Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

เชนัลลิซิสเตือน: เครือข่ายเทเลแกรมจีนฟอกเงินคริปโตพุ่งแตะ 20% ของโลกในปี 2025

เครือข่ายเทเลแกรมจีน กลายเป็นช่องทางฟอกเงินคริปโตถึง 20% ในปี 2025

รายงานล่าสุดจากบริษัทวิเคราะห์บล็อกเชนชื่อดังอย่างเชนัลลิซิส(Chainalysis) เมื่อวันที่ 27 ระบุว่า ในช่วงปี 2025 มีธุรกรรมคริปโตที่ผิดกฎหมายไหลผ่านเครือข่ายเทเลแกรมซึ่งใช้ภาษาจีน จำนวนสูงถึงประมาณ 16,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 23 ล้านล้านวอน คิดเป็น *20%* ของการฟอกเงินผ่านคริปโตทั่วโลกตลอดทั้งปี

การฟอกเงินผ่านกลุ่มที่ใช้ภาษาจีนในเทเลแกรมนี้มักผูกกับ “แพลตฟอร์มค้ำประกัน” เช่น *หุยเอวียน(Huione)* และ *ซินปี่(Xinbi)* ที่รับผิดชอบดำเนินการตลาดซื้อขายในรูปแบบเอสโครว์ ทำให้ผู้ใช้สามารถแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ได้โดยไม่เปิดเผยตัวตน โดยในปีเดียวกันนี้พบว่ามี *กระเป๋าดิจิทัลกว่า 1,800 ใบ* ที่ดำเนินการโอนเงินผิดกฎหมายผ่านเครือข่ายเทเลแกรมแบบเฉลี่ยวันละกว่า *44 ล้านดอลลาร์สหรัฐ*

เชนัลลิซิสระบุเพิ่มเติมว่า เครือข่ายเหล่านี้เติบโตแบบก้าวกระโดดในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา โดยครองส่วนแบ่งของการเคลื่อนย้ายสินทรัพย์ผิดกฎหมายมากถึง *หนึ่งในห้าของทั้งหมด* ซึ่งสูงกว่าช่องทางการฟอกเงินผ่านแพลตฟอร์มแบบรวมศูนย์ (CEX) หรือดีไฟ(DeFi) เสียอีก

ปัญหาช่องโหว่ทางภูมิรัฐศาสตร์ และข้อจำกัดด้านการบังคับใช้กฎหมาย

ในรายงานยังได้ชี้ถึง *ข้อจำกัดของการบังคับใช้กฎหมายข้ามประเทศ* ว่าเป็นหนึ่งในแรงผลักดันให้คริปโตกลายเป็นตัวเลือกที่มีความเสี่ยงต่ำแต่กำไรสูงในวงการอาชญากรรม ด้วยเหตุจากความแตกต่างด้านกฎหมาย ข้อจำกัดในการเข้าถึงข้อมูล การร่วมมือระดับประเทศไม่เพียงพอ และความสามารถในการติดตามและยึดคืนทรัพย์สินที่ยังเป็นอุปสรรคใหญ่

แม้จะมีการบุกยึดหรือจับกุมเครือข่ายบางส่วน แต่ผู้ให้บริการมักเคลื่อนไปยังช่องทางใหม่ได้อย่างรวดเร็ว โดยมี “ลักษณะโครงสร้างที่แทบถอนรากถอนโคนไม่ได้”

เทคโนโลยีใหม่อย่างดีไฟ เพิ่มความท้าทาย

นอกจากเทเลแกรมที่ปิดกั้นการเข้าถึงของเจ้าหน้าที่แล้ว รายงานยังชี้ว่าบรรดาอาชญากรเริ่มหันมาใช้เทคโนโลยี *ดีไฟ* และ *บริดจ์ข้ามเชน(cross-chain bridges)* อย่างแพร่หลายยิ่งขึ้น เพื่อลดโอกาสในการถูกตรวจสอบ เนื่องจากการเคลื่อนไหวในระบบดีไฟที่กระจายอำนาจสูง ทำให้การติดตามกระเป๋าและเส้นทางการเงินยากขึ้นมาก

เชนัลลิซิสเตือนว่า เครื่องมือตรวจจับการหลอกลวงและการฟอกเงินเริ่มตามไม่ทันพฤติกรรมอาชญากรรมในโลกคริปโต โดยเฉพาะเมื่อ *ข้อจำกัดของกฎหมาย AML แบบดั้งเดิมยังไม่สามารถใช้ได้กับระบบแบบกระจายศูนย์*

ความจำเป็นในระดับโลกต่อการรับมือ ‘การเงินเงา’

สิ่งที่น่ากังวลจากการวิเคราะห์ในรายงานนี้คือ เครือข่ายการฟอกเงินเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงกรณีอาชญากรรมแยกเดี่ยว แต่กำลังก่อตัวเป็น “ระบบการเงินเงาขนาดใหญ่” โดยเฉพาะเครือข่ายที่อาศัยพรมแดนทางภาษาและการรวมกลุ่มของชุมชน เช่น เครือข่ายภาษาจีนในเทเลแกรม ที่เป็นที่หลบซ่อนของกิจกรรมผิดกฎหมายอย่างมีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้ บทวิเคราะห์สรุปว่า *การรับมือกับกลไกฟอกเงินจากคริปโตเป็นภารกิจระดับโลก* ที่ต้องอาศัยการบูรณาการข้อมูล รวมถึงความร่วมมือระหว่างภาครัฐ หน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย และบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำ เพื่อปิดช่องโหว่และสร้างระบบการกำกับดูแลที่ตามทันพฤติกรรมอาชญากรรมที่พัฒนาอย่างรวดเร็วในโลกดิจิทัล

*ความคิดเห็น: เครือข่ายฟอกเงินที่ใช้เทคโนโลยีสุดล้ำกำลังท้าทายกรอบกฎหมายแบบเดิม ๆ อย่างสิ้นเชิง ขณะที่ระบบการบังคับใช้กฎหมายระดับโลกจำเป็นต้องเร่งปรับตัวให้ทันก่อนที่โครงสร้าง ‘การเงินเงา’ นี้จะใหญ่จนคุมไม่อยู่*

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

บทความหลัก

บิทไมน์(Bitmine) เพิ่มสเตกอีเธอเรียม(ETH) ทะลุ 4.2 ล้านเหรียญ มุ่งสู่เป้าหมายถือครอง 5% ของอุปทานโลก

บิตไมน์ถืออีเธอเรียม(ETH) กว่า 4.24 ล้านเหรียญ ตั้งเป้าแตะ 5% ของตลาดโลกภายในปี 2026

โพลีมาร์เก็ต(Polymarket) ดาวรุ่งแห่งตลาดคริปโต ยอดติดตั้งพุ่ง 1,200% ท่ามกลางกระแสหนีมีมคอยน์

บิทไมน์เดินหน้าเพิ่มสเตคกิ้งอีเธอเรียม(ETH) คาดรายได้แตะ 2.1 พันล้านบาทต่อปี

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1