Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

เทรดเดอร์แห่หนีคริปโตสู่ฟิวเจอร์สน้ำมัน–โลหะเงิน ปริมาณเทรด Hyperliquid แซง SOL และ XRP หลายเท่า

แพลตฟอร์มอนุพันธ์คริปโต ‘ไฮเปอร์ลิควิด(Hyperliquid)’ กำลังเห็นกระแสการย้าย ‘การเดิมพัน’ ของเทรดเดอร์จากคริปโตไปสู่ ‘สินค้าโภคภัณฑ์ดั้งเดิม’ อย่างรวดเร็ว โดยในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ปริมาณซื้อขายอันดับต้นๆ ถูกยึดครองโดยสัญญาอนุพันธ์ของ ‘น้ำมันดิบ’ และ ‘โลหะเงิน’ แซงหน้าสินทรัพย์คริปโตชื่อดังอย่าง ริปเปิล(XRP) และ โซลานา(SOL) ไปแบบขาดลอย

ในช่วง 24 ชั่วโมงล่าสุด สัญญาฟิวเจอร์สแบบไม่มีวันหมดอายุ (Perpetual) ที่อ้างอิงกับน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสอินเตอร์มีเดียต(WTI) และน้ำมันดิบเบรนท์(Brent) มียอดซื้อขายรวมกันทะลุ 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 7,584억 วอน) ขณะที่สัญญาโลหะเงิน(Silver) แบบ Perpetual เพียงตัวเดียวก็มียอดเทรดเกิน 412 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 6,248억 วอน)

หากดูเฉพาะกิจกรรมการซื้อขาย สัญญาน้ำมันและโลหะเงินมีความคึกคักกว่าสัญญาอนุพันธ์ของโซลานา(SOL) และริปเปิล(XRP) อย่างชัดเจน โดยในช่วงเวลาเดียวกัน ปริมาณซื้อขายของโซลานา(SOL) Perpetual อยู่ที่เพียง 176 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 2,669억 วอน) ส่วนริปเปิล(XRP) อยู่ที่ประมาณ 31 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 470억 วอน) เท่านั้น ทั้งที่ทั้งสองโทเคนมีมูลค่าตลาดรวมระดับหลายพันล้านดอลลาร์และติดอันดับต้นๆ ของโลก ทำให้กระแส ‘ไหลเข้าตลาดสินค้าโภคภัณฑ์’ ครั้งนี้ถูกมองว่าเป็นความเคลื่อนไหวที่ ‘ผิดปกติ’ เมื่อเทียบกับอดีต

เบื้องหลังการเปลี่ยนทิศของกระแสเทรดครั้งนี้ มาจากความผันผวนที่พุ่งสูงขึ้นในตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ จากความตึงเครียดที่เกี่ยวข้องกับอิหร่าน โดยเฉพาะ ‘ช่องแคบฮอร์มุซ’ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันทางทะเลราว 20% ของทั้งโลก กำลังถูกมองเป็นจุดคอขวดของซัพพลายเชน ส่งผลให้ราคาน้ำมันตอบสนองต่อข่าวสารและความเสี่ยงเชิงภูมิรัฐศาสตร์อย่างไว ‘ความคิดเห็น’ ช่องว่างระหว่างเวลาปิดทำการของตลาดการเงินดั้งเดิมกับการเคลื่อนไหวของราคาสินค้าโภคภัณฑ์ ทำให้แพลตฟอร์มอนุพันธ์คริปโตอย่าง ‘ไฮเปอร์ลิควิด(Hyperliquid)’ เริ่มถูกใช้เป็นเวที ‘ค้นหาราคาที่แท้จริง (price discovery)’ ของตลาดน้ำมันและโลหะมากขึ้น

ราคาน้ำมันดิบเบรนท์และ WTI ปรับตัวขึ้นแรงกว่า 45% ตั้งแต่ต้นเดือนเป็นต้นมา ระดับการพุ่งขึ้นที่มักจะเห็นใน ‘มีมคอยน์’ กลับปรากฏในสินทรัพย์อย่างน้ำมันแทน เมื่อแรงซื้อยังคงหนาแน่น ราคาน้ำมันดิบได้ทะลุระดับ 100 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล (ราว 15만 원) ส่งผลให้ความกังวลเรื่อง ‘แรงกดดันเงินเฟ้อรอบใหม่’ เริ่มลามไปทั่วตลาดการเงินโลก ท่ามกลางความเสี่ยงเชิงภูมิรัฐศาสตร์และความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจที่กำลังขยายตัวพร้อมกัน สินค้าโภคภัณฑ์จึงกลับมาถูกมองในฐานะ ‘เซ็กเตอร์หลักที่ต้องจับตา’ อีกรอบ

ถึงอย่างนั้น บิตคอยน์(BTC) และอีเธอเรียม(ETH) ก็ยังเป็นสินทรัพย์ที่มีการซื้อขายมากที่สุดบนไฮเปอร์ลิควิด(Hyperliquid) โดยปริมาณเทรด 24 ชั่วโมงของสัญญา Perpetual บิตคอยน์(BTC) อยู่ที่ 1.94 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 2조 9,416억 วอน) ขณะที่อีเธอเรียม(ETH) อยู่ที่ประมาณ 990 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1조 5,013억 วอน) อย่างไรก็ตาม การที่สัญญาในกลุ่ม ‘พลังงานและโลหะ’ กำลังเร่งขยายสัดส่วนและเพิ่มบทบาทขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้มีมุมมองว่าภูมิทัศน์การเทรดบนแพลตฟอร์มอาจเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญในช่วงถัดไป

ฝั่งภูมิรัฐศาสตร์ สัญญาณความตึงเครียดมีแนวโน้มรุนแรงขึ้น อิหร่านออกมาเตือนเมื่อวันที่ 23 (เวลาท้องถิ่น) ว่า หากสหรัฐฯ เดินหน้าทำตามคำขู่ของประธานาธิบดีทรัมป์ ที่จะ ‘โจมตีโรงไฟฟ้า’ ของอิหร่าน ตนพร้อมจะ ‘ปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างสมบูรณ์ทันที’ ก่อนหน้านี้มีรายงานว่าประธานาธิบดีทรัมป์ระบุ หากอิหร่านไม่เปิดทางให้เรือบรรทุกน้ำมันเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้อย่างเต็มรูปแบบภายใน 48 ชั่วโมง สหรัฐฯ จะ ‘ถล่ม’ โรงไฟฟ้าของอิหร่านจนไม่เหลือสภาพ

ด้านสถาบันการเงินก็เริ่มปรับมุมมองตามสถานการณ์ ล่าสุด โกลด์แมน แซคส์ ได้ปรับเพิ่มคาดการณ์ราคาน้ำมัน โดยสะท้อนความเสี่ยงด้านซัพพลายที่เพิ่มขึ้น สถาบันมองว่าราคาเฉลี่ยของน้ำมันดิบเบรนท์ในช่วงเดือนมีนาคม-เมษายนจะอยู่ที่ 100 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล (ราว 15만 원) สูงกว่าคาดการณ์เดิมที่ 98 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 14만 8,600원) และระดับดังกล่าวยัง ‘แพง’ กว่าค่าเฉลี่ยที่คาดการณ์สำหรับปี 2025 ถึงราว 62% นอกจากนี้ โกลด์แมน แซคส์ยังปรับเพิ่มประมาณการราคาเฉลี่ยปี 2026 เป็น 85 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล (ราว 12만 9,000원) และคงมุมมองราคาน้ำมันปี 2027 ไว้ที่เฉลี่ย 80 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 12만 1,300원)

ในมุมมองของตลาด ความไม่แน่นอนรอบ ‘ช่องแคบฮอร์มุซ’ ยังไม่มีสัญญาณว่าจะคลี่คลายลงในเร็ววัน ทำให้มีโอกาสสูงที่กระแสเก็งกำไรในสัญญาน้ำมันและพลังงานบนไฮเปอร์ลิควิด(Hyperliquid) จะยังคงร้อนแรงต่อเนื่อง ‘ความคิดเห็น’ หากความผันผวนของราคาสินค้าโภคภัณฑ์ยังคงปะทุรุนแรงในช่วงที่ตลาดดั้งเดิมปิดทำการ โดยเฉพาะในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ แพลตฟอร์มอนุพันธ์แบบกระจายศูนย์อาจก้าวขึ้นมาเป็นอีกหนึ่งเวทีหลักในการส่ง ‘สัญญาณราคาแบบเรียลไทม์’ ของตลาดสินค้าโภคภัณฑ์โลก และตอกย้ำบทบาทของคริปโตดั้งเดิมในฐานะโครงสร้างพื้นฐานการเทรดสินทรัพย์ทุกประเภทบนโลกดิจิทัล

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1