Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

บิตคอยน์(BTC)เอลซัลวาดอร์ที่เพิ่มขึ้น มาจากเงินบริจาคเอกชน ไม่ใช่งบรัฐ IMFระบุ

ซองเงินบริจาควางข้างแฟ้มเอกสารและเหรียญบิตคอยน์ / TokenPost.ai

บิตคอยน์(BTC) ส่วนที่เพิ่มขึ้นของเอลซัลวาดอร์ไม่ได้มาจากการซื้อด้วยงบประมาณรัฐ แต่มาจากเงินบริจาคของภาคเอกชน ตามที่ระบุไว้ในเอกสารของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ(International Monetary Fund: IMF) ประเด็นที่เป็นข้อถกเถียงเกี่ยวกับการทดลองใช้บิตคอยน์เป็นเงินที่ชำระหนี้ได้ตามกฎหมายของประเทศ จึงเปลี่ยนจากคำถามว่ารัฐบาลซื้อเพิ่มหรือไม่ ไปเป็นคำถามเรื่องที่มาของเงินและการบันทึกบัญชีของยอดถือครองที่เพิ่มขึ้นแทน

IMF แถลงเมื่อวันที่ 3 (ตามเวลาท้องถิ่น) ว่าคณะทำงานของ IMF และเอลซัลวาดอร์บรรลุ 'ข้อตกลงระดับเจ้าหน้าที่' (staff-level agreement) สำหรับการพิจารณาทบทวนรอบที่ 2 และ 3 รวมกันภายใต้โครงการเงินกู้ขยายระยะเวลา (Extended Fund Facility: EFF) โดย IMF ระบุว่ายอดถือครองบิตคอยน์ที่เพิ่มขึ้นนับจากการพิจารณาทบทวนรอบแรกเมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2025 ได้รับการตรวจสอบยืนยันด้วยเอกสารการบริจาคจากภาคเอกชน และไม่มีการใช้ทรัพยากรของภาครัฐในการสะสมบิตคอยน์แต่อย่างใด

ข้อตกลงครั้งนี้ยังไม่ใช่ขั้นตอนสุดท้าย ต้องผ่านการอนุมัติจากคณะกรรมการบริหาร (Executive Board) ของ IMF และการดำเนินมาตรการล่วงหน้าที่ตกลงกันไว้ให้ครบถ้วนก่อน เมื่อกระบวนการเสร็จสิ้น เอลซัลวาดอร์จะได้รับเงินราว 140 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่ง IMF ระบุมูลค่าตามสิทธิพิเศษถอนเงิน (Special Drawing Rights: SDR) ไว้ที่ 101.96 ล้านหน่วย

โครงการเงินกู้ขยายระยะเวลาเป็นเครื่องมือปล่อยกู้ที่ IMF ใช้สนับสนุนประเทศสมาชิกในการปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจระยะกลางและรักษาเสถียรภาพดุลการชำระเงิน โดยทั่วไปจะมีเงื่อนไขด้านการบริหารการคลัง เสถียรภาพทางการเงิน และการปฏิรูปภาครัฐควบคู่กันไป สำหรับกรณีของเอลซัลวาดอร์ นโยบายบิตคอยน์ถือเป็นประเด็นหลักของเงื่อนไขเหล่านี้

IMF ระบุด้วยว่าสัดส่วนหุ้นส่วนใหญ่และอำนาจบริหารของกระเป๋าเงินชีโว(Chivo) ได้ถูกโอนไปให้ผู้ดำเนินงานภาคเอกชนแล้ว ขณะที่รัฐบาลเอลซัลวาดอร์ยังคงถือหุ้นส่วนน้อยและมีหน้าที่เพียงดูแลรักษาทรัพย์สินของลูกค้าเท่านั้น เรื่องนี้สอดคล้องกับเงื่อนไขที่ IMF เรียกร้องมาตั้งแต่การอนุมัติโครงการ EFF เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2025 ทั้งการจำกัดการสะสมบิตคอยน์ในภาครัฐ และการลดบทบาทของภาครัฐในชีโวลง

เอลซัลวาดอร์ประกาศให้บิตคอยน์เป็นเงินที่ชำระหนี้ได้ตามกฎหมายตั้งแต่ปี 2021 หลังจากนั้นกระเป๋าเงินชีโวที่รัฐบาลเป็นผู้ผลักดันและนโยบายถือครองบิตคอยน์ของรัฐก็ถูกพูดถึงในฐานะกรณีศึกษาสำคัญของการทดลองคริปโตเคอร์เรนซีระดับประเทศ ทางโตเกนโพสต์(TokenPost)เคยรายงานความเคลื่อนไหวเรื่องการเปิดเผยยอดถือครองบิตคอยน์ของเอลซัลวาดอร์มาก่อนแล้วเช่นกัน

ทิศทางนโยบายหลังจากนั้นค่อย ๆ เอนไปทางลดบทบาทลง เอลซัลวาดอร์ปรับเงื่อนไขให้ร้านค้าไม่ต้องรับชำระเงินด้วยบิตคอยน์แบบบังคับอีกต่อไป โดยเปลี่ยนเป็นความสมัครใจ เพื่อให้สอดคล้องกับเงื่อนไขเงินช่วยเหลือของ IMF และมีกระบวนการปรับระบบเงินที่ชำระหนี้ได้ตามกฎหมายของบิตคอยน์ตามมาอย่างต่อเนื่อง เอกสารฉบับล่าสุดของ IMF จึงมีลักษณะเป็นการตรวจสอบซ้ำอีกครั้งว่ามีการใช้งบประมาณภาครัฐหรือไม่ ต่อเนื่องจากทิศทางดังกล่าว

ข้อถกเถียงเริ่มขยายวงหลังมีการเปิดเผยยอดถือครองที่เพิ่มขึ้นในเดือนพฤศจิกายน 2025 โดยเดอะบล็อก(The Block)รายงานว่าเอลซัลวาดอร์ซื้อบิตคอยน์เพิ่มอีก 1,090 เหรียญ ทำให้ยอดถือครองรวมขยับขึ้นเป็น 7,474 เหรียญ ขณะที่ดิอาริโอ เอลซัลวาดอร์(Diario El Salvador)อ้างอิงข้อความจากรัฐบาล ระบุยอดที่เพิ่มขึ้นไว้ที่ 1,098.19 เหรียญ และยอดรวมที่ 7,474.37 เหรียญ

แม้ทั้งสองสำนักข่าวจะรายงานเรื่องยอดถือครองที่เพิ่มขึ้นเหมือนกัน แต่ตัวเลขกลับไม่ตรงกัน ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างเงื่อนไขของ IMF กับยอดถือครองที่เพิ่มขึ้นจริงยังเป็นสิ่งที่ตลาดต้องตรวจสอบต่อไป คำชี้แจงล่าสุดของ IMF จึงเน้นไปที่คำถามว่าส่วนที่เพิ่มขึ้นนี้นับเป็นการซื้อโดยภาครัฐได้หรือไม่ มากกว่าจะเน้นที่ตัวเลขยอดถือครองที่เพิ่มขึ้นเอง

สิ่งที่เอกสารของ IMF ระบุไว้ชัดเจนคือประเด็นการใช้งบประมาณภาครัฐ โดยยืนยันว่าไม่มีการนำทรัพยากรภาครัฐไปใช้สะสมบิตคอยน์ และส่วนที่เพิ่มขึ้นนับจากวันที่ 27 มิถุนายน 2025 ได้รับการตรวจสอบยืนยันด้วยเอกสารการบริจาคจากภาคเอกชนแล้ว อย่างไรก็ตาม เอกสารดังกล่าวไม่ได้เปิดเผยชื่อผู้บริจาคจริงหรือจำนวนบิตคอยน์ที่บริจาคอย่างแม่นยำแต่อย่างใด

คริปโตคอมพาส(CryptoCompass)รายงานว่าแบงก์เอ็กซ์อาร์พี(BankXRP) นักวิจัยด้านริปเปิล(XRP) ตั้งข้อสังเกตว่าประเด็นสำคัญคือเส้นทางของเงินบริจาคภาคเอกชนและข้อมูลผู้บริจาคที่ยังไม่ถูกเปิดเผย หลังจาก IMF ออกแถลงการณ์ การถกเถียงจึงขยายไปครอบคลุมทั้งคำถามว่าเอลซัลวาดอร์ทำผิดเงื่อนไขของ IMF หรือไม่ และเงินบริจาคภาคเอกชนก้อนนี้มาจากเส้นทางใดกันแน่

การถือครองบิตคอยน์ระดับประเทศแตกต่างจากกลยุทธ์ทางการเงินของบริษัทเอกชนตรงที่เชื่อมโยงโดยตรงกับความโปร่งใสทางการคลัง การบันทึกบัญชีของธนาคารกลางและกระทรวงการคลัง รวมถึงเงื่อนไขโครงการขององค์กรระหว่างประเทศ โดยทั่วไปเมื่อมีการใช้งบประมาณภาครัฐ ย่อมตามมาด้วยประเด็นการเบิกจ่ายงบ การประเมินมูลค่าสินทรัพย์ และการบันทึกกำไรขาดทุน คำวินิจฉัยล่าสุดของ IMF จึงเป็นการแยกส่วนที่เพิ่มขึ้นนี้ออกจากการซื้อโดยภาครัฐ และจัดให้เป็นเงินบริจาคจากภาคเอกชนแทน

สำหรับนักลงทุนไทย เรื่องนี้ไม่ใช่แค่ข่าวนโยบายต่างประเทศทั่วไป เพราะเมื่อใดก็ตามที่มีการพูดถึงบิตคอยน์ในฐานะสินทรัพย์สำรองของประเทศหรือสินทรัพย์ที่ภาครัฐถือครอง ที่มาของเงินและวิธีบันทึกบัญชีควรได้รับการตรวจสอบก่อนที่จะไปพูดถึงทิศทางราคา โดยเฉพาะเมื่อมีการอ้างอิงยอดถือครองของรัฐบาล ควรตรวจสอบด้วยว่าตัวเลขจากเว็บไซต์ทางการ เอกสารขององค์กรระหว่างประเทศ และตัวเลขที่สื่อรายงาน ตรงกันหรือไม่

ข้อเท็จจริงที่ยืนยันได้ในตอนนี้ยังมีอยู่อย่างจำกัด IMF ระบุว่าไม่มีการใช้งบประมาณภาครัฐในการสะสมบิตคอยน์ และยอดที่เพิ่มขึ้นได้รับการตรวจสอบยืนยันด้วยเอกสารการบริจาคภาคเอกชนแล้ว ส่วนเอลซัลวาดอร์จะได้รับเงิน 140 ล้านดอลลาร์สหรัฐหรือไม่นั้น ยังต้องผ่านการอนุมัติจากคณะกรรมการบริหารของ IMF และการดำเนินมาตรการล่วงหน้าที่ตกลงกันไว้ให้ครบถ้วนเสียก่อน

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1