ราคา ‘บิตคอยน์(BTC)’ ฟื้นตัวกลับขึ้นมายืนเหนือระดับ 65,000 ดอลลาร์อีกครั้ง หลังตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐชะลอลง ทำให้แรงกดดัน ‘อินฟเลชัน’ ผ่อนคลาย บรรยากาศความเสี่ยงในตลาดสินทรัพย์เสี่ยงกลับมาดีขึ้นอย่างรวดเร็ว ขณะที่การปิดสถานะชอร์ตระยะสั้นในตลาดฟิวچอร์สยิ่งช่วยหนุนให้ราคาดีดตัวแรงขึ้น
เมื่อวันที่ 15 (เวลาท้องถิ่น) จากข้อมูลของบริษัทวิคราะห์ออนเชน อาร์แคม อินเทลลิเจนซ์(Arkham Intelligence) การปรับตัวขึ้นรอบนี้ตอกย้ำว่า ภาพรวมเศรษฐกิจมหภาคและสภาพคล่องยังเป็นปัจจัยหลักที่กำหนดทิศทาง ‘ราคา บิตคอยน์’ นักลงทุนตอบสนองต่อสัญญาณเงินเฟ้อลดความร้อนแรงมากกว่าการมองเป็นเพียงรีบาวด์ทางเทคนิคทั่วไป
ในเชิงโครงสร้าง ตลาดอนุพันธ์คือจุดที่เคลื่อนไหวชัดเจนที่สุด การไต่ระดับขึ้นอย่างรวดเร็วของราคา ทำให้สถานะชอร์ตจำนวนมากในฟิวچอร์สต้องเร่งปิดหรือถูกล้างสถานะ ซึ่งยิ่งเร่งให้การดีดตัวของบิตคอยน์รุนแรงขึ้นและขยายช่วงการปรับตัวขึ้นให้กว้างกว่าเดิม ‘ความคิดเห็น’ การเกิดชอร์ตสกวีซลักษณะนี้สะท้อนว่าตลาดยังมีการวางเดิมพันฝั่งลงมากพอสมควร และเมื่อทิศทางไม่เป็นไปตามคาด ราคาจึงตอบสนองอย่างผันผวน
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์เตือนว่าการฟื้นตัวรอบนี้ยังเร็วเกินไปที่จะตีความว่าเป็นการกลับตัวของแนวโน้มหลักแบบชัดเจน ตลาดบิตคอยน์ยังเผชิญตัวแปรสำคัญทั้งกระแสเงินไหลเข้า–ออกของกองทุน ETF สินทรัพย์ดิจิทัล มุมมองต่อทิศทางดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ สัญญาณด้านกฎระเบียบ รวมถึงการเปลี่ยนแปลงในผลิตภัณฑ์ของตลาดซื้อขายแลกเปลี่ยนคริปโต ปัจจัยเหล่านี้พร้อมจะสั่นคลอนทิศทางราคาได้ตลอดเวลา การที่ราคากลับขึ้นมาได้ ไม่ได้หมายความว่าแนวต้านด้านบนจะถูกทะลวงอย่างง่ายดาย
ฝั่งผู้เชี่ยวชาญมองว่า ‘ระยะเวลา’ และ ‘ความมั่นคง’ ของรอบรีบาวด์ครั้งนี้คือจุดชี้ขาด หากสภาพคล่องในระบบการเงินยังค่อยๆ ดีขึ้น ควบคู่กับความคาดหวังเงินเฟ้อที่ถูกกดลงต่อเนื่อง บิตคอยน์อาจมีพื้นที่ให้ไต่ระดับต่อ แต่ถ้าแรงซื้อเริ่มแผ่ว หรือข่าวเชิงลบด้านมาโครและกฎระเบียบกลับมาเข้มข้น การย่อตัวลงอีกระลอกก็เป็นเรื่องที่ต้องจับตา
ท้ายที่สุด เหตุการณ์นี้ย้ำให้เห็นอีกครั้งว่า ‘ราคา บิตคอยน์’ ยังขึ้นอยู่กับปัจจัยมหภาคและตำแหน่งการถือครองของนักลงทุนในตลาดอนุพันธ์อย่างใกล้ชิด ด่านสำคัญต่อไปคือการลุ้นว่าแรงซื้อจะสามารถประคองราคาให้อยู่เหนือโซน 65,000 ดอลลาร์ได้หรือไม่ หากยืนได้อย่างมั่นคง รอบนี้อาจกลายเป็นจุดเริ่มต้นของแนวโน้มขาขึ้นระลอกใหม่ แต่ถ้าไม่ การดีดตัวครั้งนี้ก็อาจเป็นเพียงเหตุการณ์ระยะสั้นในตลาดที่ยังผันผวนสูงเหมือนเดิม
ความคิดเห็น 0