สต็อก'น้ำมันดิบ'ของสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นถึง 2.69 ล้านบาร์เรล สวนทางกับที่ตลาดคาดการณ์ไว้ ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกร่วงลงกว่า 5% ท่ามกลางกระแสข่าวความคืบหน้าของการเจรจาเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง ซึ่งช่วยลดแรงกดดันด้านความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ลงได้บางส่วน
ออยล์ไพรซ์ (Oilprice) รายงานเมื่อวันที่ 4 (เวลาท้องถิ่น) ว่า ตัวเลขประมาณการรายสัปดาห์ของสถาบันปิโตรเลียมอเมริกัน (API) ระบุว่าสต็อกน้ำมันดิบสหรัฐฯ ในสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 30 กรกฎาคม เพิ่มขึ้น 2.69 ล้านบาร์เรล ขณะที่ตลาดคาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ว่าจะ ‘ลดลง’ 2 ล้านบาร์เรล ส่วนสต็อกน้ำมันเบนซินเพิ่มขึ้น 156,000 บาร์เรล และสต็อกน้ำมันกลั่นลดลง 1.2 ล้านบาร์เรล ด้านสต็อกที่คุชชิง (Cushing) จุดส่งมอบสัญญาล่วงหน้าเวสต์เทกซัสอินเตอร์มีเดียต (WTI) เพิ่มขึ้น 2.358 ล้านบาร์เรล ขณะที่คลังสำรองปิโตรเลียมทางยุทธศาสตร์ (SPR) ลดลง 2.9 ล้านบาร์เรล เหลืออยู่ที่ 304.8 ล้านบาร์เรล
ณ เวลา 01.11 น. ตามเวลาประเทศไทย ของวันที่ 5 สิงหาคม (ตรงกับ 03.11 น. ตามเวลาเกาหลีใต้) ราคาน้ำมันดิบเบรนต์อยู่ที่ 79.24 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ลดลง 5.41% ส่วนราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสอินเตอร์มีเดียต (WTI) อยู่ที่ 75.97 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ลดลง 5.75% ทั้งนี้ตัวเลขของสถาบันปิโตรเลียมอเมริกันเป็นเพียงประมาณการเบื้องต้นจากภาคเอกชน ซึ่งอาจแตกต่างจากสถิติรายสัปดาห์อย่างเป็นทางการของสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐฯ (EIA)
สำนักข่าวเอพี (AP) รายงานว่า อิหร่านและโอมานกำลังหารือแนวทางให้เรือขนส่งสามารถแล่นเข้าอ่าวเปอร์เซียผ่านเส้นทางที่อิหร่านควบคุม และแล่นออกผ่านเส้นทางที่โอมานควบคุม ขณะที่สหรัฐฯ คัดค้านรูปแบบที่ให้ประเทศใดประเทศหนึ่งมีอำนาจควบคุมเส้นทางเดินเรือแต่เพียงฝ่ายเดียว มาร์โก รูบิโอ(Marco Rubio) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ กล่าวว่า “มีความคืบหน้าเกิดขึ้น แต่ยังไม่ถึงขั้นตอนสุดท้าย” คำกล่าวนี้สะท้อนว่าการเจรจายังไม่ได้ข้อสรุปแม้จะมีสัญญาณบวก
ด้านสก็อตต์ เบสเซนต์(Scott Bessent) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ให้สัมภาษณ์กับซีเอ็นบีซี (CNBC) ว่า “มีความเป็นไปได้ที่จะเห็นข้อตกลงเปิดช่องแคบภายในวันนี้หรือพรุ่งนี้ ซึ่งจะทำให้สถานการณ์ความขัดแย้งนี้กลับสู่ภาวะปกติมากขึ้น” มาร์เก็ตวอทช์ (MarketWatch) รายงานว่าหลังจากคำกล่าวนี้ ราคาน้ำมันยิ่งร่วงลงแรงขึ้นไปอีก
ช่องแคบฮอร์มุซถือเป็นเส้นทางขนส่งสำคัญที่ก่อนเกิดสงคราม มีปริมาณการซื้อขายน้ำมันดิบและก๊าซทั่วโลกราวหนึ่งในห้าผ่านเส้นทางนี้ การปิดช่องแคบและเหตุโจมตีเรือขนส่งที่ผ่านมาเป็นปัจจัยผลักดันให้ราคาเชื้อเพลิงและปุ๋ยปรับตัวสูงขึ้น ขณะที่ความคืบหน้าของการเจรจาเปิดช่องแคบครั้งนี้กลายเป็นปัจจัยที่ช่วยลด ‘ส่วนเพิ่มความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์’ ในตลาดน้ำมันลง
แม้ราคาน้ำมันจะไม่ได้เป็นปัจจัยกำหนดราคา'บิตคอยน์(BTC)'และ'อีเธอเรียม(ETH)'โดยตรง แต่ก็สามารถส่งผลต่อความเชื่อมั่นต่อสินทรัพย์เสี่ยงผ่านช่องทางคาดการณ์เงินเฟ้อและทิศทางอัตราดอกเบี้ยได้ ก่อนหน้านี้ในช่วงที่ราคาน้ำมันโลกร่วงลงราว 5% เช่นกัน สถานการณ์ตะวันออกกลางก็ถูกจับตาในฐานะตัวแปรเชิงมหภาคของสินทรัพย์เสี่ยง ทั้งนี้ ยังไม่มีการยืนยันผลกระทบโดยตรงของตัวเลขสต็อกน้ำมันและข่าวการเจรจาครั้งนี้ต่อราคาบิตคอยน์แต่อย่างใด
สำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐฯ (EIA) ระบุว่า สถิติทางการล่าสุดเป็นข้อมูลของสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 24 กรกฎาคม โดยรายงานสถิติน้ำมันรายสัปดาห์ฉบับถัดไปมีกำหนดเผยแพร่ในวันที่ 5 สิงหาคมนี้
ความคิดเห็น 0