ปีเตอร์ ชิฟฟ์(Peter Schiff) นักวิเคราะห์เศรษฐกิจและผู้สนับสนุนทองคำชื่อดัง ออกมาโจมตีบิตคอยน์(BTC)อีกครั้ง โดยระบุว่า *บิตคอยน์คือสินทรัพย์เก็งกำไรที่ไร้มูลค่าโดยสิ้นเชิง* และการที่รัฐบาลสหรัฐฯ สนับสนุนอุตสาหกรรมคริปโตนั้น เท่ากับเป็นการใช้เงินภาษีของประชาชนไปอุ้มความเสี่ยงของนักลงทุน ซึ่งเขาเปรียบเทียบว่า *เป็นการอุ้มชูทางการเงินอย่างไม่สมเหตุสมผล* รายงานการให้สัมภาษณ์นี้มีขึ้นระหว่างที่เขาปรากฏตัวกับพิธีกรแนวอนุรักษนิยม ทักเกอร์ คาร์ลสัน (Tucker Carlson)
ระหว่างการสัมภาษณ์ ชิฟฟ์ยังไม่พลาดที่จะวิจารณ์นโยบายด้านเศรษฐกิจของรัฐบาลสหรัฐ โดยกล่าวหารัฐบาลว่า *เปลี่ยนวิธีคำนวณดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI)* เพื่อกลบความจริงเรื่องเงินเฟ้อ พร้อมทั้งชี้ว่า ประชาชนกำลังถูกหลอกจากภาครัฐในเรื่องอัตราค่าครองชีพ
ในเรื่องนโยบายการคลัง ชิฟฟ์กล่าวถึง ‘กฎหมาย Big Beautiful Bill’ ที่ประกาศใช้ช่วงดำรงตำแหน่งของประธานาธิบดีทรัมป์ โดยเรียกนโยบายนี้ว่า *การใช้จ่ายเกินตัวและลดภาษีอย่างไร้เหตุผล* ซึ่งกลายเป็นภาระหนี้และเป็นการเปิดทางให้นโยบายขาดดุลของประธานาธิบดีโจ ไบเดนรุนแรงขึ้นกว่าเดิม
ชิฟฟ์ยังขยายความว่า การที่รัฐบาลส่งเสริมอุตสาหกรรมคริปโต ไม่เพียงเป็นนโยบายที่ *สูญเปล่า* แต่ยังทำให้ประชาชนจำนวนมาก *สูญเสียเงินลงทุน* เพราะความเข้าใจผิดเกี่ยวกับอนาคตของบิตคอยน์ “ความต้องการถือบิตคอยน์มีเพียงเพราะหวังว่าราคาจะเพิ่มขึ้น ไม่มีประโยชน์จริงในโลกแห่งความเป็นจริง” เขากล่าว
เมื่อคาร์ลสันถามว่า บิตคอยน์แตกต่างจากทองหรือหุ้นตรงไหน ชิฟฟ์ตอบว่า *บิตคอยน์คือสินทรัพย์ดิจิทัลที่ไม่สามารถสร้างรายได้ด้วยตัวเอง* โดยเทียบกับทองคำซึ่งมีการใช้งานจริงในภาคอุตสาหกรรม ได้แก่ เครื่องประดับ การบินอวกาศ อิเล็กทรอนิกส์ และยา พร้อมเน้นว่าทองคำคือ “เงินทางกายภาพที่จับต้องได้”
ในประเด็น ‘การสำรองบิตคอยน์เป็นสินทรัพย์ยุทธศาสตร์ของชาติ’ ชิฟฟ์ให้ความเห็นว่าเป็นข้อเสนอที่ *ไร้เหตุผลและมีไว้เพื่อช่วยเหลือนักลงทุนบิตคอยน์รายแรกๆ ซึ่งกำลังขาดทุน* เขาระบุว่า หากธนาคารกลางทั่วโลกตัดสินใจเทขายบิตคอยน์ในเวลาเดียวกัน จะก่อให้เกิดแรงกระแทกรุนแรงจนราคาพังทันที
อย่างไรก็ตาม ชิฟฟ์ยังเปิดรับแนวคิด ‘ทองคำในรูปแบบโทเคน(Tokenized Gold)’ โดยมองว่าการนำบล็อกเชนมาใช้ควบคู่ทองคำจริงสามารถทำให้เกิดระบบการชำระเงินที่มีเสถียรภาพ โดยที่ไม่ต้องกังวลเรื่องเงินเฟ้อ ซึ่งเขาประเมินว่า *มีความเป็นไปได้และใช้งานได้จริงมากกว่าบิตคอยน์*
สถานการณ์ราคาทองคำและบิตคอยน์ในขณะนี้ก็สะท้อนภาพที่ชิฟฟ์ชี้ให้เห็น โดยราคาทองคำพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 5,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (ราว 7.2 ล้านบาท) หลังความวิตกเกี่ยวกับสงครามการค้าทั่วโลก ขณะที่บิตคอยน์กลับร่วงลงต่ำกว่า 86,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 1.2 ล้านบาท) โดยลดลงถึง 17% ในช่วงเดือนมกราคมเพียงเดือนเดียว
*ความคิดเห็น* แนวคิดของชิฟฟ์แม้จะมีผู้คัดค้านจำนวนมาก แต่ก็ยังสะท้อนความไม่ไว้วางใจในคริปโตเคอร์เรนซีของหลายฝ่าย โดยเฉพาะเมื่อมีการพูดถึงนโยบายรัฐที่อาจส่งผลต่อการกำกับดูแลสินทรัพย์ดิจิทัลในอนาคต
ความคิดเห็น 0