อัน โด-กอล (안도걸) สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคประชาธิปไตยเกาหลีใต้ (더불어민주당) เรียกร้องให้เร่งนำผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่อิงกับสินทรัพย์ดิจิทัลเข้าสู่ระบบกำกับดูแลอย่างเป็นทางการ พร้อมผลักดันให้มีกฎหมายพื้นฐานว่าด้วยสเตเบิลคอยน์และสินทรัพย์ดิจิทัล โดยระบุว่าการขยายตัวของผลิตภัณฑ์ทางการเงินสินทรัพย์ดิจิทัลต้องมาพร้อมกับระบบคุ้มครองนักลงทุนและการบริหารความเสี่ยงที่รัดกุม
ส.ส.อันกล่าวในงานสัมมนา "กรณีศึกษานวัตกรรมทางการเงินสินทรัพย์ดิจิทัลและกลยุทธ์รับมือ" ที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 10 ณ ตึกโพสต์ทาวเวอร์ ย่านยออีโด กรุงโซลว่า "การนำผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่ผสานสินทรัพย์ดิจิทัลเข้ากับระบบการเงินดั้งเดิมเข้าสู่ระบบกำกับดูแลเป็นภารกิจที่ไม่อาจเลื่อนออกไปได้อีกแล้ว" ทั้งนี้ Block Media รายงานว่าเป็นคำกล่าวของ ส.ส.อันในงานสัมมนาดังกล่าว
งานสัมมนาครั้งนี้จัดโดย ส.ส.อัน ร่วมกับ มิน บยองด็อก (민병덕) สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคประชาธิปไตยเกาหลีใต้เช่นกัน โดย ส.ส.อันประเมินว่าสินทรัพย์ดิจิทัลไม่ได้เป็นเพียงสินทรัพย์ที่ใช้ซื้อขายอีกต่อไป แต่กำลังผสานเข้ากับผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่มีอยู่เดิม เช่น ผลิตภัณฑ์กองทุนซื้อขายแลกเปลี่ยน (ETP)
ข้อมูลที่นำเสนอในงานสัมมนาระบุว่า ณ ปลายปีที่แล้ว มูลค่าสินทรัพย์ภายใต้การบริหารของตลาด ETP สินทรัพย์ดิจิทัลทั่วโลกอยู่ที่ประมาณ 1.8 แสนล้านดอลลาร์ (ประมาณ 241 ล้านล้านวอน) โดย ETP คือผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่ออกแบบมาให้ติดตามสินทรัพย์หรือดัชนีใดดัชนีหนึ่ง และจดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์
ส.ส.อันระบุว่านักลงทุนในประเทศควรมีโอกาสลงทุนที่หลากหลายมากขึ้นในตลาดการเงินที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแล ขณะเดียวกันบริษัทการเงินและอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องก็ต้องสร้างความสามารถในการแข่งขันในระบบนิเวศสินทรัพย์ดิจิทัล แต่เน้นย้ำว่าการขยายผลิตภัณฑ์ทางการเงินต้องมาพร้อมกับระบบคุ้มครองนักลงทุนและการบริหารความเสี่ยงที่เหมาะสม
เขายังกล่าวว่าจำเป็นต้องตรวจสอบความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากความแตกต่างของเวลาซื้อขายระหว่างตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลกับตลาดการเงินดั้งเดิม พร้อมเสนอว่าการสร้างดัชนีราคาที่น่าเชื่อถือสำหรับประเมินมูลค่าสินทรัพย์ดิจิทัล และระบบผู้รับฝากสินทรัพย์แบบกระจายหลายรายก็เป็นอีกหนึ่งภารกิจสำคัญ
ดัชนีราคาใช้สำหรับกำหนดราคาอ้างอิงของผลิตภัณฑ์ทางการเงิน ส่วนระบบผู้รับฝากสินทรัพย์ทำหน้าที่เก็บรักษาและบริหารจัดการสินทรัพย์ของนักลงทุน ทั้งสองระบบสามารถเป็นรากฐานสำคัญของการคุ้มครองนักลงทุนและการบริหารความเสี่ยง เมื่อผลิตภัณฑ์ทางการเงินสินทรัพย์ดิจิทัลเชื่อมโยงเข้ากับตลาดการเงินที่มีอยู่เดิม
การออกกฎหมายรองรับสเตเบิลคอยน์ก็ถูกหยิบยกขึ้นเป็นอีกหนึ่งภารกิจสำคัญ ส.ส.อันกล่าวว่า "การที่อุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลกับตลาดการเงินจะเชื่อมโยงกันได้อย่างแท้จริง จำเป็นต้องมีรากฐานเชิงสถาบันสำหรับสเตเบิลคอยน์ ซึ่งจะทำหน้าที่เป็นเครื่องมือโอนมูลค่าที่มีความมั่นคง" คำกล่าวนี้สะท้อนว่าเขามองว่ากรอบกฎหมายสำหรับสเตเบิลคอยน์เป็นเงื่อนไขจำเป็นที่จะทำให้สินทรัพย์ดิจิทัลผนวกเข้ากับระบบการเงินได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น
สเตเบิลคอยน์คือสินทรัพย์ดิจิทัลที่ออกแบบให้มูลค่าผูกติดกับเงินตราตามกฎหมายหรือสินทรัพย์ใดสินทรัพย์หนึ่ง ส.ส.อันระบุว่าจำเป็นต้องหารือควบคู่กันไปทั้ง △มาตรฐานการออกเหรียญ △มาตรฐานการหมุนเวียน △มาตรฐานการซื้อขาย พร้อมทั้งแนวทางคุ้มครองผู้ใช้งานและรักษาเสถียรภาพของตลาดการเงิน
การหารือเรื่องผลิตภัณฑ์ทางการเงินสินทรัพย์ดิจิทัลและสเตเบิลคอยน์ยังโยงไปถึงประเด็นการเชื่อมต่อกับโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินในประเทศ เช่นเดียวกับกรณีที่อุตสาหกรรมบัตรเครดิตในประเทศเคยทดลองระบบชำระเงินด้วยสเตเบิลคอยน์มาก่อนหน้านี้ บริษัทการเงินที่มีอยู่เดิมก็จำเป็นต้องพิจารณาว่าจะเชื่อมโยงสินทรัพย์ดิจิทัลเข้ากับระบบงานของตนอย่างไร
ที่ประเทศญี่ปุ่น ภาคการเงินดั้งเดิมได้เริ่มดำเนินการบริหารกองทุนไพรเวทอิควิตี้ที่อิงสินทรัพย์ดิจิทัลแล้ว ซึ่งก่อนหน้านี้ TokenPost เคยนำเสนอกรณีดังกล่าวในฐานะการทดลองบริหารจัดการเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการเงินสินทรัพย์ดิจิทัล สะท้อนว่าการนำผลิตภัณฑ์ทางการเงินเข้าสู่ระบบกำกับดูแลไม่ได้จำกัดอยู่แค่การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ แต่ยังรวมถึงการวางมาตรฐานด้านการบริหารจัดการ การรับฝากสินทรัพย์ และการบริหารความเสี่ยงไปพร้อมกันด้วย
ส.ส.อันอธิบายว่า หลังจากกฎหมายพื้นฐานว่าด้วยสินทรัพย์ดิจิทัลและระบบสเตเบิลคอยน์ถูกจัดทำขึ้นแล้ว จำเป็นต้องปรับปรุงมาตรฐานการใช้งานและการบริหารจัดการข้อมูลที่เกี่ยวข้อง รวมถึงความสัมพันธ์กับระบบธุรกรรมทางการเงินอิเล็กทรอนิกส์ที่มีอยู่เดิมด้วย โดยชี้ว่าจำเป็นต้องมีการหารือต่อเนื่องว่าบริการทางการเงินรูปแบบใหม่จะเชื่อมโยงเข้ากับระบบที่มีอยู่เดิมอย่างไร
เขากล่าวว่า "รัฐสภาจะเดินหน้าหารือเพื่อนำกฎหมายพื้นฐานว่าด้วยสินทรัพย์ดิจิทัล สเตเบิลคอยน์ และบริการทางการเงินดิจิทัลรูปแบบใหม่เข้าสู่ระบบกำกับดูแลอย่างเป็นทางการต่อไป" พร้อมกล่าวเสริมว่า "จำเป็นต้องสร้างระบบที่สมดุล ซึ่งสนับสนุนการเติบโตของตลาด ขณะเดียวกันก็คุ้มครองทรัพย์สินของประชาชนและความเชื่อมั่นในตลาดการเงินไปพร้อมกัน"
ความคิดเห็น 0