Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

โคอินเบสเริ่มทดสอบ USDF เหรียญสเตเบิลคอยน์ใหม่จากฟลิปแคช เตรียมเปิดตัวต้นปีหน้า

โคอินเบสเริ่มทดสอบภายใน 'USDF' เหรียญเสถียรตัวใหม่ที่พัฒนาโดยฟลิปแคช เตรียมเปิดตัวต้นปีหน้า

โคอินเบส(Coinbase) ได้เริ่มการทดสอบภายในสำหรับ ‘USDF’ สเตเบิลคอยน์รุ่นใหม่ที่พัฒนาโดยฟลิปแคช(FlipCash) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ ‘คัสตอมสเตเบิลคอยน์(Custom Stablecoins)’ ที่บริษัทเตรียมผลักดันให้ภาคธุรกิจสามารถออกเหรียญที่ผูกกับดอลลาร์โดยใช้แบรนด์ของตนเองได้

เหรียญ ‘USDF’ นี้เป็นสเตเบิลคอยน์ที่มีสกุลเงินดิจิทัลของเซอร์เคิล(Circle) หรือ ‘USDC’ เป็นหลักประกัน โดยกำลังอยู่ในขั้นตอนการทดสอบระบบแบ็กเอนด์ในแพลตฟอร์มของโคอินเบส สำหรับตอนนี้การซื้อขายและธุรกรรมฝาก-ถอนยังไม่เปิดให้ใช้งาน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของขั้นตอนเสถียรภาพก่อนการเปิดตัวในอนาคตอันใกล้

คัสตอมสเตเบิลคอยน์ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยให้ธุรกิจสามารถทำธุรกรรมการเงินต่าง ๆ เช่น การจ่ายค่าจ้าง การชำระเงินระหว่างองค์กร การโอนเงินข้ามประเทศ และการบริหารสภาพคล่องได้อย่างรวดเร็วและต้นทุนต่ำ ช่วยแก้ปัญหาที่ระบบธนาคารเดิมยังไม่ตอบโจทย์

โคอินเบสเริ่มโครงการนี้ตั้งแต่เดือนธันวาคมที่ผ่านมา โดยเปิดให้บริษัทที่เข้าร่วมสามารถออกเหรียญสเตเบิลคอยน์ของตัวเองโดยอิงจาก USDC และยังรับผลตอบแทนตามการใช้งานของโทเคนในระบบ ทั้งนี้ ฟลิปแคชระบุว่า USDF จะกลายเป็นช่องทางชำระเงินหลักภายในแอปของตน พร้อมเปิดตัวอย่างเป็นทางการในช่วงต้นปีหน้าโดยเน้นความโปร่งใสและความน่าเชื่อถือ

ไม่เพียงแต่ฟลิปแคชเท่านั้นที่เข้าร่วมในความร่วมมือครั้งนี้ ยังมีโครงการอื่น เช่น กระเป๋าเงินดิจิทัลแบบควบคุมตนเอง ‘Solflare’ ซึ่งใช้บล็อกเชนของโซลานา(SOL) และแพลตฟอร์มไฟแนนซ์แบบไร้ตัวกลาง ‘R2’ ที่กำลังพัฒนาเหรียญของตนร่วมกับโคอินเบสเช่นกัน

สำหรับโคอินเบส สเตเบิลคอยน์ไม่ได้เป็นเพียงโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยีเท่านั้น แต่เริ่มกลายเป็นแหล่งรายได้หลักของบริษัท โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากความร่วมมือกับเซอร์เคิล ผู้ให้บริการ USDC ซึ่งทั้งสองฝ่ายแบ่งรายได้จากดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมที่เกิดจากการใช้งานโทเคน โดยในไตรมาสที่ 4 ปีที่ผ่านมา โคอินเบสทำรายได้จากสเตเบิลคอยน์ได้ถึง 247 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 3,532 พันล้านวอน

ตลาดสเตเบิลคอยน์ทั่วโลกกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว จากข้อมูลของอาร์เทมิสแอนะลิติกส์โดยใช้ข้อมูลของ Bloomberg คาดว่าการชำระเงินด้วยเหรียญเหล่านี้จะมีมูลค่ารวม 33 ล้านล้านดอลลาร์ภายในปี 2025 เพิ่มขึ้นถึง 72% จากปีก่อน โดยที่ USDC มีบทบาทสูงสุดด้วยยอดใช้งาน 18.3 ล้านล้านดอลลาร์ ตามด้วยเทเธอร์(USDT) ที่มียอดใช้งาน 13.3 ล้านล้านดอลลาร์

การขยายตัวอย่างรวดเร็วนี้เกิดขึ้นหลังจากการผ่านกฎหมาย ‘GENIUS’ ในเดือนกรกฎาคม 2025 ของสหรัฐฯ โดยกฎหมายนี้ถือเป็นกฎหมายชำระเงินด้วยสเตเบิลคอยน์ฉบับแรกที่ให้ความชัดเจนด้านกฎระเบียบ ผลักดันให้ผู้เล่นรายใหญ่ ทั้งสถาบันในประเทศและบริษัทต่างชาติ สามารถเข้าสู่ตลาดได้อย่างมั่นใจ

ปัจจัยด้านกฎหมายและการขยายตัวของแพลตฟอร์มยังช่วยให้การใช้สเตเบิลคอยน์ในชีวิตประจำวันแพร่หลายมากขึ้น โดยเฉพาะในแพลตฟอร์มฟินเทคระดับโลกอย่าง รีโวลูต ซึ่งภายในปี 2025 การชำระเงินด้วยสเตเบิลคอยน์ในระบบของรีโวลูตพุ่งถึง 1.05 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นถึง 156% จากปีก่อน

‘ความคิดเห็น’: การทดลองของโคอินเบสชี้ให้เห็นแนวโน้มที่ชัดเจนว่าสเตเบิลคอยน์จะไม่ใช่แค่ช่องทางชำระเงิน หากแต่จะกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานหลักสำหรับระบบการเงินของธุรกิจในอนาคต โดยเฉพาะเมื่อโครงการอย่าง USDF เข้าสู่ตลาด อาจเปลี่ยนโฉมรูปแบบการนำบล็อกเชนไปใช้ในองค์กรทั่วโลกอย่างมีนัยสำคัญ

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

บทความหลัก

ซอฟต์แบงก์เล็งอัดงบลงทุนโอเพ่นเอไอเพิ่มอีก 43 ล้านล้านวอน ดันบทบาทผู้นำ AI โลก

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1