ซิตี้กรุ๊ป(C) เดินหน้ารุกตลาด ‘โทเคนไนซ์’ หุ้นนอกตลาดเต็มตัว เปิดอินฟราสำหรับการซื้อขาย ‘หุ้นก่อนเข้าตลาด (Pre-IPO)’ ที่เน้นกลุ่มนักลงทุนสถาบัน โดยมุ่งเป้าตลาดมูลค่าราว 7.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1.148 แสนล้านบาท) ผ่านโครงสร้างพื้นฐานแบบ ‘โทเคนไนซ์’ ที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับสินทรัพย์นอกตลาด
ตามรายงานเมื่อวันที่ 24 (เวลาท้องถิ่น) ซิตี้กรุ๊ปได้เปิดตัวแพลตฟอร์มบนฐานสินทรัพย์ดิจิทัล ช่วยให้สามารถโทเคนไนซ์และซื้อขายหุ้นของบริษัทนอกตลาดที่อยู่ในช่วงปลายของรอบการระดมทุนได้อย่างเป็นระบบ แพลตฟอร์มนี้พัฒนาร่วมกับฝ่ายสินทรัพย์ดิจิทัลของตลาดหลักทรัพย์สวิส SIX คือ SDX โดยอาศัยโครงสร้าง ‘เครือข่ายแบบกระจายตัวที่ได้รับอนุญาต’ เป็นอินฟราหลัก
ในระบบใหม่นี้ ซิตี้กรุ๊ปจะทำหน้าที่ดูแลทรัพย์สินต้นทางและเป็นผู้ออก ‘โทเคนไนซ์’ ให้แก่นักลงทุน หุ้นนอกตลาดจะถูกแปลงให้อยู่ในรูป ‘โทเคนไนซ์ เดโปซิทารี รีซีท’ ที่นักลงทุนถือผ่านสถาบันการเงินที่ถูกกำกับดูแล ปัจจุบันกำลังอยู่ในขั้นตอนหารือกับบริษัทเอกชนรายใหญ่หลายแห่งเพื่อเข้าร่วมเป็นผู้ออกหุ้นบนแพลตฟอร์ม
ระยะเริ่มต้น แพลตฟอร์มจะเปิดให้เฉพาะนักลงทุนต่างชาติและนักลงทุนสถาบันนอกสหรัฐเข้าถึงเท่านั้น ส่วน ‘นักลงทุนสหรัฐ’ จะสามารถเข้าร่วมได้ในเฟสถัดไปเมื่อกรอบกำกับดูแลในประเทศมีความชัดเจนมากขึ้น
แพลตฟอร์มโทเคนไนซ์ของซิตี้กรุ๊ปครั้งนี้ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับ ‘นักลงทุนสถาบัน’ เป็นหลัก ใช้เทคโนโลยี ‘คอร์ดา(Corda)’ ของบริษัท R3 เป็นระบบดิสทริบิวเต็ดเลดเจอร์ ทำงานอยู่บนโครงสร้างดิจิทัล CSD ของ SDX ภายใต้สภาพแวดล้อมที่ถูกกำกับดูแลของกลุ่ม SIX ไม่ได้ใช้บล็อกเชนสาธารณะ จุดโฟกัสจึงอยู่ที่ ‘ความปลอดภัยระดับสถาบัน’ และการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์กำกับดูแลอย่างเคร่งครัด
ในเชิงโครงสร้าง ซิตี้กรุ๊ปเป็นผู้ดูแลและรับฝากสินทรัพย์จริง จากนั้นจึงออกโทเคนในรูปแบบ ‘โทเคนไนซ์ เดโปซิทารี รีซีท’ ให้แก่นักลงทุน การจัดจำหน่ายรอบแรกจะผ่านธนาคารซิกนัมในสวิตเซอร์แลนด์ และ SBI ดิจิทัล มาร์เก็ต ในสิงคโปร์ เจาะกลุ่มนักลงทุนสถาบันและผู้ลงทุนคุณสมบัติเหมาะสมในยุโรปและเอเชีย
อาร์เต็ม โคเรนยุก หัวหน้าฝ่ายสินทรัพย์ดิจิทัลของซิตี้กรุ๊ป กล่าวว่านักลงทุนจะสามารถถือ ‘หุ้นนอกตลาด’ เคียงข้างกับหุ้นแอปเปิลในพอร์ตลงทุนเดียวกันได้อย่างไร้รอยต่อ ‘คำ’ ที่ต้องการสื่อคือ หุ้นนอกตลาดจะถูกยกระดับให้เข้ามาอยู่ในระบบซื้อขายและการจัดการพอร์ตแบบเดียวกับหลักทรัพย์จดทะเบียน
เดิมทีการซื้อขายหุ้นนอกตลาดต้องอาศัยขั้นตอนแบบแมนนวล ใช้เวลาตั้งแต่หลายวันถึงหลายสัปดาห์ แถมข้อมูลผู้ถือหุ้นยังถูกกระจายอยู่ในหลายระบบ ทำให้ติดขัดทั้งเรื่องเวลา ค่าใช้จ่าย และความโปร่งใส ซิตี้กรุ๊ประบุว่า ด้วยโครงสร้างแพลตฟอร์มของ SDX การซื้อขายจะถูกประมวลผลได้ ‘แทบจะทันที’ ลดช่องว่างด้านเวลาและการกระทบยอดลงอย่างมีนัยสำคัญ
ซิตี้กรุ๊ปยังอ้างอิงรายงานภายในของตัวเองที่ประเมินว่า ตลาด ‘สินทรัพย์จริงที่ถูกโทเคนไนซ์ (RWA)’ จะมีมูลค่าขยายตัวแตะ 5.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 8.421 ล้านล้านบาท) ภายในปี 2030 จากระดับปัจจุบันราว 1.7 หมื่นล้านดอลลาร์ เติบโตแบบก้าวกระโดด ‘คำ’ ที่ซิตี้โฟกัสคือ หุ้นนอกตลาด, อสังหาริมทรัพย์ และกองทุนตลาดเงิน ซึ่งถูกมองว่าจะเป็นสามเสาหลักของการเติบโตในตลาด RWA
อย่างไรก็ดี ซิตี้กรุ๊ปก็ชี้ว่าตัวเลขดังกล่าวยังมีความผันผวนตามจังหวะของกฎเกณฑ์กำกับดูแล โดยประเมินช่วงกว้างของมูลค่าตลาดไว้ที่ 2.7–8.2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ทว่าในเชิงปฏิบัติ ธนาคารขนาดใหญ่หลายแห่งไม่ได้อยู่แค่ในโหมด ‘ทดลอง’ อีกต่อไป แต่เริ่มเดินหน้าสู่ขั้น ‘สร้างโครงสร้างพื้นฐานจริง’ แล้วอย่างชัดเจน
ด้านโครงการโครงสร้างพื้นฐานอื่นในฝั่งธนาคารดั้งเดิม ปัจจุบัน เจพีมอร์แกน(JPM), แบงก์ออฟอเมริกา(BAC) และ ซิตี้กรุ๊ป(C) กำลังร่วมมือพัฒนา ‘เครือข่ายเงินฝากโทเคนไนซ์’ เพื่อใช้เป็นระบบชำระเงินที่คาดว่าจะกลายเป็นคู่แข่งโดยตรงกับ ‘สเตเบิลคอยน์’ มีเป้าหมายเปิดใช้งานเชิง 상용 ภายในครึ่งแรกของปี 2027 ขณะเดียวกัน ตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก(NYSE) ก็มีแผนเปิดแพลตฟอร์มหลักทรัพย์โทเคนไนซ์ในช่วงปลายปี 2026
ด้วยบริบทเช่นนี้ แพลตฟอร์ม ‘ซิตี้–SDX’ จึงถูกมองว่าเป็น ‘ออนแรมป์เชิง 상용’ ชุดแรกๆ ที่ช่วยให้นักลงทุนสถาบันสามารถเข้าถึงหุ้นนอกตลาดผ่านโครงสร้างโทเคนไนซ์อย่างเป็นระบบ และอาจกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของตลาดทุนดิจิทัล
ตลาด ‘หุ้นก่อนเข้าตลาด (Pre-IPO)’ กำลังกลายเป็นเป้าหมายหลักของกลยุทธ์ใหม่นี้ ปัจจุบันบริษัทเทคโนโลยีและสตาร์ทอัพรายใหญ่หลายราย เช่น SpaceX, Anthropic เลื่อนกำหนดการเข้าจดทะเบียนออกไป ทำให้มูลค่าและกิจกรรมในตลาดหุ้นนอกตลาดช่วงปลายรอบระดมทุนขยายตัวรวดเร็ว แต่ช่องทางให้ ‘นักลงทุนสถาบัน’ เข้าถึงหุ้นเหล่านี้ยังคงมีจำกัด โดยเฉพาะในมิติของสภาพคล่องและการกำกับดูแล
ในขณะเดียวกัน ความต้องการลงทุนคริปโตโดยตรงของบริษัทดั้งเดิมเริ่มชะลอ จากทั้งความผันผวนและความไม่ชัดเจนด้านกรอบกฎหมาย ทำให้เม็ดเงินลงทุนจำนวนมากเริ่มไหลไปหา ‘สินทรัพย์ทางเลือก’ ที่ให้โอกาสผลตอบแทนสูงกว่า และมีโครงสร้างการกำกับดูแลที่คุ้นเคยมากกว่า
แพลตฟอร์มโทเคนไนซ์หุ้นนอกตลาดของซิตี้กรุ๊ปจึงถูกมองว่าเป็น ‘ช่องทางลงทุนแบบใหม่’ ที่ผสมผสานโลกการเงินดั้งเดิมกับเทคโนโลยีบล็อกเชนในแบบที่สถาบันยอมรับได้ ‘คำ’ สำคัญคือ การเปลี่ยนหุ้นนอกตลาดจากสินทรัพย์ที่เข้าถึงยากและสภาพคล่องต่ำ ให้กลายเป็นหลักทรัพย์ดิจิทัลที่ซื้อขายได้เกือบเรียลไทม์
"ความคิดเห็น" แพลตฟอร์มของซิตี้กรุ๊ปอาจไม่ใช่บล็อกเชนสาธารณะอย่างที่คอมมูนิตี้คริปโตคุ้นเคย แต่สะท้อนภาพใหญ่ที่ชัดเจนว่า การ ‘โทเคนไนซ์สินทรัพย์จริง (RWA)’ กำลังก้าวจากเวทีทดลองสู่การใช้งานจริงในระดับโครงสร้างพื้นฐานของระบบการเงิน กลุ่มธนาคารใหญ่ที่รีบวางระบบตั้งแต่วันนี้ มีโอกาสจะถือ ‘สิทธิ์ครองตลาด’ ในยุคที่สินทรัพย์แทบทุกประเภทถูกย้ายขึ้นเลเยอร์ดิจิทัลในระยะถัดไป การแข่งขันเพื่อแย่งชิงความเป็นผู้นำจึงมีแนวโน้มร้อนแรงขึ้น ทั้งในฝั่ง TradFi เดิม และผู้เล่นคริปโตเนทีฟที่ต้องเร่งหาพาร์ตเนอร์และมาตรฐานร่วมให้ทันกับจังหวะของทุนสถาบัน
ความคิดเห็น 0