เจ้าหน้าที่อาวุโสด้านความมั่นคงของอิหร่านออกมาเตือนว่า หากสหรัฐฯ ยังคงกดดันทางเศรษฐกิจต่ออิหร่านต่อไป อิหร่านอาจ 'ระงับการส่งออกน้ำมัน' ผ่านอ่าวเปอร์เซียและช่องแคบฮอร์มุซ ท่ามกลางรายงานที่ระบุว่าความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านอาจลุกลามจนส่งผลกระทบต่อตลาดน้ำมันและความเชื่อมั่นต่อสินทรัพย์เสี่ยง
สำนักข่าวคริปโตบรีฟิง(Crypto Briefing) รายงานว่า โมห์เซน เรซาอี(Mohsen Rezaei) เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติสูงสุดของอิหร่าน ระบุในทำนองว่าประเทศใดก็ตามที่เข้าร่วมหรือสนับสนุนแคมเปญกดดันทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ จะถูกอิหร่านมองว่าเป็นฝ่ายเข้าร่วมสงคราม ขณะที่สำนักข่าวอิหร่านอินเตอร์เนชั่นแนล(Iran International) รายงานเพิ่มเติมว่า เรซาอีโพสต์ข้อความผ่าน X ระบุว่า หากสงครามเศรษฐกิจยังดำเนินต่อไป จะไม่มีการส่งออกน้ำมันจากทั้ง'ช่องแคบฮอร์มุซ'และอ่าวเปอร์เซียอีกต่อไป
นอกจากนี้ เรซาอียังให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ของรัฐบาลอิหร่าน โดยระบุในทำนองว่าแนวทางการถ่วงดุลด้วยอาวุธนิวเคลียร์ของอิหร่านอาจเปลี่ยนแปลงไป หากสหรัฐฯ เปิดฉากโจมตี อิหร่านอินเตอร์เนชั่นแนลรายงานว่า แม้เรซาอีจะไม่ได้ประกาศอย่างเป็นทางการว่าอิหร่านตัดสินใจพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ แต่คำพูดดังกล่าวส่งสัญญาณถึงความเป็นไปได้ที่อิหร่านจะทบทวนท่าทีต่อกรอบสนธิสัญญาไม่แพร่ขยายอาวุธนิวเคลียร์ (NPT) และนโยบายด้านนิวเคลียร์ของประเทศ
คริปโตบรีฟิงระบุว่า ท่าทีดังกล่าวของเรซาอีอาจเพิ่มความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์และความผันผวนในตลาดน้ำมัน อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการยืนยันว่าคำพูดที่ถูกรายงานนี้ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงจริงในด้านราคา ปริมาณการซื้อขาย หรือความเชื่อมั่นต่อสินทรัพย์เสี่ยงแต่อย่างใด
ความคิดเห็น 0