โปรโตคอลเลนส์(Lens) ซึ่งพัฒนาโดยเอเว(AAVE) ได้เปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ โดยล่าสุดได้มีการโอนความรับผิดชอบด้านการดำเนินงานไปยังมาสก์เน็ตเวิร์ก(Mask Network) ในขณะที่เอเวยังคงมีบทบาทเพียงในฐานะที่ปรึกษาด้านเทคนิค การเปลี่ยนแปลงนี้เน้นการมุ่งสู่พัฒนาบริการโซเชียลที่เน้นแอปพลิเคชันและตอบโจทย์ผู้บริโภคมากขึ้น
สตานี คูเลโชฟ(Stani Kulechov) ผู้ก่อตั้งเอเวและเลนส์ เปิดเผยเมื่อวันอังคารผ่านสื่อสังคมออนไลน์ว่า เอเวจะมุ่งเน้นในด้านการเงินแบบกระจายศูนย์ หรือ ‘ดีไฟน์(DeFi)’ ขณะที่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ของเลนส์จะถูกนำโดยมาสก์เน็ตเวิร์ก พร้อมย้ำว่าโครงสร้างพื้นฐานหลักของเลนส์ยังคงไม่เปลี่ยนแปลงและยังเปิดให้ใช้งานแบบเปิด(Open-source) ตามเดิม ทั้งนี้ มาสก์เน็ตเวิร์กเป็นโครงการที่มุ่งนำเทคโนโลยีเว็บ3 มาใช้งานในแพลตฟอร์มสื่อสารประจำวัน เช่น เมสเซนเจอร์
ทั้งสองฝ่ายเรียกการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ว่า ‘การส่งมอบสิทธิ์ในการดูแล’ ไม่ใช่การขายกิจการหรือถอนตัว โดยการโอนสิทธิ์การเป็นเจ้าของโปรโตคอล ทรัพย์สินทางปัญญา ทุนสำรอง หรือกลไกการกำกับดูแลไม่ได้ถูกรวมอยู่ในการส่งมอบนี้ อย่างไรก็ตาม เอเวจะยังคงเข้าร่วมในการปรึกษาด้านเทคโนโลยีของโปรโตคอลแต่จะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการออกแบบหรือการดำเนินผลิตภัณฑ์
เลนส์ถูกสร้างขึ้นโดยเอเวในปี 2022 โดยวางตัวเป็น ‘โครงสร้างพื้นฐานโซเชียลของเว็บ3’ อย่างชัดเจน แนวคิดหลักคือให้ผู้ใช้งานเป็นเจ้าของโปรไฟล์บนเชน และคอนเทนต์ของตนเองผ่านเอ็นเอฟที(NFT) โดยไม่ขึ้นกับแพลตฟอร์มเดียว สตานี คูเลโชฟได้ชี้แจงเมื่อปี 2023 ว่า เลนส์ไม่ใช่แค่แพลตฟอร์มฟรอนต์เอนด์ แต่คือเลเยอร์โซเชียลที่เว็บ2 และเว็บ3 สามารถใช้ร่วมกันได้
หนึ่งในเป้าหมายสำคัญของเลนส์คือการแก้ปัญหา ‘โคลด์สตาร์ท’ หรือการขาดผู้ใช้กลุ่มแรก ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญของโซเชียลแพลตฟอร์มเกิดใหม่ โดยเลนส์เปิดให้ใช้โซเชียลกราฟและฐานผู้ใช้ร่วมกัน เพื่อสร้างแนวทาง ‘อยู่ร่วม’ แทนที่จะต้องเริ่มจากศูนย์และแข่งขันกัน
ในอนาคต มาสก์เน็ตเวิร์กจะเป็นผู้นำในการบริหารแอปและบริการต่างๆ ที่อยู่ในระบบนิเวศของเลนส์ ตั้งแต่การวางแผนพัฒนาผลิตภัณฑ์ การออกแบบประสบการณ์ผู้ใช้(UX) ไปจนถึงการดำเนินงานประจำวัน หนึ่งในเป้าหมายคือการขยายการใช้งานของแอปอย่าง ‘ออร์บ(Orb)’ ที่พัฒนาบนเลนส์ ไปสู่ผู้ใช้จำนวนมากขึ้น
โครงสร้างพื้นฐานหลักของเลนส์ เช่น โซเชียลกราฟบนเชน โปรไฟล์ ระบบติดตาม และสมาร์ตคอนแทรกต์ ยังคงเปิดให้ใช้งานแบบโอเพนซอร์ส สอดคล้องกับหลักการของเลนส์ที่ต้องการสร้างเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำหรับทุกคนอย่างแท้จริง
ในประเด็นนี้ วีทาลิก บูเทริน(Vitalik Buterin) ผู้ร่วมก่อตั้งอีเธอเรียม(ETH) ได้แสดงความคิดเห็นสนับสนุน โดยกล่าวว่า “ทีมเอเวได้ทำงานอย่างยอดเยี่ยม และตนเองก็ตั้งตารอพัฒนาการของเลนส์ที่จะเกิดขึ้น” พร้อมเน้นว่า “การสื่อสารที่ดีขึ้นเป็นรากฐานของสังคมที่ดีขึ้น และสิ่งนั้นต้องมีเลเยอร์ข้อมูลที่กระจายอำนาจรองรับ”
บูเทรินยังเปิดเผยว่า ในปี 2026 เขาได้เริ่มกลับมาใช้งานแพลตฟอร์มโซเชียลแบบกระจายศูนย์อีกครั้ง โดยทุกโพสต์ของเขาในปัจจุบันสามารถเข้าถึงได้ผ่าน ‘ไฟเออร์ฟลาย(Firefly)’ ซึ่งเป็นไคลเอนต์ที่รวมโพสต์จากเลนส์, ฟาร์คาสเตอร์(Farcaster), X (อดีตชื่อทวิตเตอร์), และบลูสกาย(Bluesky)
การที่เลนส์ปรับเปลี่ยนเจ้าภาพฝ่ายดำเนินงานในครั้งนี้สะท้อนจุดเปลี่ยนที่สำคัญจากโครงสร้างที่มีศูนย์กลางเดี่ยวไปสู่ระบบที่เปิดให้แอปพลิเคชันและผู้ใช้งานเป็นศูนย์กลางมากขึ้น ถือเป็นก้าวย่างใหม่ที่จะยกระดับเลนส์ให้เป็น ‘โครงสร้างพื้นฐานโซเชียลสาธารณะ’ สำหรับทุกคน ไม่ใช่แค่แพลตฟอร์มเพื่อการสื่อสารทั่วไปอีกต่อไป
ความคิดเห็น 0