Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

ผลตอบแทนพันธบัตรญี่ปุ่น 10 ปีแตะ 3% แนวคิดหนีเข้าทองคำยังเป็นเพียงมุมมองนักลงทุนรายหนึ่ง

ภาพพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นและเหรียญเงินเยนวางเคียงกัน / TokenPost.ai

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นอายุ 10 ปีแตะระดับ 3% เมื่อวันที่ 1 กันยายน ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 30 ปี ทำให้ตลาดจับตาภาระทางการคลังของญี่ปุ่นและกระบวนการปรับนโยบายการเงินให้เป็นปกติมากขึ้น

รอยเตอร์(Reuters) รายงานว่าอัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปีของญี่ปุ่นแตะ 3% เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนกันยายนปี 1996 ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 20 ปีปรับขึ้นไปถึง 3.885% และมีการคาดว่าพันธบัตรอายุ 30 ปีจะปิดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 4.18%

ปัจจัยที่ผลักดันให้อัตราผลตอบแทนปรับขึ้น ได้แก่ ความกังวลด้านเงินเฟ้อ ความไม่แน่ใจต่อความมั่นคงทางการคลัง และแรงกดดันให้ธนาคารกลางญี่ปุ่น(BOJ) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติม ทั้งนี้รัฐบาลญี่ปุ่นคำนวณภาระดอกเบี้ยในงบประมาณปีงบการเงิน 2026 โดยตั้งสมมติฐานอัตราดอกเบี้ยระยะยาวไว้ที่ 3% หากอัตราดอกเบี้ยขยับสูงกว่าระดับนี้ ภาระทางการคลังของญี่ปุ่นอาจเพิ่มขึ้น

การปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ยระยะยาวของญี่ปุ่นบางฝ่ายมองว่าเป็นกระบวนการ 'ปรับให้เป็นปกติ' หลังจากดำเนินนโยบายผ่อนคลายทางการเงินขั้นสุดโต่งมาเป็นเวลานาน แม้อัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นจะทำให้ราคาพันธบัตรรัฐบาลที่ออกไปก่อนหน้านี้ปรับตัวลดลง แต่ระดับอัตราดอกเบี้ยเพียงอย่างเดียวไม่ได้หมายความว่าระบบการเงินจะล่มสลายในทันที

แมทธิว พีเพนเบิร์ก(Matthew Piepenburg) พาร์ตเนอร์จากฟอน เกรเยอร์ซ(Von Greyerz) ให้ความเห็นว่าความเคลื่อนไหวของพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่น เงินเยน และดัชนีนิกเกอิ เปรียบเสมือน 'แผนที่' ที่บอกล่วงหน้าว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับธนาคารกลางสหรัฐ(Fed) ดอลลาร์สหรัฐ และดัชนี S&P 500 พร้อมเสนอว่าทองคำแท่งเป็นทางเลือกลงทุน ความเห็นนี้เป็น 'มุมมองส่วนบุคคล' ที่มองความเคลื่อนไหวในตลาดญี่ปุ่นเป็นสัญญาณล่วงหน้าของความเสี่ยงในตลาดการเงินสหรัฐ

อย่างไรก็ตาม การตีความของพีเพนเบิร์กควรแยกออกจากมุมมองตลาดที่เป็นที่ยอมรับร่วมกันโดยทั่วไป เนื่องจากยังไม่มีการยืนยันความสัมพันธ์เชิงเหตุผลที่ว่าอัตราดอกเบี้ยพันธบัตรญี่ปุ่นที่ปรับขึ้นจะนำไปสู่ทิศทางเดียวกันในพันธบัตรสหรัฐ ดอลลาร์สหรัฐ และตลาดหุ้นสหรัฐ

ตามข้อมูลของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ(IMF) หนี้สาธารณะโดยรวมของรัฐบาลญี่ปุ่นในปี 2026 คาดว่าจะอยู่ที่ 204.4% ของ GDP แม้ระดับหนี้ของญี่ปุ่นจะอยู่ในระดับสูง แต่ไม่สามารถใช้อัตราส่วนหนี้เพียงอย่างเดียวในการชี้ว่าตลาดการเงินจะล่มสลายเมื่อใด

ข้อมูลของธนาคารกลางญี่ปุ่น(BOJ) ประจำเดือนมิถุนายน 2026 ระบุว่าปริมาณเงินในความหมายกว้าง(L) เพิ่มขึ้น 4.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ทั้งนี้ตัวเลขดังกล่าวมีเกณฑ์การเก็บข้อมูลที่แตกต่างจากข้ออ้างที่ว่าปริมาณเงินกว้างทั่วโลกแตะระดับ 150 ล้านล้านดอลลาร์ หรือเพิ่มขึ้น 50% ตั้งแต่ปี 2020 จึงไม่สามารถนำมาเทียบกันโดยตรงได้

สภาทองคำโลก(World Gold Council) รายงานว่าปริมาณการซื้อทองคำสุทธิของธนาคารกลางทั่วโลกในไตรมาส 2 ปี 2026 อยู่ที่ 288.9 ตัน ขณะที่ผลสำรวจธนาคารกลางประจำปี 2026 พบว่าผู้ตอบแบบสำรวจ 89% คาดว่าธนาคารกลางทั่วโลกจะเพิ่มปริมาณทองคำสำรองในอีก 12 เดือนข้างหน้า และ 45% ระบุว่าจะเพิ่มปริมาณทองคำสำรองของตนเอง

อย่างไรก็ตาม สภาทองคำโลกยังระบุด้วยว่าความต้องการทองคำของธนาคารกลางในครึ่งปีแรกของปี 2026 อยู่ในระดับต่ำที่สุดตั้งแต่ปี 2022 การที่ธนาคารกลางซื้อทองคำเพิ่มขึ้นไม่ได้เป็นตัวชี้วัดที่ยืนยันว่าราคาทองคำจะปรับขึ้นหรือช่วยหลีกเลี่ยงความเสียหายจากการลงทุนได้เสมอไป

ตัวเลขมูลค่าตลาดของดัชนีนิกเกอิ225(Nikkei 225) ที่ลดลง 2 แสนล้านดอลลาร์ในวันเดียว และผลตอบแทนของดัชนีนิกเกอิกับแนสแดค100(Nasdaq 100) เมื่อคำนวณเป็นทองคำในช่วง 5 ปีที่ผ่านมาตามที่ต้นฉบับระบุ ไม่มีการเปิดเผยวันที่อ้างอิงและวิธีคำนวณที่ชัดเจน จึงยากที่จะนำมาใช้เป็นตัวเลขหลักของข่าวนี้

ความเชื่อมโยงระหว่างอัตราดอกเบี้ยพันธบัตรญี่ปุ่นที่ปรับขึ้นกับตลาดการเงินสหรัฐ ต้องพิจารณาร่วมกับมูลค่าเงินเยน อุปสงค์-อุปทานพันธบัตรทั่วโลก และแนวทางนโยบายของธนาคารกลางแต่ละประเทศ จากข้อมูลที่มีอยู่ในปัจจุบัน ยังยากที่จะตีความขยายความว่าอัตราดอกเบี้ยที่ปรับขึ้นของญี่ปุ่นเป็นสัญญาณล่วงหน้าของการดิ่งลงของตลาดหุ้นสหรัฐหรือวิกฤตดอลลาร์โดยตรง

ความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นญี่ปุ่นและกลุ่มหุ้นเซมิคอนดักเตอร์ก็ควรพิจารณาแยกจากข้อเสนอเรื่องการลงทุนทองคำ เอพี(AP) รายงานว่าเมื่อวันที่ 7 กันยายน ดัชนีนิกเกอิของญี่ปุ่นปรับขึ้น 2.1% และหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ อาทิ โตเกียว อีเลคตรอน(Tokyo Electron) ปรับตัวแข็งแกร่ง แต่ข้อมูลนี้ไม่ได้เป็นหลักฐานว่าอัตราดอกเบี้ยพันธบัตรญี่ปุ่นที่ปรับขึ้นจะนำไปสู่การล่มสลายของตลาดหุ้นสหรัฐ

ก่อนหน้านี้ TokenPost เคยรายงานสถานการณ์ที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรญี่ปุ่นอายุ 10 ปีปรับขึ้นไปถึง 2.93% และในครั้งนี้มีการยืนยันว่าอัตราดอกเบี้ยดังกล่าวขยับขึ้นแตะ 3% แล้ว

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรญี่ปุ่นอายุ 10 ปีที่แตะ 3% ถือเป็นหมุดหมายที่สะท้อนทั้งภาระทางการคลังและกระบวนการปรับนโยบายการเงินให้เป็นปกติไปพร้อมกัน อย่างไรก็ตาม ข้อสรุปที่ว่าควรถือทองคำแท่ง หรือมุมมองที่ว่าความปั่นป่วนจากญี่ปุ่นจะส่งผลกระทบต่อตลาดสหรัฐอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ยังเป็นเพียงมุมมองการลงทุนของผู้ให้ความเห็นรายนั้น ซึ่งควรตีความอย่างระมัดระวังและจำกัดอยู่ในขอบเขตความเห็นส่วนบุคคล

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1