ชายชาวรัฐเวอร์จิเนีย สหรัฐฯ ถูกคณะลูกขุนตัดสินว่ามีความผิดฐานฉ้อโกงนักลงทุนกว่า 2.5 ล้านดอลลาร์ ก่อนซุกซ่อนสินทรัพย์ดิจิทัลมูลค่าหลายล้านดอลลาร์ และยื่นเอกสารล้มละลายโดยแจ้งว่ามีสินทรัพย์ทางการเงินเพียง 34 เซนต์
กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ (DOJ) แถลงเมื่อวันที่ 8 ว่า จีฮุน พาร์ค (Jihoon Park) วัย 52 ปี ผู้อาศัยอยู่ในเมืองแชนทิลลี รัฐเวอร์จิเนีย ถูกคณะลูกขุนของศาลรัฐบาลกลางตัดสินว่ามีความผิดฐานฉ้อโกงทางสาย (wire fraud) 3 กระทง และฉ้อโกงคดีล้มละลาย (bankruptcy fraud) 2 กระทง จากการสอบสวนพบว่าพาร์คหลอกล่อเหยื่อด้วยคำมั่นสัญญาว่าจะลงทุนอย่าง 'ปลอดภัย' และให้ผลตอบแทนสูง ก่อนชักชวนให้โอนเงินเข้าบัญชีของตัวเอง
พาร์คนำเงินลงทุนบางส่วนไปซื้อบ้านและสินทรัพย์ดิจิทัล กระทรวงยุติธรรมระบุว่า เมื่อเหยื่อรายหนึ่งยื่นฟ้องร้อง พาร์คได้โอนสินทรัพย์ไปให้ภรรยา ก่อนยื่นขอล้มละลายพร้อมซุกซ่อนสินทรัพย์ดิจิทัลมูลค่าหลายล้านดอลลาร์เอาไว้
เอ. ไทเซน ดูวา (A. Tysen Duva) รองผู้ช่วยอัยการสูงสุด ฝ่ายอาญา กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ กล่าวว่า “จีฮุน พาร์ค สัญญาว่าจะนำเงินเก็บทั้งชีวิตและเงินเกษียณของคนในชุมชนไปลงทุน แต่กลับ ‘ขโมย’ เงินหลายล้านดอลลาร์ไปใช้เพื่อตัวเอง” คำกล่าวนี้สะท้อนว่านอกจากคดีฉ้อโกงการลงทุนแล้ว กระทรวงยุติธรรมยังมองว่าการซุกซ่อนสินทรัพย์ในกระบวนการล้มละลายเพื่อลดเงินที่จะคืนให้เจ้าหนี้เป็นอีกประเด็นสำคัญที่ต้องเอาผิด
ในเอกสารล้มละลาย พาร์คแจ้งว่ามีสินทรัพย์ทางการเงินเพียง 0.34 ดอลลาร์ และไม่มีสินทรัพย์ดิจิทัลใดๆ ในครอบครอง แต่กระทรวงยุติธรรมระบุว่าแท้จริงแล้วเขาถือครองสินทรัพย์ดิจิทัลมูลค่าหลายล้านดอลลาร์ และจงใจปิดบังไว้
บันทึกของศาลล้มละลายระบุว่า พาร์คเริ่มกระบวนการล้มละลายตามมาตรา 7 (Chapter 7) ที่ศาลแขวงสหรัฐฯ เขตตะวันออกของรัฐเวอร์จิเนีย เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2025 โดยกระบวนการ Chapter 7 เป็นรูปแบบการล้มละลายแบบชำระบัญชีของสหรัฐฯ ที่นำสินทรัพย์ของลูกหนี้มาขายเพื่อแบ่งคืนให้เจ้าหนี้
ก่อนหน้านี้ เหยื่อรายหนึ่งโอนเงินให้พาร์คราว 300,000 ดอลลาร์ เมื่อเดือนสิงหาคม 2024 หนึ่งเดือนต่อมาพาร์คซื้อบ้านมูลค่าประมาณ 1.2 ล้านดอลลาร์ โดยวางเงินดาวน์ 700,000 ดอลลาร์
บันทึกของศาลระบุว่า เงินดาวน์ค่าบ้านดังกล่าวมีเงินลงทุนของเหยื่อรวมอยู่ 300,000 ดอลลาร์ ผู้พิทักษ์ทรัพย์ (bankruptcy trustee) จึงมองว่าทั้งเงินดาวน์และการโอนบ้านเป็นการโอนสินทรัพย์โดยฉ้อฉล (fraudulent transfer) และพยายามเรียกคืน
ศาลตัดสินว่าอำนาจของผู้พิทักษ์ทรัพย์ในการเพิกถอนและเรียกคืนทรัพย์สินมีลำดับสูงกว่าการอ้างสิทธิ์ส่วนบุคคลของเหยื่อที่มีต่อส่วนของบ้าน ทำให้ผู้พิทักษ์ทรัพย์สามารถดำเนินการเรียกคืนสินทรัพย์ที่อาจต้องนำเข้ากองทรัพย์สินในคดีล้มละลายได้
พาร์คยังสละสิทธิ์ในการขอปลดหนี้ (discharge) จากคดีล้มละลายด้วย ซึ่งหมายความว่าเขาจะไม่ได้รับการยกเว้นความรับผิดชอบส่วนบุคคลต่อหนี้สินที่โดยทั่วไปสามารถปลดได้ในกระบวนการล้มละลาย
คดีนี้สะท้อนให้เห็นว่าสินทรัพย์ดิจิทัลกลายเป็นประเด็นสำคัญ ทั้งในฐานะช่องทางที่เงินลงทุนไหลเข้าไปและเป็นสินทรัพย์ที่ถูกซุกซ่อนในกระบวนการยื่นล้มละลาย
อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการเปิดเผยว่าพาร์คถือครองเหรียญชนิดใดบ้าง จำนวนเท่าใด หรือใช้กระดานเทรดและกระเป๋าเงินดิจิทัลใดในการทำธุรกรรม รวมถึงชนิดที่แน่ชัดของสินทรัพย์ดิจิทัลและสถานะการติดตามเรียกคืนในปัจจุบันก็ยังไม่ได้รับการยืนยัน
คดีนี้แสดงให้เห็นว่าการฉ้อโกงการลงทุนกับการฉ้อโกงคดีล้มละลายสามารถเชื่อมโยงกันได้ผ่านการโอนสินทรัพย์และการแจ้งข้อมูลเท็จ หากสินทรัพย์ที่ซื้อด้วยเงินลงทุนถูกโอนไปให้บุคคลอื่นหรือถูกละเว้นไม่แจ้งในกระบวนการล้มละลาย ผู้พิทักษ์ทรัพย์และศาลก็จะตรวจสอบเส้นทางการเงินเพื่อพิจารณาว่าจะเรียกคืนได้หรือไม่
ข้อหาฉ้อโกงทางสายแต่ละกระทงมีโทษจำคุกสูงสุด 20 ปี ส่วนข้อหาฉ้อโกงคดีล้มละลายแต่ละกระทงมีโทษจำคุกสูงสุด 5 ปี โดยโทษจริงที่พาร์คจะได้รับจะขึ้นอยู่กับแนวทางการกำหนดโทษของรัฐบาลกลางสหรัฐฯ และปัจจัยอื่นๆ ที่ศาลพิจารณาประกอบ
กำหนดพิพากษาโทษพาร์คคือวันที่ 10 ธันวาคม 2026 ส่วนจำนวนเงินที่เหยื่อจะได้รับคืนจริงเท่าใดนั้น ต้องรอให้กระบวนการติดตามและเรียกคืนสินทรัพย์เสร็จสิ้นก่อนจึงจะทราบผล
ความคิดเห็น 0