บิตคอยน์(BTC) ร่วงแรงแตะระดับต่ำสุดตั้งแต่ต้นปี พร้อมปิด ‘ช่องว่างราคา’ ของสัญญาฟิวเจอร์สในตลาดชิคาโก(CME) ที่เกิดขึ้นในช่วงวันแรกของการซื้อขายปีนี้ โดยราคาล่าสุดได้ลดลงจนสูญเสียกำไรส่วนใหญ่ที่ทำไว้ในปี 2026 พร้อมด้วยสัญญาณทางเทคนิคที่บ่งบอกถึงแนวโน้มขาลง และบรรยากาศของนักลงทุนที่ยังคงระมัดระวัง
เมื่อวันที่ 24 (เวลาท้องถิ่น) ราคาบิตคอยน์เคลื่อนไหวลงไปแตะระดับ 87,800 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1.29 ล้านบาท) ซึ่งเป็นราคาต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนมกราคมที่ผ่านมา และลดลงจากจุดสูงสุดในช่วงเดือนล่าสุดกว่า 10,000 ดอลลาร์ ช่องว่างราคาหรือ ‘CME Gap’ นี้มักถูกใช้เป็นระดับเป้าหมายระยะสั้น โดยหลังการปิดช่องว่าง ราคาพยายามดีดตัวขึ้น แต่แรงซื้อยังจำกัดอยู่
จากข้อมูล ณ ปัจจุบัน ช่องว่างราคาที่เหลืออยู่ในสัญญาฟิวเจอร์สบิตคอยน์ของ CME ยังมีอีก 3 จุด ได้แก่ 97,800 ดอลลาร์, 113,400 ดอลลาร์ และ 116,900 ดอลลาร์ ซึ่งล้วนเป็นระดับราคาที่สูงกว่าราคาปัจจุบันมากพอสมควร
ในขณะที่ราคาบิตคอยน์อ่อนตัวลงอย่างต่อเนื่อง เทรดเดอร์หลายรายยังไม่มั่นใจว่านี่คือจุดต่ำสุดของรอบนี้ เทรดเดอร์รายหนึ่งชื่อ ‘Jelle’ ได้ออกมาแสดงความเห็นผ่านโซเชียลมีเดียว่า “ราคาทำสถิติสูงสุดใหม่เพียงไม่นาน ก็กลับเข้าสู่แนวโน้มทำจุดต่ำใหม่อีกครั้ง มุมมองทางเทคนิคในตอนนี้ดูไม่ดีนัก และกำลังทดสอบแนวโน้มขาขึ้นเดิมอีกครั้ง” ขณะที่เทรดเดอร์อีกคนอย่าง ‘CW’ ก็เสริมว่า “แม้การปิดช่องว่างราคาจะเป็นการปรับฐานที่จำเป็น แต่การเบรกขึ้นอย่างแข็งแกร่งนั้น ยังไม่มีสัญญาณชัดเจน”
บริษัท QCP Capital ให้ความเห็นว่า ตลาดในตอนนี้ยังให้ความสำคัญกับ *การรักษาทุน (capital preservation)* มากกว่าการล่าผลตอบแทน โดยในรายงาน ‘Asia Market Color’ ล่าสุด บริษัทยังประเมินว่าการลงทุนในบิตคอยน์ยังคงมีความเสี่ยงสูงและไวต่อการเปลี่ยนแปลงด้านดอกเบี้ยนโยบาย, ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ และความผันผวนในสินทรัพย์ชนิดอื่น พร้อมระบุว่า “ตลาดยังไม่เห็นสัญญาณชัดเจนจากธนาคารกลาง และทำให้ยังคงเคลื่อนไหวตามข่าวสาร มากกว่าการสร้างแนวโน้มในระยะยาว” ซึ่งเป็นเหตุผลที่นักลงทุนเลือก ‘ตั้งรับ’ มากกว่ารุก
ในขณะเดียวกัน ตลาดทองคำยังคงเคลื่อนไหวสวนทาง โดยราคาทองคำแท่งตามแพลตฟอร์ม TradingView เพิ่มขึ้นแตะ 4,888 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (ประมาณ 7.18 ล้านบาท) ทำสถิติ ‘สูงสุดตลอดกาล’ ซึ่งสะท้อนความต้องการของนักลงทุนที่กำลังมองหาทางเลือก *สินทรัพย์ปลอดภัย* ในภาวะที่ตลาดการเงินเผชิญความไม่แน่นอน
ความผันผวนของบิตคอยน์ยังถูกเชื่อมโยงกับการดำเนินนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด) และระดับสภาพคล่องโลก ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญที่กำหนดทิศทางข้างหน้า ความไม่แน่นอนในเวลานี้ทำให้ยังเร็วเกินไปที่จะตัดสินว่า การลดลงเพื่อปิดช่องว่างราคานี้คือ *จุดเริ่มต้นของการปรับฐานครั้งใหญ่* หรือจะเป็น *ฐานรับสำคัญ* ก่อนกลับเข้าสู่แนวโน้มขาขึ้นอีกครั้ง ทว่าในมุมมองของผู้เล่นตลาดส่วนใหญ่ ยังเลือกที่จะเล่นเกมป้องกันมากกว่ารุก ขณะรอให้ภาพเศรษฐกิจชัดเจนมากขึ้น
ความคิดเห็น 0