เอ็นวิเดีย(NVDA) ประกาศบรรลุข้อตกลงเข้าซื้อกิจการฮักกิ้งเฟซ (Hugging Face) ด้วยมูลค่าราว 1.293 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 17.44 ล้านล้านวอน) พร้อมยืนยันว่าจะยังคงเปิดให้แพลตฟอร์มดำเนินงานอย่างเป็นอิสระต่อไปเช่นเดิม
เจนเซ่น หวง(Jensen Huang) ผู้ก่อตั้งและซีอีโอเอ็นวิเดีย เปิดเผยผ่านบล็อกบริษัทเมื่อวันที่ 3 (ตามเวลาท้องถิ่น) ว่าได้บรรลุข้อตกลงเข้าซื้อฮักกิ้งเฟซแล้ว พร้อมระบุว่า 'ฮักกิ้งเฟซจะยังคงเป็นแพลตฟอร์มเปิดสำหรับระบบนิเวศ AI ทั้งหมด' คำกล่าวนี้สะท้อนความตั้งใจให้นักพัฒนาเลือกโมเดล เฟรมเวิร์ก คลาวด์ ผู้ให้บริการอินเฟอเรนซ์ และแพลตฟอร์มประมวลผลได้อย่างอิสระตามที่ต้องการ
เอ็นวิเดียระบุว่าจะไม่บังคับให้ผู้ใช้ฮักกิ้งเฟซต้องใช้บริการประมวลผลของบริษัทเมื่อพัฒนาหรือดีพลอยโมเดล ท่าทีนี้ถูกมองว่าเป็นการตอบข้อกังวลที่ว่า หลังการเข้าซื้อกิจการ ฮักกิ้งเฟซอาจถูกผูกติดกับฮาร์ดแวร์หรือระบบคลาวด์ค่ายใดค่ายหนึ่ง
ฮักกิ้งเฟซเป็นแพลตฟอร์มที่นักพัฒนาและนักวิจัยใช้แชร์โมเดลปัญญาประดิษฐ์ (AI) ชุดข้อมูล และแอปพลิเคชันต่าง ๆ เอ็นวิเดียเปิดเผยว่าปัจจุบันฮักกิ้งเฟซมีผู้ใช้มากกว่า 18 ล้านคน มีโมเดลอยู่บนแพลตฟอร์มกว่า 3 ล้านโมเดล ชุดข้อมูลกว่า 5 แสนชุด และแอปพลิเคชันกว่า 1 ล้านรายการ ขณะที่มีองค์กรที่ใช้งานมากกว่า 2 แสนแห่ง
คลีมองต์ เดอล็องก์(Clément Delangue) ซีอีโอฮักกิ้งเฟซ ให้สัมภาษณ์กับ CNBC ในรายการ Squawk Box ว่า 'ตลอดหน้าร้อนที่ผ่านมา เราตระหนักว่าฮักกิ้งเฟซและวงการ AI แบบโอเพนซอร์สมาถึงจุดเปลี่ยน และต้องการทรัพยากร ขนาด และการมองเห็นที่มากขึ้น' เขายังระบุว่าผู้ก่อตั้งฮักกิ้งเฟซทั้ง 3 คน รวมถึงทีมงานทั้งหมด จะเข้าร่วมกับเอ็นวิเดีย
เดอล็องก์กล่าวว่าเป้าหมายคือให้ฮักกิ้งเฟซดำเนินงานเป็นแพลตฟอร์มที่เป็นอิสระและเป็นกลางภายใต้ร่มเอ็นวิเดีย ซึ่งตีความได้ว่าจะนำเงินจากดีลนี้ไปใช้ขยายธุรกิจ ขณะที่ยังคงรักษาการเข้าถึงของกลุ่มนักพัฒนาเดิมไว้
หัวใจของดีลนี้คือความพยายามของเอ็นวิเดียที่จะขยายอิทธิพลจากการขายชิปประมวลผลกราฟิก (GPU) ไปสู่ระบบนิเวศนักพัฒนา AI ในวงกว้างขึ้น หวงกล่าวในบทสัมภาษณ์เดียวกันว่า ผู้ให้บริการคลาวด์คิดเป็นครึ่งหนึ่งของธุรกิจเอ็นวิเดีย ส่วนอีกครึ่งขับเคลื่อนโดยโมเดลแบบเปิดเป็นหลัก
โมเดลแบบ 'โอเพนเวท' (open-weight) หมายถึงโมเดลที่เปิดเผยค่าพารามิเตอร์ที่ผ่านการเทรนแล้ว ทำให้นักพัฒนาดาวน์โหลดไปปรับแต่งหรือนำไปใช้งานต่อได้ โดยทั่วไปบริษัทและสถาบันวิจัยจะพิจารณาทั้งต้นทุน ประสิทธิภาพ การควบคุมข้อมูล และความเสี่ยงในการผูกติดกับผู้ให้บริการรายใดรายหนึ่ง ก่อนตัดสินใจเลือกระหว่างโมเดลปิดกับโมเดลเปิด
หวงระบุว่าโมเดลทั้งแบบปิดและแบบเปิดต่างเติบโตไปพร้อมกัน เนื่องจากบางบริษัทและสถาบันวิจัยต้องการควบคุมโมเดลของตัวเองด้วยเหตุผลด้านทรัพย์สินทางปัญญา กฎระเบียบ และความมั่นคงทางข้อมูล
สำหรับเอ็นวิเดีย ฮักกิ้งเฟซถือเป็นช่องทางสำคัญในการเผยแพร่และทดสอบโมเดล AI เมื่อมีแพลตฟอร์มที่นักพัฒนาใช้เลือกและทดลองโมเดล เอ็นวิเดียก็จะสามารถประเมินความต้องการ GPU และโครงสร้างพื้นฐานด้านอินเฟอเรนซ์ได้ใกล้ชิดยิ่งขึ้น
อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ใช้งานฮักกิ้งเฟซ ประเด็นความเป็นกลางยังคงเป็นเรื่องสำคัญที่สุด เพราะระบบนิเวศ AI แบบโอเพนซอร์สเติบโตมาได้ด้วยความเชื่อมั่นว่าจะไม่ถูกผูกติดกับฮาร์ดแวร์หรือคลาวด์ค่ายใดค่ายหนึ่ง
ดีลนี้ยังส่งผลทางอ้อมต่อวงการ AI และคริปโตในไทยด้วย เนื่องจากนักพัฒนาและบริษัทไทยจำนวนไม่น้อยใช้ฮักกิ้งเฟซทดสอบและดีพลอยโมเดลแบบโอเพนเวทเช่นกัน ก่อนหน้านี้ TokenPost เคยรายงานเรื่องการเข้าซื้อกิจการฮักกิ้งเฟซของเอ็นวิเดียมาแล้ว
ฮักกิ้งเฟซยังเป็นช่องทางหลักในการเผยแพร่โมเดล AI แบบโอเพนเวทจากจีนด้วย โดย TokenPost เคยรายงานว่าโมเดล AI แบบโอเพนเวทจากจีนมีสัดส่วนคิดเป็น 41% ของยอดดาวน์โหลดทั้งหมดบนฮักกิ้งเฟซในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา
คำกล่าวครั้งนี้เน้นย้ำหลักการดำเนินงานของแพลตฟอร์มหลังการเข้าซื้อกิจการ มากกว่าตัวดีลเอง โดยเอ็นวิเดียยืนยันว่าจะไม่บังคับให้การพัฒนาและดีพลอยบนฮักกิ้งเฟซต้องใช้บริการประมวลผลของบริษัทแต่อย่างใด
ความคิดเห็น 0