ประธานาธิบดีทรัมป์ประกาศในเวทีการประชุมเวิลด์อีโคโนมิกฟอรัม(WEF) ที่เมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ว่าต้องการผลักดันให้ *สหรัฐฯ กลายเป็นศูนย์กลางของคริปโตเคอร์เรนซีโลก* ทำให้ราคา *บิตคอยน์(BTC)* ฟื้นตัวอย่างรวดเร็วในระยะสั้น โดยเป้าหมายสำคัญของทรัมป์คือการสนับสนุนนวัตกรรม การออม และแหล่งเงินทุนผ่านช่องทางดิจิทัล
เมื่อวันที่ 21 (เวลาท้องถิ่น) ทรัมป์กล่าวว่า “สหรัฐฯ จะกลายเป็นจุดศูนย์กลางของคริปโตเคอร์เรนซีเพื่อเร่งนวัตกรรมและเสริมสร้างระบบการเงิน” พร้อมเผยว่าได้ลงนามใน *กฎหมาย Genius Act* และขณะนี้รัฐสภากำลังอยู่ในขั้นตอนจัดทำร่างกฎหมายที่ครอบคลุมโครงสร้างตลาดคริปโต “รวมถึงบิตคอยน์” ด้วย เขายังเน้นว่า *“หวังว่าจะได้ลงนามกฎหมายฉบับใหม่นี้ในเร็ววัน”*
หลังคำแถลงของทรัมป์ ราคาบิตคอยน์ปรับตัวขึ้น 1.7% ภายในวันเดียว และใกล้แตะระดับ $90,000 หรือประมาณ 1.3 ล้านบาท *ความคิดเห็น* จากเทรดเดอร์คริปโตชื่อ ‘CW’ ระบุว่า บิตคอยน์มีแรงซื้อจำนวนมากเข้ามาหนุนตลาด และมองว่าการปรับฐานตั้งแต่ต้นปี 2026 จะเป็นสัญญาณการสะสมราคาที่แข็งแรงในระยะยาว
นอกจากนี้ ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ให้การตอบรับในเชิงบวกเช่นกัน หลังทรัมป์กล่าวว่า *“จะไม่มีการใช้กำลังกับเกาะกรีนแลนด์”* โดยดัชนี S&P500 ปรับตัวขึ้น 0.5% ขณะที่เขาแสดงความเชื่อมั่นว่า *“ดัชนีดาวโจนส์จะทะลุ 50,000 จุด และตลาดหุ้นจะเติบโตเป็นสองเท่า”*
*อย่างไรก็ตาม* ปัจจัยบวกเหล่านี้ถูกเบรกด้วยความกังวลที่เกิดจากตลาดพันธบัตรญี่ปุ่น โดยในวันเดียวกันนั้น อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นอายุ 10 ปีพุ่งขึ้นแตะระดับ 2.29% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 1999 บริษัท QCP Capital วิเคราะห์ในรายงานว่า โครงสร้างหนี้สาธารณะของญี่ปุ่นที่มากกว่า 240% ของ GDP กลายเป็นความเสี่ยงที่อาจจะสร้างแรงสั่นสะเทือนต่อ *ตลาดพันธบัตรโลก*
แพลตฟอร์มวิเคราะห์ตลาดโคเบย์ซีเลตเตอร์ยังเสริมว่า *“อุปสงค์ต่อพันธบัตรญี่ปุ่นกำลังพังทลาย”* และเตือนว่าสถานการณ์นี้อาจลุกลามกลายเป็น *“วิกฤตตลาดพันธบัตร”*
กลับมาที่ตลาดคริปโตอีกครั้ง *บิตคอยน์* มีแนวโน้มสร้างฐานราคาบริเวณต้นปี 2026 อย่างมั่นคง โดยอิงจากข้อมูลของ CoinTelegraph ซึ่งระบุว่าระดับราคาปัจจุบันตรงกับ ‘ช่องว่างราคา’ ของตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้าใน CME เทรดเดอร์ชื่อ ‘Daan Crypto Trades’ แสดงความคิดเห็นว่า “การที่บิตคอยน์ย่อตัวต่ำกว่าราคาต้นปีชั่วคราว ก่อนดีดกลับขึ้นมาถือเป็นสัญญาณการฟื้นตัวที่แข็งแกร่ง”
ถึงแม้คำแถลงของทรัมป์จะจุดประกายความหวังในเชิงนโยบายสำหรับคริปโต แต่ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะจากตลาดตราสารหนี้ญี่ปุ่น ยังคงเป็นตัวแปรสำคัญที่นักลงทุนต้องจับตามองต่อไป ทิศทางการผลักดันกฎหมายของรัฐบาลสหรัฐฯ และพลวัตของตลาดการเงินโลกจะเป็นตัวแปรสำคัญที่ส่งผลต่ออนาคตของ *ตลาดคริปโตเคอร์เรนซี* ในระยะยาว
ความคิดเห็น 0