความต้องการซื้อขายในตลาดจริงที่ขยายตัวขึ้น
‘อีทีเอฟบิตคอยน์แบบสปอต’ ที่จัดจำหน่ายในตลาดสหรัฐยังไม่แสดงท่าทีของการเข้าซื้ออย่างชัดเจน โดยในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2025 มีการขายสุทธิประมาณ 54,000 BTC และแม้ในช่วงที่ราคาฟื้นตัว จะหยุดการขายออก แต่ปริมาณการซื้อสะสมตั้งแต่ต้นปียังอยู่ที่เพียง 3,800 BTC ใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่อยู่ที่ 3,600 BTC สะท้อนว่า ‘แรงซื้อจากสถาบัน’ ยังไม่สนับสนุนต่อการเข้าสู่ตลาดกระทิงอย่างแท้จริง
จากข้อมูลในวันที่ 28 พฤศจิกายน 2025 พบว่า ความต้องการในตลาดสปอตลดลงมากกว่า 30,000 BTC และยังอยู่ในทิศทางติดลบอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นอีกหนึ่งสัญญาณว่าแรงซื้องานนี้ยังไม่เพียงพอที่จะผลักดันราคาขึ้นไปอย่างมั่นคง ความเห็นจากนักวิเคราะห์ชี้ว่า การร่วงของความต้องการนี้ส่งผลให้ความต่อเนื่องของการฟื้นตัวราคาถูกตั้งคำถามมากขึ้น
นอกจากนี้ ยังพบว่าในช่วง 7 วันที่ผ่านมา มีบิตคอยน์ไหลเข้าสู่กระดานเทรดเฉลี่ยถึง 39,000 BTC ซึ่งตามสถิติแล้ว การไหลเข้าสู่ตลาดในระดับดังกล่าวมักเกี่ยวโยงกับความเป็นไปได้ของ ‘แรงขาย’ ที่เพิ่มขึ้น อาจกลายเป็นปัจจัยกดดันราคาซ้ำอีกในระยะสั้น
ขณะเดียวกัน กระแสข่าวการเมืองของทรัมป์ในสหรัฐ และปัจจัยเศรษฐกิจจากยุโรป ยังไม่มีอิทธิพลมากพอในการเปลี่ยนทิศทางราคา บิตคอยน์ในขณะนี้ ‘ดัชนีความกลัวและความโลภ’ เข้าสู่โซน ‘ความโลภ’ แล้วก็จริง แต่ยังไม่มีแรงหนุนจากนักลงทุนสถาบันหรือรายใหญ่มาสนับสนุนทิศทางนี้อย่างจริงจัง
CryptoQuant เตือนว่า การปรับตัวขึ้นของราคาโดยไม่มีพื้นฐานจากการฟื้นตัวของความต้องการ อาจทำให้ราคาตกกลับลงมาอีก และหากแรงขายรุนแรงขึ้นในภายหลัง บิตคอยน์ก็มีโอกาสกลับลงมาต่ำกว่าค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่อีกครั้งเช่นกัน
ความคิดเห็น 0