สำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐ (FBI) จับกุม *ไรอัน เวดดิง* อดีตนักสโนว์บอร์ดทีมชาติแคนาดาในข้อหาซักฟอกเงินจากการค้ายาเสพติดผ่าน *สกุลเงินดิจิทัล* มูลค่ากว่า 1.45 หมื่นล้านบาท โดยเจ้าหน้าที่เชื่อว่าเขาเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในเครือข่ายลำเลียงโคเคนระหว่างประเทศที่เชื่อมโยงกับกลุ่มค้ายา *ซีนาโลอา คาร์เทล* ในเม็กซิโก
เมื่อวันที่ 24 (เวลาท้องถิ่น) กระทรวงยุติธรรมสหรัฐระบุว่า เวดดิงถูกควบคุมตัวในเม็กซิโกและส่งตัวมายังสหรัฐ โดยเชื่อว่าเขาอยู่ในระดับผู้นำของขบวนการค้ายาที่ทำรายได้ปีละกว่า 1 พันล้านดอลลาร์ พร้อมตั้งข้อกล่าวหาหลายกระทงรวมถึง *การครอบครองและจำหน่ายสารเสพติด, การฟอกเงิน และการมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรม* โดยใช้ *คริปโตเคอร์เรนซี* เป็นเครื่องมือหลักในการเคลื่อนย้ายเงินผิดกฎหมาย
เวดดิงเคยเป็นตัวแทนแคนาดาในการแข่งขัน *โอลิมปิกฤดูหนาวปี 2002 ที่เมืองซอลต์เลกซิตี* โดยหลังจากเลิกแข่งขันกีฬา เขาเริ่มมีบทบาทในธุรกิจผิดกฎหมายอย่างลับๆ จนถูก FBI จัดให้อยู่ใน *10 อันดับแรกของผู้ต้องหาที่มีความสำคัญสูงสุด* พร้อมเสนอเงินรางวัลสำหรับเบาะแสสูงถึง 15 ล้านดอลลาร์ หรือกว่า 218 ล้านบาท
*แพม บอนดี* อัยการกลางสหรัฐ เปิดเผยว่า เวดดิงนอกจากจะเกี่ยวข้องกับเครือข่ายค้ายาแล้ว ยังอาจมีความเชื่อมโยงกับเหตุฆาตกรรมและการบริหารองค์กรอาชญากรรมอีกด้วย โดยเขาจะถูกดำเนินคดีในชั้นศาลกลางของสหรัฐในเร็วๆ นี้
ก่อนหน้านี้ เมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว สำนักงานควบคุมทรัพย์สินต่างประเทศของกระทรวงการคลังสหรัฐ (OFAC) ได้ขึ้นบัญชีดำเวดดิงและองค์กรของเขาว่าเป็นบุคคลที่ควรถูกคว่ำบาตรอย่างเป็นทางการ พร้อมเตือนถึงความเสี่ยงจากการใช้ *สินทรัพย์ดิจิทัล* ที่ทำให้การติดตามเส้นทางการเงินของอาชญากรรมทำได้ยากขึ้น และช่วยอำพรางการเคลื่อนย้ายเงินมูลค่าสูงจำนวนมาก
แหล่งข่าวเผยว่า เวดดิงได้เข้ามอบตัวกับสถานทูตสหรัฐในเม็กซิโกก่อนถูกส่งตัวมายังสนามบินนานาชาติออนแทรีโอในรัฐแคลิฟอร์เนียอย่างรวดเร็ว โดย FBI เชื่อว่าเขาซ่อนตัวอยู่ภายใต้การคุ้มครองของคาร์เทลในเม็กซิโคนานกว่า 10 ปี ปัจจุบันมีการขยายผลสอบสวนเพื่อจับผู้ร่วมขบวนการรายอื่นและติดตามทรัพย์สินที่เกี่ยวข้อง ซึ่งรวมถึงรถยนต์หรู อาวุธ และงานศิลปะจำนวนมาก
จากข้อมูลเพิ่มเติม เวดดิงเคยถูกจับในสหรัฐมาก่อนในปี 2008 จากการค้ายาโคเคนผ่านเครือข่ายในแวนคูเวอร์ และถูกตัดสินจำคุกเป็นเวลา 4 ปีในปี 2009 ก่อนถูกปล่อยตัวในราวปี 2011 และกลับเข้าร่วมขบวนการค้ายาในระดับที่ใหญ่กว่าเดิม
ทั้งนี้ จากรายงานของ *Chainalysis* พบว่ามูลค่าการใช้งาน *คริปโตเคอร์เรนซี* เพื่อเลี่ยงกฎหมายทั่วโลกในปีที่แล้วพุ่งขึ้นสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 154 พันล้านดอลลาร์หรือประมาณ 224 ล้านล้านบาท แสดงให้เห็นถึง *บทบาทของสินทรัพย์ดิจิทัลในอาชญากรรมข้ามชาติ* ที่เพิ่มมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ทางการสหรัฐก็มีความพยายามปราบปรามอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดเพิ่งตั้งข้อหาอีกหนึ่งผู้ต้องหาที่ขโมยสินทรัพย์ดิจิทัลกว่า 16 ล้านดอลลาร์จากผู้ใช้งาน *คอยน์เบส*
กรณีของเวดดิงเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการเพิ่มความร่วมมือระหว่างหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายกับบริษัทวิเคราะห์บล็อกเชน เพื่อป้องกันไม่ให้ ‘*คริปโตเคอร์เรนซี*’ กลายเป็นแหล่งซ่อนเงินของเครือข่ายอาชญากรรมระดับโลกต่อไปในอนาคต ความคิดเห็น: การบังคับใช้กฎหมายในโลกไซเบอร์อาจต้องใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ ที่ทันสมัยเพื่อก้าวตามอาชญากรที่ใช้สินทรัพย์ดิจิทัลได้ทัน
ความคิดเห็น 0