บิตคอยน์(BTC) ยังคงมีแนวโน้มอ่อนตัวต่อเนื่อง โดยเฉพาะเมื่อระดับราคาทะลุแนวต้านที่ 90,000 ดอลลาร์ (ราว 1.29 ล้านบาท) ลงมา ท่ามกลางบรรยากาศที่ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงอีกครั้ง ตลาดคริปโตกลับไม่สามารถฟื้นตัวได้แบบที่เคยเป็น ผู้เชี่ยวชาญเริ่มตั้งข้อสังเกตว่า สัมพันธ์เชิงบวกระหว่าง ‘ดอลลาร์อ่อน = บิตคอยน์ขึ้น’ อาจไม่สามารถใช้ได้ในทุกกรณีอีกต่อไป ดังที่ *ความกลัวของนักลงทุน* กลายมาเป็นปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนตลาดในรอบนี้
ราคา *บิตคอยน์(BTC)* ล่าสุดย่อตัวลงต่ำกว่าระดับ 87,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 1.25 ล้านบาท) โดยแม้จะเกิดการดีดกลับช่วงสั้นๆ หลายครั้ง แต่ก็ยังไม่สามารถทะลุแนวต้านหลักได้ ในนาทีนี้ ความผันผวนของราคาและภาวะสภาพคล่องที่หดตัว ทำให้นักลงทุนกลับมาเลือกตั้งรับมากกว่าจะเข้าซื้อ จุดสำคัญคือ นี่คือการปรับฐานชั่วคราว หรือเป็นสัญญาณการปรับตัวขาลงรอบใหม่กันแน่
แม้จะเห็นดัชนีค่าเงินดอลลาร์สหรัฐลดลงอย่างชัดเจนในช่วงนี้ แต่ตลาดกลับไม่ตอบสนองเชิงบวกกับ *บิตคอยน์* อย่างที่เคยเป็น ตามธรรมเนียมแล้ว เมื่อดอลลาร์อ่อนค่าลง สินทรัพย์ทางเลือกอย่างทองคำและคริปโตมักจะได้รับความสนใจเพิ่มขึ้น ทว่าคราวนี้สถานการณ์กลับต่างออกไป เพราะตลาดเริ่มให้ความสำคัญกับ ‘สาเหตุ’ ที่ทำให้ดอลลาร์อ่อนค่ามากกว่าผลลัพธ์นั้นเอง
บริษัทคริปโตเคลือข่ายชื่อดัง *คริปโตควอนท์(CryptoQuant)* ระบุว่า “สิ่งที่ควรกำหนดทิศทางราคาคือ *ทำไม* ดอลลาร์จึงอ่อนต่างหาก” ประเด็นอยู่ที่เงื่อนไขของแต่ละช่วงเวลา หากดอลลาร์อ่อนลงจากการที่ *เงินเฟ้อทรงตัว* และความต้องการในสินทรัพย์จริงเพิ่มขึ้น เช่นนี้บิตคอยน์อาจถูกมองเป็น ‘ทองคำดิจิทัล’ ได้จริง หรือหากเป็นการปรับลดอัตราดอกเบี้ย ส่งผลให้สภาพคล่องสูงขึ้น ผู้คนอาจหันมาเสี่ยงกับคริปโตมากขึ้นได้ แต่ในกรณีปัจจุบัน ที่ดอลลาร์อ่อนค่าด้วยเหตุผลจาก *ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์* หรือ *ความกังวลต่อแทรกแซงค่าเงิน* ราคาบิตคอยน์กลับประสบแรงกดดันอย่างชัดเจน
*ทองคำ* กลับกลายเป็นสินทรัพย์ที่ได้รับเม็ดเงินไหลเข้าอย่างชัดเจน ขณะที่ข้อมูลของ ETF พบว่า เงินทุนไหลเข้าใน *ETF ทองคำ* มากขึ้นสวนทางกับ *ETF บิตคอยน์* ที่ถูกขายสุทธิต่อเนื่อง นี่เป็นสัญญาณว่า เมื่อตลาดเผชิญ ‘ความกลัว’ นักลงทุนยังคงเลือกทองคำที่จับต้องได้มากกว่า
*คริปโตควอนท์* สรุปว่า ในภาวะที่ตลาดเผชิญแรงขายจาก ‘ความเสี่ยง’ มากกว่าความหวัง ดอลลาร์ที่อ่อนจึงไม่ได้ช่วยบิตคอยน์ แต่มากลายเป็นเพียง “เสียงรบกวนด้านพื้นหลัง” เท่านั้น การจะพลิกกลับมาเป็นขาขึ้นได้อีกครั้ง จำเป็นต้องเห็นดอลลาร์อ่อนจาก *การกลับมาของความเสี่ยง* ไม่ใช่การหลีกเลี่ยงความเสี่ยง
จากมุมมองทางเทคนิค สัญญาณก็ยังไม่เป็นบวก ราคาบิตคอยน์เคลื่อนไหวในกรอบแคบแถว 87,900 ดอลลาร์ (ประมาณ 1.26 ล้านบาท) ติดแนวต้านหลังการปรับฐานแรงในเดือนพฤศจิกายน แนวโน้มหลักยังถูกกดจากเส้นค่าเฉลี่ย (MA) หลายตัว โดยเฉพาะ *เส้นค่าเฉลี่ย 50 วัน* ที่อยู่เหนือราคาอย่างชัดเจนกลายเป็นแรงต้านระยะสั้น ขณะที่ *ค่าเฉลี่ย 100 วัน* กำลังหันหัวลง ส่วน *ค่าเฉลี่ย 200 วัน* ที่ใช้วัดทิศทางระยะยาวนั้น อยู่ที่ระดับกว่า 100,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 1.44 ล้านบาท) ซึ่งยังห่างจากระดับราคาปัจจุบันค่อนข้างมาก
การฟื้นตัวในระดับ 9 หมื่นดอลลาร์ช่วงล่าสุด ก็ถูกปัดตกอย่างรวดเร็ว โดยหากราคาทะลุแนวรับที่ 87,000–88,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 1.25–1.26 ล้านบาท) ไม่ได้ ก็มีโอกาสไหลลงไปแถว 84,000 ดอลลาร์ (ราว 1.21 ล้านบาท) ได้อีกหนึ่งรอบ
ในท้ายที่สุด ตลาดคริปโตในยุคนี้กำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงเชิงภาพรวม จากความเข้าใจแบบเดิมที่ว่า *“ดอลลาร์อ่อนคือคริปโตแข็ง”* เริ่มไม่สามารถใช้บอกแนวโน้มได้อีกต่อไป *ความเสี่ยงและความกลัว* ได้กลายมาเป็นตัวแปรใหม่ที่มีอิทธิพลสูง เพื่อให้ *บิตคอยน์(BTC)* กลับมาได้รับความสนใจ จึงไม่เพียงแต่ต้องการดอลลาร์อ่อนค่าเท่านั้น แต่ต้องการเงื่อนไขที่เอื้อให้ตลาด *กล้า* กลับเข้ามารับความเสี่ยงอีกครั้ง
ความคิดเห็น 0