ตลาดคริปโตจับตาความเคลื่อนไหวครั้งใหม่ของ ‘ไบแนนซ์’ หลังแพลตฟอร์มเทรดคริปโตรายใหญ่ของโลกประกาศ ‘ถอดออกจากรายการซื้อขายมาร์จิน’ บางคู่เทรด โดยมีทั้ง ริปเปิล(XRP), บิตคอยน์แคช(BCH), อาวาแลนเช(AVAX) ติดโผ ส่งสัญญาณว่าอาจเกิดความผันผวนระยะสั้นในตลาดมาร์จิน
เมื่อวันที่ 27 (เวลาท้องถิ่น) ตามประกาศของไบแนนซ์ แพลตฟอร์มจะยุติการรองรับคู่เทรดมาร์จินแบบครอสและแบบ Isolated บางส่วน โดยในรายชื่อมีทั้ง XRP/BNB, AXS/BTC, คอสโมส(ATOM)/BTC, แดช(DASH)/BTC, บิตคอยน์แคช(BCH)/USD1, อาวาแลนเช(AVAX)/USD1 ขณะที่ฝั่งมาร์จินแบบ Isolated ก็มีคู่สำคัญอย่าง AVAX/ETH, AXS/BTC ถูกถอดออกเช่นกัน การถอด ‘คู่มาร์จิน’ ของสินทรัพย์ใหญ่ระดับนี้ ทำให้ทั้งเทรดเดอร์มาร์จินและนักลงทุนสปอตต้องเร่งประเมิน ‘ความเสี่ยงด้านราคา’ กันอีกรอบ
ไบแนนซ์ระบุว่า หลังประกาศนี้ ผู้ใช้จะไม่สามารถโอนสินทรัพย์ในคู่เทรดที่ถูกถอดเข้ามายังบัญชีมาร์จินแบบ Isolated ได้อีก ยกเว้นกรณีที่มีหนี้ค้างอยู่ในบัญชี ซึ่งจะอนุญาตให้โอนได้เพื่อ ‘ชำระคืน’ เท่านั้น แพลตฟอร์มยังเตือนด้วยว่า ขั้นตอนการยุติการเทรดและปิดคู่มาร์จินอาจใช้เวลาราว 3 ชั่วโมง ในระหว่างนั้นผู้ใช้ ‘อาจไม่สามารถปรับตำแหน่ง’ หรือจัดการโพสิชันได้ตามปกติ ซึ่งเป็นจุดที่เทรดเดอร์เลเวอเรจต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ
โดยทั่วไปแล้ว การหยุดรองรับคู่เทรดหรือ ‘ถอดออกจากการเทรดมาร์จิน’ มักส่งผลให้ ‘สภาพคล่อง’ ลดลง และกดดันราคาของสินทรัพย์ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะในตลาดที่พึ่งพามาร์จินเลเวอเรจเป็นหลัก อย่างไรก็ตาม มีนักวิเคราะห์บางส่วนมองว่า แรงกดดันล่าสุดต่อราคา ริปเปิล(XRP), บิตคอยน์แคช(BCH) และ อาวาแลนเช(AVAX) มาจาก ‘ภาวะอ่อนแอของตลาดคริปโตโดยรวม’ มากกว่าจะเป็นผลจากปัจจัยเดียวอย่างการถอดคู่มาร์จินของไบแนนซ์
ในช่วง 24 ชั่วโมงล่าสุด ริปเปิล(XRP) ปรับตัวลงราว 3% ขณะที่ บิตคอยน์แคช(BCH) อ่อนตัวประมาณ 2% และ อาวาแลนเช(AVAX) ก็เคลื่อนไหวในทิศทางลบต่อเนื่อง ‘ความคิดเห็น’ นักเทรดบางรายชี้ว่า การถูกถอดจากมาร์จินอาจเร่งให้เกิดการปิดโพสิชัน (forced deleveraging) ในระยะสั้น แต่ผลกระทบที่ยั่งยืนจะขึ้นอยู่กับว่า ‘สภาพคล่องสปอต’ และ ‘ความต้องการถือยาว’ จะรองรับแรงขายได้มากน้อยแค่ไหน
ในเดือนเดียวกันนี้ ไบแนนซ์เพิ่งสร้างแรงสั่นสะเทือนให้ตลาดด้วยการประกาศ ‘ถอดคริปโตจำนวนมากออกจากการซื้อขาย’ ไปก่อนแล้ว โดยมีโทเคนสายอัลต์อย่าง เวิลด์ชาร์ด(SHARD), อัลไลแอนซ์ เกมส์(COA), มิลกี้เวย์(MILK) รวมแล้วกว่า 20 สินทรัพย์ถูกถอดออก หลังจากประกาศ บางเหรียญร่วงลงถึง 70–80% สะท้อนให้เห็นชัดว่าปัจจัย ‘การคงอยู่บนกระดานใหญ่’ มีน้ำหนักอย่างมากต่อราคา
จากนั้นยังมีการประกาศถอด อารีนา-Z(A2Z), ลูพริง(LRC), ไอดีเด็กซ์(IDEX) เพิ่มเติม โดยเฉพาะ ไอดีเด็กซ์(IDEX) ที่ราคาดิ่งลงถึงประมาณ 33% ทันทีหลังข่าวออก ทำให้ ‘ความเสี่ยงจากการถูกถอดออก’ กลายเป็นหนึ่งในปัจจัยที่นักลงทุนอัลต์คอยน์ต้องใส่ไว้ในเช็กลิสต์
ในทางกลับกัน ผลของ ‘การได้ขึ้นกระดานไบแนนซ์’ ยังคงชัดเจน เมื่อไบแนนซ์ประกาศลิสต์คู่เทรดของ เซ็นทริฟิวจ์(CFG) ช่วงกลางเดือนที่ผ่านมา ราคาโทเคนพุ่งขึ้นกว่า 60% ภายในเวลาไม่นาน ปรากฏการณ์นี้มักถูกเรียกว่า ‘เอฟเฟกต์ไบแนนซ์’ ซึ่งเกิดจากการที่โทเคนได้รับทั้ง ‘สภาพคล่องที่เพิ่มขึ้น’ ‘การเข้าถึงผู้ใช้จำนวนมาก’ และ ‘ภาพลักษณ์ความน่าเชื่อถือ’ ที่เพิ่มขึ้นพร้อมกัน
การจำกัดและถอด ‘คู่เทรดมาร์จิน’ ในรอบนี้ จึงถูกมองว่าเป็นส่วนหนึ่งของการ ‘เพิ่มความเข้มข้นด้านการบริหารความเสี่ยง’ ของไบแนนซ์ ท่ามกลางสภาพแวดล้อมกฎระเบียบที่เข้มงวดขึ้นทั่วโลก อย่างไรก็ตาม การที่มี ‘เหรียญหลัก’ อย่าง ริปเปิล(XRP), บิตคอยน์แคช(BCH), อาวาแลนเช(AVAX) ถูกดึงเข้าไปอยู่ในรายชื่อด้วย อาจกลายเป็นปัจจัยกดดัน ‘จิตวิทยาการลงทุนระยะสั้น’ โดยเฉพาะในหมู่นักเทรดที่เน้นการใช้เลเวอเรจในการเก็งกำไร มากกว่านักลงทุนระยะยาวที่ถือครองในตลาดสปอตเท่านั้น
ความคิดเห็น 0