Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

เทเธอร์ยืนยันลงทุนควบทั้งบิตคอยน์(BTC)–ทองคำ ชูบทบาท 'ธนาคารกลางทางเลือก'

**เทเธอร์ยืนยันไม่ทิ้งบิตคอยน์ เดินหน้าลงทุน ‘ทองคำ’ ควบคู่ ขานรับบทบาทใหม่ในตลาดการเงินโลก**

เทเธอร์(Tether) ผู้ให้บริการสเตเบิลคอยน์รายใหญ่ ยืนยันยังคงยึดถือกลยุทธ์การลงทุนใน *บิตคอยน์(BTC)* อย่างต่อเนื่อง พร้อมกับขยายการถือครอง *ทองคำ* ในสัดส่วนที่เพิ่มขึ้น โดยปฏิเสธกระแสข่าวที่ชี้ว่าอาจละทิ้งบิตคอยน์และหันไปพึ่งสินทรัพย์ปลอดภัย

เมื่อวันที่ 24 ตามรายงานของ Reuters *เปาโล อาร์โดอิโน* ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของเทเธอร์ เปิดเผยในการให้สัมภาษณ์ว่า การแบ่งสัดส่วนพอร์ตลงทุนที่ ‘ราว 10% ในบิตคอยน์ และ 10–15% ในทองคำ’ ถือเป็นกลยุทธ์ที่เหมาะสม พร้อมยืนยันว่า “เทเธอร์จะยังคงลงทุนในสินทรัพย์ทั้งสองประเภทควบคู่กันต่อไป”

ปัจจุบัน เทเธอร์ใช้ทองคำเป็นส่วนหนึ่งของสินทรัพย์สำรองสำหรับการหนุนมูลค่าเหรียญ *USDT* และยังออกโทเคนทองคำในชื่อ *XAUT* ซึ่งมีมูลค่าตลาดล่าสุดอยู่ที่ราว 2.6 พันล้านดอลลาร์ (ประมาณ 3.7 หมื่นล้านบาท)

Bloomberg รายงานว่า ขณะนี้เทเธอร์ครอบครองทองคำประมาณ 140 ตัน โดยถือครองมากที่สุดในกลุ่มสถาบันที่ไม่ใช่ธนาคารกลางหรือกองทุน ETF คิดเป็นมูลค่าราว 24 พันล้านดอลลาร์ (ประมาณ 3.4 แสนล้านบาท) ทำให้เทเธอร์กลายเป็นหนึ่งใน 30 อันดับแรกของโลกในด้านปริมาณการถือครองทองคำ โดยมีปริมาณมากกว่าหลายประเทศ เช่น กรีซ กาตาร์ และออสเตรเลีย

ด้านกลยุทธ์การซื้อสะสม บริษัทกำลังเข้าซื้อทองคำอย่างต่อเนื่องที่อัตรา 1–2 ตันต่อสัปดาห์ ทำให้เม็ดเงินลงทุนเฉลี่ยอยู่ที่ราว 1 พันล้านดอลลาร์ (ประมาณ 1.4 หมื่นล้านบาท) ต่อเดือน *ความคิดเห็น: การเดินเกมแบบเงียบๆ นี้ อาจเป็นการสะสมอิทธิพลทางการเงินอย่างมีชั้นเชิง*

แม้ว่าจะเทน้ำหนักไปยังทองคำมากขึ้น แต่เทเธอร์ก็ยังเดินหน้าลงทุนในบิตคอยน์เช่นเดิม โดยในไตรมาส 4 ปีที่ผ่านมา ได้เข้าซื้อเพิ่มอีก 8,888 BTC คิดเป็นมูลค่าราว 779 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 1.1 หมื่นล้านบาท) จนทำให้การถือครองรวมล่าสุดอยู่ที่ 96,370 BTC หรือคิดเป็นมูลค่าประมาณ 8.46 พันล้านดอลลาร์ (ประมาณ 1.2 ล้านล้านบาท) เป็นอันดับ 2 รองจาก Strategy เพียงรายเดียว

ไม่เพียงแค่เพิ่มการถือครอง เทเธอร์ยังมีแผนขยายบทบาทในตลาดทองคำ โดยมองตนเองว่าเป็น ‘ธนาคารกลางทางเลือก’ แห่งใหม่ในตลาดโลก ในการสัมภาษณ์กับ Bloomberg อาร์โดอิโนกล่าวว่า "เทเธอร์กำลังก้าวสู่การเป็นหนึ่งใน ‘ธนาคารกลางทองคำ’ ที่ใหญ่ที่สุดของโลก"

นอกจากนี้ เขายังระบุว่า “คู่แข่งของสหรัฐอาจใช้ทองคำเป็นฐานในการสร้างสกุลเงินทางเลือก เพื่อลดอิทธิพลของดอลลาร์ในระบบการเงินโลก” ซึ่งอาจสะท้อนทิศทางใหม่ของการเปลี่ยนขั้วอำนาจทางการเงินระหว่างประเทศ

ด้วยราคาทองคำที่ทำสถิติสูงสุดครั้งใหม่ที่ 5,300 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ราคาบิตคอยน์ยังทรงตัวที่ 88,227 ดอลลาร์ (ประมาณ 1.2 ล้านบาท) ยิ่งทำให้แผนการลงทุนควบ ‘ทองคำและคริปโต’ ของเทเธอร์น่าสนใจยิ่งขึ้น

*ความคิดเห็น: กลยุทธ์สองทางของเทเธอร์อาจพลิกเกมสเตเบิลคอยน์ สร้างสมดุลระหว่าง “สินทรัพย์ดิจิทัล” และ “ของจริงที่จับต้องได้” อย่างทองคำ*

ท่ามกลางความผันผวนในตลาดตราสารหนี้สหรัฐและสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ เทเธอร์กำลังวางรากฐานของสเตเบิลคอยน์ ที่ไม่เพียงแต่ผูกกับดอลลาร์เท่านั้น แต่ยังอิงกับ 'สินทรัพย์จริง' ที่ช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือในระยะยาว

ในมุมมองของนักวิเคราะห์ การเคลื่อนไหวนี้อาจสะท้อนนัยสำคัญต่ออนาคตของสเตเบิลคอยน์ คือ ‘ทิศทางใหม่ในการออกแบบสินทรัพย์หนุนหลัง’ ที่จะไม่ได้จำกัดแค่ตราสารหนี้ หรือเงินดอลลาร์อีกต่อไป แต่รวมถึงสินทรัพย์ทางเลือกที่มีความมั่นคงอย่างทองคำและบิตคอยน์ด้วย

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

บทความหลัก

สตาร์ฟ(Strive) ทะยานติดอันดับ 10 บริษัทถือครองบิตคอยน์(BTC) สูงสุด ด้วยกลยุทธ์ปลดหนี้-ซื้อเพิ่ม 13,132 BTC

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1