วิตาลิก บูเทอริน เสนอโมเดลใหม่ให้ระบบโทเคนคริปโตของครีเอเตอร์มุ่งเน้นที่ ‘คุณภาพ’
วิตาลิก บูเทอริน ผู้ร่วมก่อตั้งอีเธอเรียม(ETH) ได้เสนอแนวคิดใหม่เพื่อยกระดับการสร้างสรรค์เนื้อหาคุณภาพในระบบโทเคนของครีเอเตอร์ โดยแนวคิดนี้เป็นการผสานระหว่างระบบโทเคนของครีเอเตอร์เข้ากับ ‘ตลาดทำนายผล(Prediction Market)’ เพื่อสร้างแรงจูงใจที่ส่งเสริมคอนเทนต์คุณภาพแทนปริมาณ
เมื่อวันที่ 24 บูเทอรินโพสต์ข้อความทาง X (แพลตฟอร์มเดิมคือทวิตเตอร์) ระบุว่า ระบบครีเอเตอร์โทเคนในปัจจุบันให้ความสำคัญกับ ‘ปริมาณ’ มากกว่า ‘คุณภาพ’ และสถานการณ์ก็ยิ่งเลวร้ายลงด้วยการแพร่ของคอนเทนต์จาก AI เขายกตัวอย่างว่าในระบบเนื้อหาโทเคน แฟนๆ สามารถได้รับสิทธิ์เป็นเจ้าของหรือเข้าถึงเนื้อหาอย่างโพสต์ ภาพ วิดีโอ หรือเพลงผ่านคริปโต ซึ่งเชื่อมโยงกับบล็อกเชน
โมเดลที่บูเทอรินเสนอจะให้ครีเอเตอร์สามารถออกโทเคนของตัวเองและขอรับการคัดเลือกผลงานจาก DAO (องค์กรอิสระแบบกระจายศูนย์) โดย DAO จะคัดเลือกว่าเนื้อหาใด ‘มีคุณค่า’ และนักลงทุนสามารถเข้าไปร่วม ‘ทำนาย’ ว่าเนื้อหาหรือผู้สร้างใดจะได้รับการยอมรับ หาก DAO ตัดสินใจสนับสนุนผู้สร้างคนใด โทเคนของครีเอเตอร์รายนั้นจะถูก DAO นำไป ‘เผา’ ทำให้จำนวนลดลง และมีโอกาสที่มูลค่าจะเพิ่มขึ้นจากความหายาก
“นี่คือวิธีสร้างโครงสร้างที่ช่วยให้ผู้ที่มีผลงานโดดเด่นสามารถประสบความสำเร็จได้ แม้จะไม่ได้มีฐานแฟนจำนวนมากอยู่แล้ว” บูเทอรินกล่าว
เขายังคงชี้ให้เห็นว่าระบบโทเคนของครีเอเตอร์ในปัจจุบัน เช่น BitClout และ Zora ยังเน้นที่บุคคลชื่อดังหรือผู้มีสถานะทางสังคมสูง ดังนั้นจะเป็นเรื่องยากที่ครีเอเตอร์หน้าใหม่แต่มีคุณภาพจะสามารถโดดเด่นขึ้นมาได้ในระบบนี้
ในด้านของกรณีศึกษา บูเทอรินยังกล่าวถึง Friend.tech ซึ่งเป็นแอปแบบโซเชียลไฟ(SocialFi) บนเครือข่ายเลเยอร์ 2 ของอีเธอเรียมอย่าง ‘เบส(Base)’ ที่ใช้ระบบการซื้อขาย ‘คีย์’ สำหรับเข้าถึงกลุ่มส่วนตัวของครีเอเตอร์ แม้ระบบจะน่าสนใจ แต่ก็เกิดปัญหาการเก็งกำไร ส่งผลให้ราคาคีย์ผันผวนอย่างหนัก และในเดือนกันยายน 2024 แอปก็ปิดตัวหลังจากจำนวนผู้ใช้งานลดลง และโทเคนร่วงถึง 95% จากจุดสูงสุด
จากบทเรียนของ Friend.tech บูเทอรินจึงเน้นย้ำว่า DAO ควรให้ความสำคัญกับ ‘คุณภาพ’ ในการออกแบบระบบแรงจูงใจของครีเอเตอร์โทเคน เพื่อไม่ให้เกิดพฤติกรรมเก็งกำไรแบบเดียวกัน
เขายังได้ชี้แนะเพิ่มว่า DAO ไม่ควรพยายามครอบคลุมตลาดทั้งหมด แต่ควรมุ่งเน้นกลุ่มผู้ชมเฉพาะ เช่น ครีเอเตอร์สายคลิปสั้น, คอนเทนต์ระยะยาว หรือแม้แต่กลุ่มผู้ใช้งานที่มีทัศนคติทางการเมืองบางรูปแบบ การสร้างโฟกัสเชิงกลยุทธ์กับกลุ่มเป้าหมายจะช่วยเปิดโอกาสให้ ‘กลุ่มครีเอเตอร์’ สามารถเจรจาเรื่องแบรนด์และผลตอบแทนรวมกันได้ มีประสิทธิภาพกว่าการเคลื่อนไหวแบบปัจเจก
ในโมเดลนี้ นักวิเคราะห์ในตลาดทำนายผลก็จะมีบทบาทสำคัญ เพราะผู้ที่คาดการณ์แนวทางของ DAO ได้อย่างแม่นยำก็จะได้รับผลตอบแทนสูง ส่งผลให้คอนเทนต์คุณภาพดีมีแนวโน้ม ‘เด่นขึ้นเอง’ โดยอิงกับแรงจูงใจจากตลาด มากกว่าการใช้อัลกอริทึมป้อนเนื้อหาแบบสุ่ม
แนวคิดของบูเทอรินในครั้งนี้ถือเป็นการทดลองที่ไม่พึ่งพานวัตกรรมใดๆ ด้านเทคโนโลยี แต่สร้างขึ้นจาก ‘กลไก’ และ ‘แรงจูงใจ’ ที่จัดวางไว้อย่างมีกลยุทธ์ ท่ามกลางกระแสเนื้อหา AI ล้นตลาด โมเดลใหม่ของเขากำลังถูกจับตาในฐานะก้าวแรกของการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างอุตสาหกรรมคอนเทนต์ดิจิทัลในยุคบล็อกเชน
ความคิดเห็น 0