บิตคอยน์(BTC) กลับมาถูกพูดถึงในแง่ความเป็นไปได้ที่จะแตะระดับ 100,000 ดอลลาร์ ขณะที่กองทุน ETF บิตคอยน์แบบ spot ของสหรัฐฯ เผชิญกับเงินไหลออกสุทธิต่อเนื่องเป็นวันที่สอง ทั้งดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือนสิงหาคมและการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ(เฟด) ถูกมองว่าเป็นตัวชี้วัดสำคัญที่จะยืนยันทิศทางตลาดในช่วงปลายปีนี้
สำนักงานสถิติแรงงานสหรัฐฯ(BLS) เปิดเผยเมื่อวันที่ 10 (เวลาท้องถิ่น) ว่า PPI สำหรับความต้องการขั้นสุดท้ายเดือนสิงหาคมเพิ่มขึ้น 0.4% จากเดือนก่อนหน้า และเพิ่มขึ้น 5.4% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยราคา'สินค้า'เพิ่มขึ้น 1.1% ราคา'บริการ'เพิ่มขึ้น 0.1% และราคา'พลังงาน'เพิ่มขึ้น 4.2%
PPI เป็นดัชนีที่สะท้อนการเปลี่ยนแปลงของราคาขายที่ผู้ผลิตได้รับ ตลาดมักพิจารณา PPI ควบคู่กับดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เพื่อปรับความคาดหวังเกี่ยวกับทิศทางอัตราดอกเบี้ยและสภาพคล่องในระยะถัดไป
แมตต์ เมนา(Matt Mena) นักกลยุทธ์วิจัยคริปโตอาวุโสจาก 21Shares ให้ความเห็นผ่านบทวิเคราะห์ที่ส่งให้ Bitcoin.com ว่าบิตคอยน์อาจ 'กลับไปทดสอบ' ระดับ 75,000 ดอลลาร์ในระยะสั้น ขณะเดียวกันโอกาสที่ราคาจะฟื้นกลับขึ้นไปแตะ 80,000 ดอลลาร์ก็เพิ่มขึ้น และภายในสิ้นเดือนนี้ราคาอาจขยับไปอยู่ในโซน 82,000 ดอลลาร์
เมนายังระบุว่าในช่วงปลายไตรมาส 3 ต่อเนื่องถึงไตรมาส 4 บิตคอยน์อาจแตะ 100,000 ดอลลาร์ อีเธอเรียม(ETH) อาจแตะ 3,500 ดอลลาร์ ไฮเปอร์ลิควิด(HYPE) อาจแตะ 100 ดอลลาร์ และโซลานา(SOL) อาจแตะ 130 ดอลลาร์ ทั้งหมดนี้เป็น'ภาพสถานการณ์'ตลาดที่นักกลยุทธ์จาก 21Shares นำเสนอ ไม่ใช่ตัวเลขที่ยืนยันแล้ว
ระดับ 100,000 ดอลลาร์ของบิตคอยน์จึงยังเป็นเพียง 'ความเป็นไปได้' ที่อยู่ในบทวิเคราะห์ของเมนา ไม่ใช่การคาดการณ์ราคาที่ฟันธงแล้ว การจะไปถึงระดับดังกล่าวยังต้องรอดูว่าดัชนีเงินเฟ้อชุดถัดไปและกระแสเงินทุนใน ETF จะสนับสนุนทิศทางนี้หรือไม่
ด้านกระแสเงินทุนใน ETF นั้นมีทิศทางแตกต่างกันไปตามช่วงเวลา โดยกองทุน ETF บิตคอยน์แบบ spot ของสหรัฐฯ มีเงินไหลเข้าสุทธิราว 600 ล้านดอลลาร์ในช่วง 6 วันทำการแรกของเดือนกันยายน ขณะที่ TFTC ซึ่งเป็นข้อมูลติดตามกระแสเงินทุน ETF ระบุตัวเลขไหลเข้าสุทธิในช่วงเดียวกันไว้ที่ 600.33 ล้านดอลลาร์
กระแสเงินไหลเข้าสะสมของกองทุน ETF บิตคอยน์แบบ spot ของสหรัฐฯ ถูกใช้เป็นดัชนีวัดความต้องการจากนักลงทุนสถาบันมาโดยตลอด อย่างไรก็ตาม ตัวเลขไหลเข้าสะสมกับกระแสเงินทุนในช่วงสองวันหนึ่ง ๆ นั้นมีกรอบเวลาการนับที่ต่างกัน จึงไม่สามารถนำมาเทียบกันโดยตรงได้
เมื่อวันที่ 8 กันยายน กองทุน ETF บิตคอยน์แบบ spot ของสหรัฐฯ มีเงินไหลออกสุทธิ 46.6 ล้านดอลลาร์ และวันที่ 9 กันยายน มีเงินไหลออกสุทธิเพิ่มอีก 120.24 ล้านดอลลาร์ ทำให้เกิดการไหลออกสุทธิต่อเนื่องเป็นวันที่สอง
แม้ภาพรวมทั้งเดือนยังคงเป็นเงินไหลเข้าสุทธิ แต่ทิศทางในสองวันล่าสุดกลับเป็นเงินไหลออก ทั้งนี้ เงินไหลเข้าสุทธิของ ETF หมายถึงเงินที่เข้ามาซื้อมากกว่าที่ถูกไถ่ถอนออกไป และตัวเลขรายวันสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามความเชื่อมั่นของตลาดและแรงเทขาย
มีการตีความด้วยว่าเงินทุนอาจกำลังไหลเข้าสู่เหรียญ altcoin โดยเมนาระบุว่าอีเธอเรียมปรับตัวขึ้นแรงกว่าบิตคอยน์ในช่วงเวลาดังกล่าว ขณะที่ไฮเปอร์ลิควิดขยับขึ้นมาใกล้ระดับ 90 ดอลลาร์ ซึ่งเขามองว่าเป็นสัญญาณของความเชื่อมั่นในสินทรัพย์เสี่ยงที่กลับมา
อย่างไรก็ตาม การตีความนี้เป็นมุมมองของนักกลยุทธ์รายบุคคล ความเคลื่อนไหวของราคาอีเธอเรียมและไฮเปอร์ลิควิดเพียงสองรายการยังไม่สามารถสรุปได้ว่าเงินทุนทั้งตลาดคริปโตกำลังเคลื่อนย้ายไปในทิศทางใดทิศทางหนึ่ง
นโยบายการเงินของสหรัฐฯ ยังคงเป็นตัวแปรสำคัญที่ต้องจับตาควบคู่ไปกับทิศทางเงินเฟ้อ เพื่อยืนยันสถานการณ์ราคาบิตคอยน์ในระยะถัดไป โดยเฟดมีกำหนดจัดการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน(FOMC) ในวันที่ 15-16 กันยายนนี้
จากนี้ไป การประกาศ CPI เดือนสิงหาคมและผลการประชุม FOMC จะเป็นกำหนดการสำคัญถัดไปที่ต้องติดตาม ทั้งการฟื้นตัวกลับสู่ระดับ 80,000 ดอลลาร์ และความเป็นไปได้ที่จะแตะ 100,000 ดอลลาร์ของบิตคอยน์ ยังคงเป็นเรื่องที่ต้องรอการยืนยันจากดัชนีเงินเฟ้อและกระแสเงินทุนใน ETF ในระยะต่อไป
ความคิดเห็น 0