สินทรัพย์สุทธิของกองทุน ETF ประเภทแอคทีฟ (Active ETF) ในเกาหลีใต้พุ่งแตะ 104.83 ล้านล้านวอน ณ สิ้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ทะลุระดับ 100 ล้านล้านวอนเป็นครั้งแรก และเติบโตกว่า 8 เท่าในเวลาเพียง 3 ปี 8 เดือน จากระดับ 12 ล้านล้านวอนเศษเมื่อสิ้นปี 2022
สำนักข่าวอาเซียคยองเจ (Asia Economy) ของเกาหลีใต้รายงานเมื่อวันที่ 7 (เวลาท้องถิ่น) โดยอ้างอิงข้อมูลรวบรวมของตลาดหลักทรัพย์เกาหลี (Korea Exchange, KRX) ว่า มูลค่าสินทรัพย์สุทธิของ ETF แอคทีฟในประเทศเพิ่มขึ้นจาก 12.44 ล้านล้านวอนในสิ้นปี 2022 เป็น 38.65 ล้านล้านวอนในปี 2023, 59.42 ล้านล้านวอนในปี 2024 และ 91.40 ล้านล้านวอนในปีที่แล้ว ตัวเลขล่าสุด ณ สิ้นเดือนสิงหาคมปีนี้เพิ่มขึ้นกว่า 740% เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2022
ปริมาณการซื้อขายก็ขยายตัวตามไปด้วย มูลค่าซื้อขายเฉลี่ยต่อวันของ ETF แอคทีฟเพิ่มจาก 120.9 พันล้านวอนในปี 2022 เป็น 582.6 พันล้านวอนในปี 2023, 764.7 พันล้านวอนในปี 2024 และ 850.2 พันล้านวอนในปีที่แล้ว ส่วนตัวเลข ณ สิ้นเดือนสิงหาคมปีนี้อยู่ที่ 1.65 ล้านล้านวอนต่อวันโดยเฉลี่ย
จำนวนกองทุน ETF แอคทีฟที่จดทะเบียนเพิ่มจาก 108 กองทุนในปี 2022 เป็น 322 กองทุน ณ สิ้นเดือนสิงหาคมปีนี้ ขณะเดียวกัน ETF แบบพาสซีฟ (Passive ETF) ในช่วงเวลาเดียวกันดูดซับเงินลงทุนใหม่กว่า 270 ล้านล้านวอน และเติบโตกว่า 420% แต่หากเทียบเป็นอัตราการเติบโตแล้ว ETF แอคทีฟยังคงขยายตัวได้เร็วกว่า
ETF แอคทีฟแตกต่างจาก ETF พาสซีฟที่เดินตามดัชนีอ้างอิงตายตัว เพราะผู้จัดการกองทุนสามารถปรับสัดส่วนและเลือกหุ้นที่เข้าลงทุนเพื่อสร้างผลตอบแทนให้เหนือกว่าดัชนีเปรียบเทียบ จุดเด่นคือความสามารถในการสะท้อน 'ธีม' การลงทุน เช่น ปัญญาประดิษฐ์ (AI) โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน และกลุ่มไบโอเทค ได้รวดเร็วกว่า ETF พาสซีฟที่ปรับตามรอบการเปลี่ยนดัชนี
ในปีนี้ตลาด ETF โดยรวมของเกาหลีใต้เคยมีมูลค่าทะลุ 500 ล้านล้านวอนในช่วงครึ่งปีแรก ขณะที่ ETF แอคทีฟกลายเป็นอีกหนึ่งแกนการเติบโตที่แยกออกมาต่างหาก มีการวิเคราะห์ว่าความผันผวนของตลาดที่เพิ่มขึ้นทำให้นักลงทุนหันมาสนใจสินค้าที่สะท้อนดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน มากกว่าการลงทุนตามดัชนีแบบเดิม
เมื่อพิจารณาเป็นรายกองทุน ETF ชื่อ KODEX Money Market Active (โคเด็กซ์ มันนี่มาร์เก็ต แอคทีฟ) มีสินทรัพย์สุทธิสูงสุดในกลุ่ม ETF แอคทีฟที่ 8.07 ล้านล้านวอน และยังติดอันดับ 8 เมื่อเทียบกับ ETF ทั้งหมดในตลาด
ฝั่งบริษัทจัดการกองทุนก็เคลื่อนไหวคึกคักขึ้นเช่นกัน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนโคเรียอินเวสต์เมนต์ทรัสต์ (Korea Investment Trust Management) เพิ่งโอนย้ายส่วนงานบริหาร ETF แอคทีฟไปให้บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนโคเรียอินเวสต์เมนต์แวลู (Korea Investment Value Asset Management) ดูแลแทน ส่วนบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนเคบี (KB Asset Management) ปรับโครงสร้างองค์กรฝ่าย ETF ในปีนี้ พร้อมตั้งทีมงานเฉพาะทางดูแล ETF แอคทีฟขึ้นใหม่ ขณะที่บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนมิราเอเซ็ท (Mirae Asset Global Investments) ได้ตั้งทีม ETF แอคทีฟหุ้นขึ้นภายใต้ฝ่ายบริหารการลงทุนหุ้นตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว
บริษัทจัดการกองทุนขนาดกลางและเล็กก็ทยอยเข้าสู่ตลาดนี้เช่นกัน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนเดอะเจ (The J Asset Management) จดทะเบียน ETF 'เดอะเจ สมอลล์-มิด โฟกัส แอคทีฟ' เมื่อปีที่แล้ว ส่วนบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนดีเอส (DS Asset Management) เพิ่งเข้าสู่ตลาด ETF โดยเลือกเปิดตัวด้วยผลิตภัณฑ์แรกคือ ETF 'คอสแดค แอคทีฟ'
ต่างจากตลาด ETF พาสซีฟที่บริษัทจัดการกองทุนรายใหญ่ครองบทบาทนำมาโดยตลอด ตลาด ETF แอคทีฟเปิดโอกาสให้ความสามารถในการเลือกหุ้นและปรับสัดส่วนพอร์ตของผู้จัดการกองทุนกลายเป็นจุดแข่งขันของสินค้าได้โดยตรง นี่จึงเป็นเหตุผลที่บริษัทจัดการกองทุนขนาดกลางและเล็กมองตลาด ETF แอคทีฟเป็นช่องทางใหม่ในการเข้าสู่อุตสาหกรรมนี้
อย่างไรก็ตาม ความเคลื่อนไหวด้านกฎระเบียบกลับสวนทางกับความเร็วของการเติบโต ก่อนหน้านี้ TokenPost เคยรายงานว่า ETF แอคทีฟ 5 กองทุนถูกเพิกถอนออกจากตลาดหลักทรัพย์ เนื่องจากไม่ผ่านเกณฑ์ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์กับดัชนีเปรียบเทียบ
ตามกฎการจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เกาหลีที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน หาก ETF แอคทีฟมีค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ (Correlation Coefficient) กับดัชนีเปรียบเทียบต่ำกว่า 0.7 ต่อเนื่องกันเป็นเวลา 3 เดือน จะเข้าข่ายถูกเพิกถอนออกจากตลาด ขณะที่ ETF พาสซีฟใช้เกณฑ์ที่ 0.9
ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์เป็นตัวชี้วัดว่ามูลค่าทรัพย์สินสุทธิของ ETF เคลื่อนไหวใกล้เคียงกับดัชนีเปรียบเทียบมากน้อยเพียงใด แม้ ETF แอคทีฟจะมีเป้าหมายสร้างผลตอบแทนเหนือดัชนี แต่ตามกฎระเบียบของเกาหลีใต้ก็ยังต้องรักษาระดับความเชื่อมโยงกับดัชนีไว้ในระดับหนึ่งด้วยเช่นกัน
คิม แจชิล(Kim Jae-chil) นักวิจัยจากสถาบันวิจัยตลาดทุนเกาหลี (Korea Capital Market Institute) กล่าวว่า \"ETF แอคทีฟในประเทศสามารถยืนหยัดอยู่ในตลาด ETF ได้ภายในเวลาเพียงไม่กี่ปี\" เขาระบุว่า นับตั้งแต่ทางการอนุญาตให้มีการบริหารจัดการเชิงรุก (Active Management) สำหรับ ETF ประเภทหุ้นในช่วงกลางปี 2020 บริษัทจัดการกองทุนขนาดกลางและเล็กจำนวนมากได้ทยอยเข้าสู่ตลาด และตลาด ETF แอคทีฟก็มีการแข่งขันสูงกว่าตลาด ETF พาสซีฟ
คิม แจชิล กล่าวเสริมว่า \"การจะทำให้ตลาด ETF แอคทีฟมีการแข่งขันสูงขึ้น พร้อมทั้งเต็มไปด้วยผลิตภัณฑ์เชิงสร้างสรรค์ที่ตอบโจทย์วัตถุประสงค์การลงทุนที่หลากหลาย จำเป็นต้องอาศัยนโยบายที่ส่งเสริมการแข่งขัน ควบคู่ไปกับบทบาทด้านการให้คำปรึกษาของบริษัทหลักทรัพย์ และความสามารถในการออกแบบผลิตภัณฑ์อย่างสร้างสรรค์ของบริษัทจัดการกองทุนที่หลากหลาย\" แม้มูลค่าสินทรัพย์สุทธิและปริมาณการซื้อขายของ ETF แอคทีฟจะขยายตัวไปมากแล้ว แต่โจทย์เรื่องความยืดหยุ่นในการบริหารจัดการกับกฎเกณฑ์การจดทะเบียนยังคงเป็นประเด็นที่ต้องหาจุดสมดุลกันต่อไป
ความคิดเห็น 0