‘เซอร์เคิล(Circle)(CRCL)’ ร่วงแรงระหว่างวันสูงสุดราว 18% เมื่อวันที่ 25 (เวลาท้องถิ่น) หลังมีรายงานร่างกฎหมาย ‘สเตเบิลคอยน์’ ฉบับใหม่ในสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ ที่อาจเข้ามาจำกัด ‘ผลตอบแทนจากสเตเบิลคอยน์’ ทำให้นักลงทุนเทขายทำกำไรทันที และหยุดกระแสปรับขึ้นแรงต่อเนื่องตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมาในชั่วข้ามคืน
‘เซอร์เคิล’ ผู้ออกสเตเบิลคอยน์ที่ผูกกับดอลลาร์สหรัฐอย่าง ยูเอสดีคอยน์(USDC) เปิดตลาดมาก็ถูกขายหนัก ส่งผลให้ราคาหุ้นย่อตัวลงมาคืนกำไรไปบางส่วน ขณะเดียวกัน ‘คอยน์เบส(COIN)’ ที่แบ่งรายได้จากธุรกิจ USDC กับเซอร์เคิล ก็อ่อนตัวตามลงมาราว 8% นับจากช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ หุ้นเซอร์เคิลสะสมผลตอบแทนไปแล้วราว 170% แซงหน้าหุ้นคริปโตตัวอื่นและดัชนีหุ้นสหรัฐโดยรวมอย่างชัดเจน จึงถูกมองว่าเป็นจุดที่ ‘ข่าวลบ’ สามารถเร่งแรงขายและการปรับฐานได้ง่าย
ร่างกฎหมายที่จุดชนวนรอบนี้คือ ‘กฎหมายความชัดเจน(Clarity Act)’ ฉบับล่าสุด ตามรายงานของ CoinDesk เมื่อวันที่ 25 (เวลาท้องถิ่น) ตลาดจับตาว่าข้อความในร่างอาจ ‘จำกัดหรือห้าม’ การให้รางวัลหรือผลตอบแทนบนยอดคงเหลือของสเตเบิลคอยน์ ซึ่งเทียบได้กับการปิดช่องการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่มีลักษณะคล้าย ‘เงินฝาก’ ในระบบธนาคาร
แดน โดเลฟ(Dan Dolev) นักวิเคราะห์จาก มิสโฮ(Mizuho) มองว่า ร่าง ‘กฎหมายความชัดเจน’ มีโอกาส ‘ห้ามการจ่ายผลตอบแทน (yield) แก่ผู้ที่เพียงแค่ถือสเตเบิลคอยน์’ และอาจจำกัดโปรแกรมที่ทำให้ผลิตภัณฑ์ดังกล่าว ‘มีความเทียบเท่าทางเศรษฐกิจกับเงินฝากธนาคาร’ ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง
โดยปกติ ‘ผลตอบแทนจากสเตเบิลคอยน์’ มาจากหลายช่องทาง ทั้งการปล่อยกู้บนบล็อกเชน การให้รางวัลบนแพลตฟอร์มเทรด และโปรแกรมจูงใจบนแพลตฟอร์มการเงินต่าง ๆ ซึ่งล้วนถูกใช้เป็นจุดขายดึงนักลงทุนหน้าใหม่เข้ามา หากโครงสร้างรางวัลเหล่านี้ถูกจำกัดอย่างจริงจัง โอกาสที่สเตเบิลคอยน์อย่าง USDC จะพัฒนาไปไกลกว่าบทบาท ‘สื่อกลางชำระเงินและโอนเงิน’ ไปสู่สถานะ ‘ที่เก็บมูลค่า/ผลิตภัณฑ์ออมทรัพย์’ ก็จะถูกบีบแคบลง
เชย์ โบลูเออร์(Shay Boloor) หัวหน้านักกลยุทธ์ตลาดจาก ฟิวเจอร์ร็อค อีควิตีส์(Future Rock Equities) ระบุว่า นี่คือปัจจัยที่ ‘บั่นทอนฐานของมุมมองเชิงบวก (bull case)’ ต่อ USDC และอาจจำกัดเส้นทางที่ USDC จะขยายตัวไปสู่การเป็น ‘ผลิตภัณฑ์เก็บมูลค่าที่แท้จริง’
ก่อนหน้านี้ ‘กฎหมายจีเนียส(GENIUS Act)’ ที่โฟกัสสเตเบิลคอยน์โดยตรง ได้วางกรอบห้ามไม่ให้ผู้ออกเหรียญจ่ายผลตอบแทนให้ผู้ใช้โดยตรงแล้ว อย่างไรก็ดี ตลาดยังเชื่อว่ารูปแบบ ‘แพสทรู(pass-through)’ ซึ่งเป็นการส่งผ่านรายได้จากสินทรัพย์สำรอง(reserves) ไปยังผู้ใช้โดยอ้อม ยังคงดำเนินต่อไปได้
ในโมเดลปัจจุบัน เซอร์เคิลทำรายได้จากดอกเบี้ยของสินทรัพย์สำรองที่รองรับ USDC จากนั้นแบ่งส่วนหนึ่งให้คอยน์เบส เพื่อใช้เป็นทุนของโปรแกรมรางวัลให้ผู้ใช้งาน แต่หากร่างกฎหมายความชัดเจนเขียนห้ามกิจกรรมที่ ‘เทียบเท่ากับดอกเบี้ย (anything economically equivalent to interest)’ โครงสร้าง ‘แพสทรู’ ดังกล่าวอาจถูกห้ามโดยปริยาย
อมีร์ ฮาเจียน(Amir Hajian) นักวิจัยสินทรัพย์ดิจิทัลจาก คีย์ร็อก(Keyrock) มองว่าร่างนี้แทบจะ ‘ตัดแรงจูงใจในการถือสเตเบิลคอยน์’ และกระทบต่อโมเดลที่ช่วยผลักดันการเติบโตของตลาดสเตเบิลคอยน์โดยตรง เขาระบุว่าประเด็นนี้ ‘สั่นคลอนฐานของโมเดลแพสทรูที่เป็นหัวใจของการยอมรับสเตเบิลคอยน์’
อีกด้านหนึ่ง การเคลื่อนไหวของคู่แข่งหลักอย่าง ‘เทเธอร์(USDT)’ ก็เป็นปัจจัยพื้นฐานที่ตลาดจับตามอง เทเธอร์ประกาศว่ากำลังว่าจ้างหนึ่งใน ‘บิ๊กโฟร์’ บริษัทตรวจสอบบัญชีระดับโลก เพื่อจัดทำ ‘การตรวจสอบงบประมาณสำรองแบบเต็มรูปแบบ (full audit)’ หากการตรวจสอบเสร็จสมบูรณ์และผ่านไปได้ด้วยดี ภาพลักษณ์ด้านความโปร่งใสและการบริหารความเสี่ยงของ USDT ในมุมมองของนักลงทุนสถาบันอาจดีขึ้น และมีโอกาสเข้ามากินส่วนแบ่งตลาดของ USDC เพิ่มเติม
อย่างไรก็ดี หลังราคาหุ้นเซอร์เคิลร่วงแรง เสียงบางส่วนในตลาดมองว่าเป็น ‘ปฏิกิริยาที่มากเกินไป’ โอเวน เลา(Owen Lau) นักวิเคราะห์จาก เคลียร์ สตรีท(Clear Street) ระบุว่า “สถานการณ์จริงไม่ได้เลวร้ายเท่าพาดหัวข่าว” พร้อมเสริมว่า “ตลาดมักจะ ‘ยิงก่อนถามทีหลัง’ อยู่แล้ว จึงดูเหมือนเป็นการตอบสนองเกินกว่าเหตุ”
คำถามสำคัญจากนี้คือ น้ำหนักของกฎเกณฑ์ ‘สเตเบิลคอยน์’ จะเอนเอียงไปทาง ‘การคุ้มครองผู้บริโภค’ มากน้อยเพียงใด และจะถูก ‘ยึดโยงกับกรอบกำกับดูแลแบบธนาคาร’ แค่ไหน ขณะเดียวกัน เซอร์เคิลและคอยน์เบสจะปรับ ‘กลยุทธ์การให้รางวัลและการกระจาย USDC’ ได้ยืดหยุ่นเพียงใดเพื่อรับมือกับกติกาใหม่
ตราบใดที่ถ้อยคำในร่างกฎหมายยังไม่ถูกสรุปและผ่านความเห็นชอบ ‘ความผันผวน’ รอบหุ้นเซอร์เคิล(CRCL) และคอยน์เบส(COIN) ที่โยงกับอนาคตของ ‘ผลตอบแทนสเตเบิลคอยน์’ ก็มีแนวโน้มจะยังคงอยู่ในระดับสูงต่อไป
ความคิดเห็น 0