ฮาร์ดดิสก์ที่บรรจุบิตคอยน์(BTC) 8,000 เหรียญ ซึ่งวิศวกรชาวอังกฤษอ้างว่าทำหายไปตั้งแต่ปี 2013 กลายเป็นวัตถุดิบสำหรับเกม 3D มุมมองบุคคลที่หนึ่ง หลังฉากตามหาฮาร์ดดิสก์ในหลุมฝังกลบแพร่กระจายในชุมชนออนไลน์ จนกรณีบิตคอยน์ที่หายสาบสูญมานานถูกพูดถึงอีกครั้ง
บล็อกเทมโป(BlockTempo) รายงานว่า ผู้ใช้เรดดิต(Reddit) ชื่อ u/Paiden1 โพสต์คลิปวิดีโอเกมที่กำลังพัฒนาลงในชุมชนบิตคอยน์บนเรดดิต โดยเนื้อหาเกี่ยวกับการตามหาฮาร์ดดิสก์ที่หายไปของเจมส์ ฮาวเวลส์(James Howells) ผู้พัฒนารายเดียวกันยังเผยแพร่คลิปในทำนองเดียวกันผ่านบัญชี X ชื่อ @7paiden ด้วย
ในคลิปวิดีโอ ผู้เล่นต้องเดินค้นหาฮาร์ดดิสก์ท่ามกลางกองขยะที่จำลองเป็นภาพ 3D ทั้งนี้ยืนยันว่าไม่ใช่โครงการค้นหาจริง แต่เป็นเกมที่อยู่ระหว่างพัฒนาโดยหยิบยกเรื่องราวของฮาวเวลส์มาเป็น'แรงบันดาลใจ'เท่านั้น
คดีของฮาวเวลส์เป็นกรณีการเก็บรักษาบิตคอยน์ผิดพลาดที่ยืดเยื้อมานานกว่า 10 ปี เขาอ้างมาตลอดว่าฮาร์ดดิสก์แล็ปท็อปที่เก็บกุญแจส่วนตัวของบิตคอยน์ 8,000 เหรียญที่ขุดได้ตั้งแต่ปี 2009 ถูกทิ้งลงหลุมฝังกลบด็อกส์เวย์(Docksway) ในเมืองนิวพอร์ต แคว้นเวลส์ ประเทศอังกฤษ เมื่อเดือนสิงหาคม 2013
แม้บิตคอยน์(BTC) จะยังปรากฏอยู่บนแอดเดรสของบล็อกเชน แต่หากไม่มี 'กุญแจส่วนตัว' ก็ไม่สามารถโยกย้ายหรือใช้งานได้ กุญแจส่วนตัวเป็นข้อมูลเข้ารหัสที่ใช้เข้าถึงกระเป๋าเงินและอนุมัติธุรกรรม เมื่อทำหายไปแล้ว เจ้าของแทบไม่มีทางนำสินทรัพย์กลับคืนมาได้ด้วยตัวเอง
ฮาวเวลส์เรียกร้องต่อสภาเมืองนิวพอร์ตมาโดยตลอดให้อนุญาตขุดหลุมฝังกลบ พร้อมเสนอเงื่อนไขว่าหากพบฮาร์ดดิสก์จะแบ่งมูลค่าบางส่วนคืนให้ชุมชน แต่สภาเมืองปฏิเสธ โดยอ้างเหตุผลด้านความเสี่ยงต่อสิ่งแวดล้อมและค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้น
บล็อกเทมโปรายงานว่า เมื่อวันที่ 9 มกราคม 2025 (เวลาท้องถิ่น) ศาลสูงคาร์ดิฟฟ์(Cardiff High Court) ของอังกฤษเห็นว่าคำร้องของฮาวเวลส์ไม่มีโอกาสชนะคดีในทางปฏิบัติ จึงตัดสินให้สภาเมืองนิวพอร์ตเป็นฝ่ายชนะ ก่อนหน้านี้ฮาวเวลส์เรียกร้องให้ศาลอนุญาตขุดหลุมฝังกลบเพื่อนำฮาร์ดดิสก์กลับคืนมา
ประเด็นหลักของคดีอยู่ที่กรรมสิทธิ์ในฮาร์ดดิสก์และสิทธิเข้าถึงหลุมฝังกลบ ศาลวินิจฉัยว่าสิ่งของที่ถูกนำเข้าไปในหลุมฝังกลบตกเป็นกรรมสิทธิ์ของสภาเมืองตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
ศาลยังเห็นว่าสภาเมืองมีสิทธิพิจารณาความเสี่ยงต่อสุขภาพของประชาชน สิ่งแวดล้อม และการทำงานของระบบจัดการขยะ หากมีการขุดค้นเกิดขึ้นจริง คำตัดสินจึงให้น้ำหนักกับความรับผิดชอบด้านการบริหารสาธารณูปโภคและการจัดการสิ่งแวดล้อม มากกว่าความเป็นไปได้ในการกู้คืนฮาร์ดดิสก์
หลังจากนั้น ฮาวเวลส์เปลี่ยนแนวทางจากการกู้คืนฮาร์ดดิสก์จริง มาเป็นแนวคิดแปลงกระเป๋าเงินที่สูญหายให้เป็นโทเคนแทน โดยบล็อกเทมโปรายงานว่าฮาวเวลส์ประกาศแผนแปลงกระเป๋าบิตคอยน์ 8,000 เหรียญให้เป็นเหรียญ Ceiniog Coin จำนวน 8 แสนล้านเหรียญ
อย่างไรก็ตาม แนวคิดโทเคนไนซ์นี้แยกออกจากการกู้คืนกุญแจส่วนตัวจริงโดยสิ้นเชิง โครงสร้างเดิมยังไม่เปลี่ยนไป นั่นคือหากหาฮาร์ดดิสก์ไม่พบ ก็ยังไม่สามารถเข้าถึงบิตคอยน์ต้นทางได้อยู่ดี
กระแสตอบรับต่อเกมนี้เป็นเรื่องของการย้ำ 'ความสำคัญของการเก็บรักษากุญแจส่วนตัว' มากกว่าการคาดการณ์ราคาหรือการตัดสินใจลงทุน แม้ข้อมูลสินทรัพย์จะยังอยู่บนบล็อกเชน แต่เมื่อสูญเสียสิทธิ์เข้าถึงไปแล้ว การเรียกร้องทางกฎหมายเพียงอย่างเดียวก็ไม่อาจแก้ปัญหาได้
ในโครงสร้างการเก็บรักษาคริปโต ไม่ว่าจะเป็นการฝากไว้กับเอ็กซ์เชนจ์ กระเป๋าเงินส่วนตัว หรือฮาร์ดแวร์วอลเล็ต แต่ละแบบมีผู้รับผิดชอบต่างกัน หากเลือกใช้กระเป๋าเงินส่วนตัว การดูแลกุญแจส่วนตัวและ'รหัสกู้คืน'(recovery phrase) ยังคงเป็นหน้าที่ของผู้ใช้เองทั้งหมด
คดีของฮาวเวลส์จึงยังคงเป็นตัวอย่างที่ความผิดพลาดทางเทคนิคเพียงครั้งเดียวลุกลามไปสู่ข้อพิพาททางกฎหมาย การบริหารท้องถิ่น และคอนเทนต์บนโลกออนไลน์ ส่วนคลิปเกมล่าสุดนี้แม้ไม่เกี่ยวข้องกับการค้นหาในหลุมฝังกลบจริงหรือการกู้คืนสินทรัพย์ แต่ก็ทำให้เรื่องราวการทำบิตคอยน์ 8,000 เหรียญหายกลับมาเป็นที่พูดถึงในฐานะคอนเทนต์กระแสอีกครั้ง
ความคิดเห็น 0