กาแล็กซีเตรียมเปิดตัวเฮดจ์ฟันด์คริปโตรายใหม่ มูลค่า 100 ล้านดอลลาร์ โดยมุ่งเป้าทำกำไรทั้งในตลาดขาขึ้นและขาลง ถือเป็นกลยุทธ์ที่สะท้อนการปรับตัวของนักลงทุนต่อโลกการเงินที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในยุคปัจจุบัน ซึ่งไม่สามารถพึ่งพาความคาดหวังว่าตลาดจะเติบโตอย่างต่อเนื่องแบบในอดีตได้อีกต่อไป
กองทุนใหม่นี้คาดว่าจะเปิดตัวภายในไตรมาสแรก โดยจะเน้นการลงทุนผสมผสานระหว่างคริปโตเคอร์เรนซี เช่น บิตคอยน์(BTC), อีเธอเรียม(ETH), และโซลานา(SOL) ประมาณ 30% ของพอร์ต ขณะที่ส่วนที่เหลือจะถูกนำไปลงทุนในหุ้นกลุ่มโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินที่มีความเชื่อมโยงกับเทคโนโลยีบล็อกเชน และมีแนวโน้มได้อานิสงส์จากการเปลี่ยนแปลงทางกฎระเบียบและนวัตกรรม
กาแล็กซีเปิดเผยว่าสามารถระดมเงินทุนเริ่มต้นจำนวน 100 ล้านดอลลาร์ได้แล้วจากกลุ่มแฟมิลีออฟฟิศ นักลงทุนรายใหญ่ และสถาบันบางราย และยังเตรียมนำเงินทุนภายในบริษัทเข้าร่วมลงทุนด้วย แม้จะไม่ได้เปิดเผยตัวเลขที่แน่ชัด
การบริหารกองทุนจะอยู่ภายใต้การนำของ โจ อาร์มาโอ(Joe Armao) หัวหน้ากลยุทธ์ของกาแล็กซี โดยเขาระบุว่า "ตลาดคริปโตยุคที่มีแต่ขาขึ้นใกล้สิ้นสุดลงแล้ว" พร้อมย้ำถึงความจำเป็นในการวางแผนการลงทุนแบบสองด้าน เพื่อรับมือตลาดที่มี ‘ความผันผวนสูง’ อย่างในปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม เขายังแสดงความเชื่อมั่นในศักยภาพระยะยาวของอีเธอเรียมและโซลานา ขณะเดียวกันก็มองบิตคอยน์ว่า ‘ยังคงเป็นสินทรัพย์ที่มีความน่าสนใจ’ ภายใต้แนวโน้มการลดดอกเบี้ยของเฟด และการฟื้นตัวของตลาดหุ้นและทองคำ
กาแล็กซีกล่าวว่า การเปิดตัวกองทุนใหม่นี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การเดิมพันบนราคาคริปโตเท่านั้น แต่ยังเน้นลงทุนในบริษัทที่ได้รับอิทธิพลจากเทคโนโลยีบล็อกเชน เช่น บริษัทโครงสร้างพื้นฐานด้านการชำระเงินและข้อมูล โดยมองว่าการแทรกแซงของปัญญาประดิษฐ์(AI) และการเปลี่ยนแปลงด้านกฎระเบียบจะเป็นแรงขับเคลื่อนมูลค่าใหม่ในภาคการเงิน ซึ่งจะปรับโครงสร้างตลาดเดิมอย่างมีนัยสำคัญ
อาร์มาโอยังเปิดเผยว่า ราคาหุ้นของบริษัทฟินเทคอย่าง ‘ไฟเซิร์ฟ(Fiserv)’ ที่ปรับตัวลง อาจเป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ และกาแล็กซีอาจขยายการลงทุนไปยังกลุ่มหุ้นเหล่านี้ในอนาคต
ท่ามกลางการดิ่งลงของตลาดคริปโตในช่วงที่ผ่านมา บิตคอยน์ปรับลดลงจากจุดสูงสุดเมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้วกว่า 30% มาอยู่ที่ระดับประมาณ 90,000 ดอลลาร์ โดยรวมในรอบหนึ่งปี 'ราคาร่วงไปราว 12%' ซึ่งส่งผลต่อแนวทางการวางกลยุทธ์ของนักลงทุนจำนวนมาก
ทั้งนี้กาแล็กซีก็ยังแสดงจุดยืนเชิงรุก ก่อนหน้านี้ในเดือนกันยายน ปีที่ผ่านมา บริษัทได้ทุ่มเงินกว่า 306 ล้านดอลลาร์ เพื่อซื้อคริปโต โดยเฉพาะโซลานา ส่งผลให้ยอดซื้อสะสมรวมทะลุ 1,500 ล้านดอลลาร์แล้ว
อีกด้านหนึ่ง กาแล็กซียังต่อยอดยุทธศาสตร์โดยผนวกธุรกิจสินเชื่อเข้ากับเทคโนโลยีบล็อกเชน ผ่านการออกผลิตภัณฑ์ตราสารหนี้รูปแบบใหม่ ‘CLO’ (Collateralized Loan Obligation) บนเครือข่ายอวาแลนเช(AVAX) ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวอ้างอิงสินเชื่อผู้บริโภคที่มีคริปโตเป็นหลักประกัน ซึ่งให้บริการโดยอาร์ชเลนดิ้ง(Arch Lending)
ผลิตภัณฑ์ที่ชื่อว่า ‘Galaxy CLO 2025-1’ นี้ ระดมทุนได้แล้วประมาณ 75 ล้านดอลลาร์ โดยมี 50 ล้านดอลลาร์ที่ได้รับการลงทุนหลักจากโกรฟ(Grove) ซึ่งเป็นโปรโตคอลสินเชื่อในระบบของสกาย(Sky) นอกจากนี้ พันธบัตรในโครงการยังถูก ‘โทเคนไนซ์’ ผ่านแพลตฟอร์ม INX และดูแลสินทรัพย์โดยแองเคอริจ ดิจิทัล แบงก์ ซึ่งทำหน้าที่บริหารหลักประกันแบบเรียลไทม์ โครงการ CLO ทั้งหมดมีศักยภาพจะขยายมูลค่าทะลุ 200 ล้านดอลลาร์ในอนาคต
การเปิดตัวกองทุนล่าสุดของกาแล็กซีจึงสะท้อนถึงการเปลี่ยนผ่านของตลาดคริปโตอย่างแท้จริง กลยุทธ์การลงทุนจากนี้ไป 'ไม่อิงแค่ตลาดขาขึ้น' อีกต่อไป แต่จะเน้นการใช้ประโยชน์จาก ‘ความผันผวน’ ควบคู่ไปกับการเชื่อมโยงโลกการเงินดั้งเดิมกับสินทรัพย์ดิจิทัล ซึ่งกำลังกลายเป็นทิศทางสำคัญของอุตสาหกรรมในปัจจุบัน ความเชื่อเดิมที่ว่า "คริปโตมีแต่จะขึ้น" กำลังถูกแทนที่ด้วยหลักคิดแบบไฮบริด ที่ต้องรับมือกับโลกที่ไม่แน่นอนอย่างยืดหยุ่นและรอบคอบมากกว่าเดิม
ความคิดเห็น 0