Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

เจ้าหน้าที่ระดับสูง FBI ยักยอกคริปโต 1 ล้านดอลลาร์ ใช้คีย์ลับภายใน-เตรียมหนีขอสัญชาติยุโรป

เจ้าหน้าที่ระดับสูง FBI ยักยอกคริปโต 1 ล้านดอลลาร์ ใช้ ‘คีย์ลับ’ ภายในระบบ-วางแผนหนีไปยุโรป

เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสำนักงานสืบสวนกลางสหรัฐ (FBI) ที่ประจำการอยู่ที่กองบัญชาการในกรุงวอชิงตัน ถูกจับกุมในข้อหายักยอก ‘คริปโตเคอร์เรนซี’ มูลค่าราว 100만 달러 หรือประมาณ 14.24 ล้านบาท โดยถูกกล่าวหาว่าใช้สิทธิ์เข้าถึงระบบภายในเพื่อนำ ‘คีย์ลับ’ (secret key) ของกระเป๋าเงินคริปโตออกมา และทยอยโอนสินทรัพย์ดิจิทัลเข้าครอบครองส่วนตัวหลายครั้ง สร้างแรงสั่นสะเทือนต่อระบบรักษาความปลอดภัยภายในหน่วยงานรัฐที่ถือว่ามีความอ่อนไหวสูง

ตามเอกสารที่ยื่นต่อศาลรัฐบาลกลางสหรัฐ เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม (เวลาท้องถิ่น) แพทริก สตีเวน ยาโมก(Patrick Steven Yarmoch) เจ้าหน้าที่ FBI ถูกระบุว่าได้โอนคริปโตจากบัญชีที่เชื่อมโยงกับผู้ต้องสงสัยชาวต่างชาติ ซึ่งอยู่ระหว่างการสืบสวน โอนไปยังกระเป๋าที่ตนเองควบคุมเป็นจำนวนหลายครั้ง ก่อนถูกตรวจพบ และในที่สุดมีรายงานว่าเขาเดินเข้าไปยอมรับสารภาพกับเพื่อนร่วมงานด้วยตนเอง

ยาโมกเป็นเจ้าหน้าที่สายต่อต้านข่าวกรอง (counterintelligence) ที่ได้รับสิทธิ์เข้าถึงข้อมูลระดับ ‘สุดยอดความลับ’ หรือ ‘top secret’ ปฏิบัติงานในหน่วยติดตามประเทศคู่แข่งของสหรัฐ ทำงานเป็นผู้ตรวจการพิเศษ (supervisory special agent) ที่สำนักงานใหญ่ FBI ในกรุงวอชิงตัน และเคยมีประสบการณ์ร่วมทีมสืบสวนด้านความมั่นคงแห่งชาติในบอสตันมาก่อน

จากเอกสารของศาล เจ้าหน้าที่รายนี้ใช้สิทธิ์เข้าถึงระบบภายในเพื่อดึง ‘คีย์ลับ’ ของกระเป๋าเงินคริปโตออกมา และใช้คีย์ดังกล่าวในการโอนสินทรัพย์รวมสูงสุดถึง 12 ครั้ง เมื่อเรื่องเริ่มแดง เขาถูกสั่งพักงานชั่วคราวหลายวัน ก่อนที่จะถูกปลดออกจากตำแหน่งและจับกุมตัวในวันที่ 31 กรกฎาคม (เวลาท้องถิ่น)

ในกระบวนการเคลื่อนย้าย ‘คริปโต’ ยาโมกถูกพบว่าใช้ทั้งกระดานเทรดระดับโลกอย่าง ‘คราเคน(Kraken)’ และแพลตฟอร์มดีไฟ(DeFi) บนบล็อกเชน ‘ซุย(SUI)’ ชื่อ ‘ซุยเลนด์(Suilend)’ เพื่อตบตาการติดตามเส้นทางเงิน นอกจากนี้ ยังมีร่องรอยการใช้กระเป๋าเงิน ‘สลัช(Slush)’ เพื่อแตกย่อยและกระจายเส้นทางโอน ยิ่งทำให้การติดตามต้นทาง-ปลายทางของเงินยากยิ่งขึ้น

ฝั่งเจ้าหน้าที่สอบสวนตรวจพบข้อมูลจากคอมพิวเตอร์และโทรศัพท์มือถือของเขาว่ามีการค้นหาข้อมูลที่เข้าข่ายเตรียม ‘ฟอกเงิน’ และ ‘หลบหนีออกนอกประเทศ’ โดยในหนึ่งในประวัติการค้นหา เขาถามแอปพลิเคชัน AI ว่า “หากมีเงินประมาณ 100만 달러 แล้วต้องการออกจากสหรัฐเพื่อไปขอสัญชาติประเทศในสหภาพยุโรป ควรทำอย่างไร” ซึ่งแอปดังกล่าวตอบแนะนำประเทศโปรตุเกสเป็นตัวเลือก

จากการสืบสวนเพิ่มเติมพบว่า ยาโมกวางแผนจะเดินทางไปโปรตุเกสพร้อมครอบครัวในเดือนถัดไปจริง นอกจากนี้ เขายังเคยเดินทางไปเยอรมนี โปรตุเกส และเกรนาดา โดยไม่รายงานต่อหน่วยงานตามระเบียบภายในของ FBI ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งการละเมิดข้อบังคับด้านความมั่นคงขององค์กร

ขณะนี้ ยาโมกถูกควบคุมตัวอยู่ที่เมืองอเล็กซานเดรีย รัฐเวอร์จิเนีย โดยคดีของเขากลายเป็นตัวอย่างชัดเจนถึง ‘ความเสี่ยงภายใน’ ที่เกิดขึ้นเมื่อ ‘คริปโตเคอร์เรนซี’ ไปเชื่อมกับ ‘สิทธิ์เข้าถึงระบบความปลอดภัยระดับสูง’ ของหน่วยงานรัฐ

เจ้าหน้าที่สหรัฐยังคงไล่ตรวจสอบเส้นทางเงินทั้งหมด รวมถึงพิจารณาว่ามี ‘ผู้ร่วมขบวนการ’ รายอื่นอยู่เบื้องหลังหรือไม่ พร้อมกันนี้ เหล่าผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงและการกำกับดูแลต่างออกมาแสดง ‘ความคิดเห็น’ ว่า เหตุการณ์นี้จะเร่งให้มีการทบทวนระบบควบคุมภายในของหน่วยงานรัฐ การจัดเก็บ ‘คีย์ลับ’ และมาตรการกำกับดูแลสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างรัดกุมมากขึ้น ทั้งในฝั่งสหรัฐและหน่วยงานรัฐบาลของประเทศอื่นที่กำลังเพิ่มการใช้ ‘คริปโต’ ในงานสืบสวนหรือการยึดทรัพย์สินดิจิทัล

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1