ธนาคารจอนบุก(Jeonbuk Bank) นำระบบโอนเงินระหว่างประเทศของริปเปิล(Ripple)มาใช้กับลูกค้าองค์กร ขณะที่ปากีสถานเปิดระบบใบอนุญาตผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล ทำให้ภูมิทัศน์ด้าน 'การชำระเงิน' และ 'กฎระเบียบ' ในเอเชียเปลี่ยนไปพร้อมกัน
ริปเปิลระบุในประกาศเมื่อวันที่ 18 (เวลาท้องถิ่น) ว่าธนาคารจอนบุกเป็นธนาคารระดับภูมิภาคแห่งแรกของเกาหลีใต้ที่นำ 'ริปเปิล เพย์เมนต์ส(Ripple Payments)' มาใช้กับการโอนเงินระหว่างประเทศของลูกค้าธุรกิจ กลุ่มเป้าหมายคือบริษัทนำเข้าส่งออก สตาร์ทอัพไอที และครีเอเตอร์คอนเทนต์ออนไลน์
ริปเปิลอธิบายว่าระบบนี้ใช้เวลาชำระบัญชีสั้นกว่าการโอนผ่าน 'สวิฟต์(SWIFT)' แบบเดิม และเปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง อย่างไรก็ตาม ประกาศดังกล่าวไม่ได้ระบุว่าสินทรัพย์ที่ใช้ชำระบัญชีคือ 'เอ็กซ์อาร์พี(XRP)' 'RLUSD' หรือรูปแบบอื่น
ความร่วมมือครั้งนี้ต่อเนื่องจากรายงานก่อนหน้าของโตเกนโพสต์ที่เคยนำเสนอข่าวธนาคารจอนบุกเตรียมนำริปเปิล เพย์เมนต์สมาใช้ ประเด็นใหม่ที่ควรจับตาไม่ใช่ความร่วมมือรายเดียว แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบที่เกิดขึ้นพร้อมกันในเกาหลีใต้ ปากีสถาน และญี่ปุ่น
คณะกรรมการบริการทางการเงินเกาหลี(FSC)มีมติเมื่อวันที่ 11 อนุมัติแก้ไขกฎหมายลำดับรองของกฎหมายข้อมูลการเงินเฉพาะทาง เพิ่มความเข้มงวดของเงื่อนไขการจดแจ้งผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลและหน้าที่ป้องกันการฟอกเงิน การแก้ไขนี้ครอบคลุมการขยายขอบเขตบังคับใช้ 'กฎเดินทาง(Travel Rule)' และการยกระดับตรวจสอบลูกค้าในธุรกรรมความเสี่ยงสูง
ด้านโครงสร้างพื้นฐานสถาบัน บิตโก คอเรีย(BitGo Korea)เปิดเผยเมื่อวันที่ 18 ว่าได้รับการจดทะเบียนผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลจากหน่วยข่าวกรองทางการเงินเกาหลี(KoFIU)เรียบร้อยแล้ว
บิตโกระบุว่าเป็นบริษัทลูกในเกาหลีใต้ที่ตั้งขึ้นใหม่ของบริษัทสินทรัพย์ดิจิทัลระดับโลกรายแรกที่ได้รับการจดทะเบียนดังกล่าว ขณะที่ริปเปิลเองก็เอ่ยถึงความร่วมมือกับเคียวโบไลฟ์(Kyobo Life)และเคแบงก์(K bank)ในปีนี้ สะท้อนว่าบริษัทกำลังขยายจุดเชื่อมต่อด้านการชำระเงิน การรับฝากสินทรัพย์ และโครงสร้างกระเป๋าเงินดิจิทัลในภาคการเงินเกาหลีใต้
การจดทะเบียนผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลถือเป็นด่านพื้นฐานที่ตลาดแลกเปลี่ยนหรือผู้ให้บริการรับฝากสินทรัพย์ต้องผ่านก่อนดำเนินธุรกิจในระบบที่ถูกกำกับดูแล การที่หน่วยงานกำกับดูแลเพิ่มความเข้มงวดของเงื่อนไขจดแจ้งพร้อมกับจำนวนผู้จดทะเบียนที่เพิ่มขึ้น สะท้อนแนวโน้มที่เน้นยกระดับมาตรฐานการตรวจสอบลูกค้า การติดตามธุรกรรม และการควบคุมการรับฝาก มากกว่าการเปิดกว้างเพียงอย่างเดียว
ฝั่งปากีสถานเร่งเครื่องเข้าสู่ระบบกำกับดูแลเช่นกัน หน่วยงานกำกับดูแลสินทรัพย์ดิจิทัลปากีสถาน(PVARA)เปิดระบบใบอนุญาตตาม 'กฎหมายสินทรัพย์ดิจิทัลปี 2026' ครอบคลุมผู้ประกอบธุรกิจหลายประเภท ทั้งตลาดแลกเปลี่ยน ผู้รับฝากสินทรัพย์ นายหน้าและตัวแทนซื้อขาย ที่ปรึกษา ผู้ให้กู้ยืมและกู้ยืม สัญญาอนุพันธ์ ผู้บริหารสินทรัพย์ ผู้โอนและชำระบัญชี ผู้ออกโทเคนอ้างอิงสินทรัพย์ ผู้ออกโทเคนอ้างอิงเงินตรา และผู้ให้บริการที่เกี่ยวข้องกับการขุด
ผู้ประกอบธุรกิจรายเดิมต้องยื่นขอ 'หนังสือรับรองไม่ขัดข้อง(NOC)' ภายในวันที่ 5 กันยายน หากพ้นกำหนดจะถูกสั่งระงับการดำเนินธุรกิจ
กฎเกณฑ์ของ PVARA กำหนดให้ยึดมาตรฐานของ 'FATF' การตรวจสอบลูกค้า การติดตามธุรกรรม การเก็บบันทึกข้อมูล และการตรวจสอบรายชื่อผู้ถูกคว่ำบาตรเป็นเงื่อนไขหลัก ซึ่งใกล้เคียงกับโครงสร้างที่ให้เฉพาะผู้ประกอบธุรกิจที่มีคุณสมบัติครบเข้าสู่ตลาดได้ มากกว่าการเปิดให้ดำเนินธุรกิจได้อย่างเสรีทันที
มีการประกาศว่าพอร์ทัลยื่นคำขอเปิดให้ใช้งานแล้ว แต่ขั้นตอนการรับคำขอจริงยังต้องติดตามตรวจสอบเพิ่มเติม การเปลี่ยนแปลงระบบของปากีสถานจึงเป็นทั้งสัญญาณเปิดตลาดและภาระด้านการปฏิบัติตามกฎระเบียบสำหรับผู้ประกอบธุรกิจรายเดิมไปพร้อมกัน
ที่ญี่ปุ่น เลเซอร์ ดิจิทัล เจแปน(Laser Digital Japan)ซึ่งเป็นบริษัทในเครือโนมูระ(Nomura)จดทะเบียนเป็นผู้ประกอบธุรกิจแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ดิจิทัลสำเร็จเมื่อวันที่ 21 ทางบริษัทระบุว่าเป็นการจดทะเบียนใหม่ครั้งแรกในรอบราว 4 ปีของญี่ปุ่น
การนำระบบชำระเงินของธนาคารในเกาหลีใต้มาใช้ ระบบใบอนุญาตของปากีสถาน และการจดทะเบียนใหม่ในญี่ปุ่น ล้วนเป็นเหตุการณ์คนละเรื่องกัน แต่มีจุดร่วมคือธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลกำลังถูกจัดระเบียบใหม่ผ่านเงื่อนไขด้านการจดทะเบียน การชำระบัญชี การรับฝาก และการตรวจสอบ มากกว่าการถกเถียงเรื่องอนุญาตหรือไม่อนุญาตเพียงอย่างเดียว
ความร่วมมือของริปเปิลถือเป็นกรณีการนำไปใช้งานจริงในแง่การขยายโครงสร้างพื้นฐานการชำระเงิน แต่การตีความว่าเชื่อมโยงโดยตรงกับความต้องการโทเคนยังมีหลักฐานจำกัด ผู้ประกอบธุรกิจรายเดิมในปากีสถานต้องยื่นขอ NOC ภายในวันที่ 5 กันยายน 2026
ความคิดเห็น 0