Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

บิตคอยน์(BTC) ร่วงแตะ 81,000 ดอลลาร์ หลังหุ้น AI สะดุด-สภาพคล่องหดตัว

บิตคอยน์(BTC) ร่วงแตะ 81,000 ดอลลาร์ หลังหุ้น AI สะดุด-สภาพคล่องหดตัว / Tokenpost

ราคาบิตคอยน์(BTC)ร่วงลงอย่างรวดเร็วในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา สร้างความวิตกกังวลให้กับนักลงทุนทั่วโลก จากรายงานของบริษัทวิจัยด้านคริปโตเคอร์เรนซีอย่างไทเกอร์รีเสิร์ช (Tiger Research) ระบุว่า การปรับตัวลงครั้งนี้มีปัจจัยกระตุ้นหลายประการ โดยเฉพาะการขาดสภาพคล่องในระยะสั้นที่ทำให้บิตคอยน์ตกอยู่ในสถานะที่ไม่เป็นที่ต้องการชั่วคราว

เมื่อคืนวันที่ 29 ถึงช่วงเช้าวันที่ 30 บิตคอยน์ปรับตัวลดลงประมาณ 7% จากระดับ 87,000 ดอลลาร์ ลงมาใกล้ระดับ 81,000 ดอลลาร์ ซึ่ง *คำ* สำคัญในการร่วงลงในครั้งนี้คือ การเปิดเผยผลประกอบการที่อ่อนแอของไมโครซอฟท์(MSFT) ที่ส่งผลกระทบต่อตลาดหุ้นแนสแด็ก โดยเมื่อความกังวลเกี่ยวกับฟองสบู่ในหุ้น AI เริ่มแพร่กระจาย นักลงทุนจำนวนมากก็เริ่มถอนตัวจากสินทรัพย์เสี่ยงอย่าง *บิตคอยน์(BTC)* ซึ่งมีความผันผวนสูง โดยเฉพาะเมื่อราคาหลุดระดับ ‘ราคาเฉลี่ยที่มีการซื้อขายจริง’ หรือ Active Realized Price ที่ 87,000 ดอลลาร์ นักลงทุนจำนวนมากจึงเข้าสู่ภาวะขาดทุน

ปัจจัยถัดมาที่ซ้ำเติมตลาดคือ ความไม่แน่นอนทางการเมือง โดยเมื่อวันที่ 30 ตามรายงานจาก Bloomberg และ Reuters มีรายงานว่า ทรัมป์กำลังพิจารณาเสนอชื่อเควิน วอร์ช(Kevin Warsh) ซึ่งมีจุดยืนสายเหยี่ยวให้เป็นประธานธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด) คนถัดไป โดยวอร์ชเป็นผู้ที่เคยคัดค้านมาตรการผ่อนคลายทางการเงินในอดีต และให้การสนับสนุนการขึ้นดอกเบี้ยและลดขนาดงบดุลอย่างต่อเนื่อง ซึ่ง *ความคิดเห็น* นี้ส่งผลให้ตลาดเริ่มคาดการณ์ถึงแนวโน้มการเข้มงวดทางการเงินอีกครั้ง กระตุ้นแรงขายในตลาดคริปโต

ไทเกอร์รีเสิร์ชชี้ว่า ความล่าช้าในการฟื้นตัวของบิตคอยน์มีสาเหตุหลักจาก ‘ปริมาณการซื้อขายที่เบาบาง’ ประกอบกับการขาดสภาพคล่อง แม้ว่าตลาดหุ้นและสินทรัพย์อื่น ๆ อย่างทองคำเริ่มฟื้นตัว แต่บิตคอยน์ยังคงค้นหาแนวรับใหม่ไม่พบ สถานการณ์เช่นนี้ทำให้ข่าวลบแม้เพียงเล็กน้อยก็สามารถกระตุ้นการปรับตัวลงอย่างรุนแรง

อย่างไรก็ตาม รายงานยังแสดงมุมมองในเชิงบวกสำหรับแนวโน้มระยะกลางและระยะยาว โดยชี้ว่าหากทรัมป์แต่งตั้งวอร์ชจริง ก็ไม่ได้หมายความว่าสหรัฐจะดำเนินนโยบายตึงตัวอย่างสุดโต่ง เพราะวอร์ชเคยเสนอ “แนวนโยบายประนีประนอม” เช่น การลดงบดุลประกอบกับการปรับลดอัตราดอกเบี้ยอย่างค่อยเป็นค่อยไป ทำให้ยังมีความหวังว่าสหรัฐอาจหลีกเลี่ยงการเข้มงวดทางการเงินแบบรุนแรงได้ ซึ่งจะเป็นผลดีต่อ *ตลาดคริปโต*

นอกจากนี้ สัญญาณด้านบวกอีกประการคือ การเร่งเดินหน้าสู่ระบบที่รองรับการลงทุนแบบมีการกำกับในสหรัฐ โดยนโยบายการอนุญาตให้ลงทุนคริปโตในกองทุนเกษียณ 401(k) กำลังเข้าสู่การพิจารณาเต็มรูปแบบ ซึ่งคาดว่ามีเม็ดเงินใหม่สูงถึง 10 ล้านล้านดอลลาร์ที่อาจไหลเข้าสู่ตลาดคริปโต รวมถึงการออกกฎหมายกำกับดูแลคริปโตที่เริ่มมีความคืบหน้า ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึง *แนวโน้มการยอมรับในกรอบกฎหมาย* ที่สร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนรายใหญ่

ในระยะสั้น แนวโน้มราคาบิตคอยน์ยังคงเชื่อมโยงกับทิศทางของตลาดหุ้นสหรัฐ โดยเฉพาะแนสแด็ก หากราคายังไม่สามารถกลับขึ้นมายืนเหนือแนวรับ 84,000 ดอลลาร์ได้ ก็ย่อมมีความเสี่ยงที่จะปรับตัวลงต่อ แต่หากตลาดหุ้นเข้าสู่ภาวะพักฐาน หรือหากความร้อนแรงของหุ้น AI เริ่มคลายตัว โอกาสที่นักลงทุนจะหันกลับมาหา *บิตคอยน์(BTC)* ในฐานะสินทรัพย์ทางเลือกก็ยังคงเป็นไปได้

แม้ว่าตลาดจะมีความผันผวนสูง แต่แนวโน้มของสภาพคล่องทั่วโลกยังคงอยู่ในทิศทางขยายตัว และท่าทีของภาครัฐที่เอื้อต่อคริปโตก็ยังไม่เปลี่ยนแปลง ไทเกอร์รีเสิร์ชจึงมองว่าการปรับฐานในครั้งนี้เป็นเพียงการ ‘พักตัวชั่วคราว’ ที่ได้รับแรงกดดันจากการขาดสภาพคล่องมากเกินไป โดย *ความคิดเห็น* จากผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่า หากแนวโน้มดอกเบี้ยและตลาดทุนเริ่มนิ่ง ราคาบิตคอยน์อาจมีโอกาสฟื้นตัวได้ในอนาคตอันใกล้

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1