บิตคอยน์(BTC) อาจกลับเข้าสู่แนวโน้มขาขึ้นอีกครั้งในเดือนกุมภาพันธ์ หลังพบหลักฐานทางสถิติที่แสดงว่าเดือนนี้เป็นช่วงที่บิตคอยน์มีแนวโน้มปรับตัวขึ้นมากที่สุด โดยเฉพาะในช่วงสัปดาห์ที่สองถึงสัปดาห์ที่สามของเดือน ซึ่งนักวิเคราะห์หลายรายชี้ว่าอาจเป็นจุดเปลี่ยนของแนวโน้มตลาด
ทิโมธี ปีเตอร์สัน(Timothy Peterson) นักวิเคราะห์ตลาดคริปโตชื่อดัง กล่าวว่า ผ่านโพสต์บนแพลตฟอร์ม X เมื่อไม่นานมานี้ว่า “เดือนกุมภาพันธ์คือเดือนที่บิตคอยน์มีผลตอบแทนที่สม่ำเสมอมากที่สุดในประวัติศาสตร์” เขาเสริมว่าผลตอบแทนในเดือนกุมภาพันธ์มักสูงกว่าเดือนตุลาคมที่ขึ้นชื่อว่าเป็นเดือนแห่งขาขึ้นของตลาดเสียอีก ซึ่ง ‘ปัจจัยมหภาค’ อย่างผลประกอบการและแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐฯ มักเป็นตัวผลักดันสำคัญ มากกว่า ‘ปัจจัยภายในตลาดคริปโต’ เอง
โดยเฉพาะในช่วงวันที่ 7 ถึง 21 กุมภาพันธ์ ปีเตอร์สันระบุว่า ในช่วงเวลาดังกล่าวตั้งแต่ปี 2016 เป็นต้นมา บิตคอยน์มี ‘ผลตอบแทนรายสัปดาห์ค่ากลาง’ ที่สูงกว่า 7% และมีโอกาสที่ราคาปิดในสัปดาห์ที่สามของเดือนกุมภาพันธ์จะเป็นบวกสูงถึง ‘60%’ เขาวิเคราะห์ว่าสาเหตุมาจากช่วงนี้เป็นเวลาที่บริษัทใหญ่ในสหรัฐอเมริกาประกาศผลประกอบการประจำปี และมักมาพร้อมแนวโน้มเชิงบวก ซึ่งช่วยหนุนจิตวิทยาการลงทุนให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ ปีเตอร์สันยังกล่าวถึงกรณีของปีที่ตลาดถูกจัดว่าอยู่ในช่วงขาลงอย่างปี 2018, 2022 และ 2025 โดยพบว่าการเคลื่อนไหวของราคาบิตคอยน์ในช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์สามารถเป็น ‘สัญญาณเตือน’ ล่วงหน้าของแนวโน้มขาลงตลอดปีได้อย่างมีนัยยะ ตัวอย่างเช่น ในปี 2022 บิตคอยน์ลดลง 3% ในช่วงต้นเดือนและตลาดคริปโตปรับตัวลงตลอดทั้งปี ซึ่งสะท้อนถึงความสำคัญของพฤติกรรมราคาในเดือนกุมภาพันธ์ต่อแนวโน้มทั้งปี
ในระยะยาว หลายฝ่ายยังคงมองว่าบิตคอยน์มีศักยภาพการขยับขึ้นอีกมาก สร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุน โดย สมินสตัน วีด(Sminston With) นักวิจัยของตลาดคริปโต ผู้สร้างแบบจำลอง ‘Bitcoin Decay Channel’ ระบุว่าราคาสูงสุดของบิตคอยน์อาจแตะระดับ ‘210,000–300,000 ดอลลาร์’ หรือราว ‘3.1–4.3 ล้านบาท’ ในปี 2026 แม้ว่าจะไม่สามารถระบุช่วงเวลาเฉพาะเจาะจงได้ แต่โมเดลดังกล่าวได้รับความเชื่อถือจากการคาดการณ์ในอดีต
ซินา(Sina) ผู้เขียน ‘Bitcoin Intelligence Report’ เห็นด้วยว่าบิตคอยน์ยังคงรักษาแนวโน้มขาขึ้น แม้จะมีการ ‘ย่อตัว’ ในช่วงต้นปี โดยระบุว่าความผันผวนเกิดขึ้นจากข่าวต่างประเทศ เช่น ปัญหาการค้าระหว่างสหรัฐฯ-จีน และการปรับฐานของดัชนีแนสแด็ก มากกว่าจะเป็นปัจจัยภายในตลาดคริปโตเอง
ขณะที่บริษัทวิจัยตลาด เอ็กซ์วินรีเสิร์ช(XWIN Research) ให้ความเห็นว่าภาพรวมของตลาดยังไม่แสดงอาการ ‘หลีกเลี่ยงความเสี่ยง’ (risk-off) อย่างชัดเจน แต่เป็นเพียงการเคลื่อนไหวใน ‘กรอบสะสม’ เท่านั้น ทั้งนี้แม้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวของสหรัฐฯ ปรับขึ้น ซึ่งอาจกดดันการขยายมูลค่าตลาด แต่ ‘มูลค่าตลาดตามต้นทุนจริง’ (Realized Cap) ของบิตคอยน์ยังคงเพิ่มขึ้น สะท้อนว่า ‘เงินทุนจริง’ ยังไหลเข้าสู่ระบบอย่างต่อเนื่อง
"ความคิดเห็น" หากสัญญาณฟื้นตัวตามฤดูกาลในเดือนกุมภาพันธ์เกิดขึ้นจริง และปัจจัยมหภาคอย่างความผันผวนจากตลาดสหรัฐฯ คลี่คลายลง โอกาสที่ราคาบิตคอยน์จะเดินหน้าทำสถิติใหม่ยังคง ‘เปิดกว้าง’ อย่างมีนัยสำคัญ
ความคิดเห็น 0