Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ 10 ปีแตะ 4.95% เฮย์สชี้ความเป็นไปได้เฟดผ่อนคลาย

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีปรับขึ้นแตะ 4.95% ขณะที่อาเธอร์ เฮย์ส(Arthur Hayes) เสนอเกณฑ์สองข้อ คือดัชนี MOVE ทะลุ 130 และอัตราผลตอบแทนแตะ 5% เพื่อใช้ประเมินความเป็นไปได้ที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะกลับมาผ่อนคลายนโยบายการเงิน

อาเธอร์ เฮย์ส(Arthur Hayes) ผู้ร่วมก่อตั้งเว็บเทรดบิตเม็กซ์(BitMEX) โพสต์ข้อความบน X ว่า “หากดัชนี MOVE ทะลุ 130 และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐอายุ 10 ปีแตะ 5% สถานการณ์อาจซ้ำรอยช่วงปลายปี 2023” พร้อมระบุว่า “เฟดมีความเป็นไปได้ที่จะกลับมาผ่อนคลายนโยบายอีกครั้ง” คำกล่าวนี้สะท้อนว่าเขามองความผันผวนของตลาดพันธบัตรสหรัฐเป็นสัญญาณสำคัญในการจับตาทิศทางนโยบายการเงิน สำนักข่าว PANews รายงานคำกล่าวนี้

เงื่อนไขที่เฮย์สเสนอมีสองข้อ คือดัชนี MOVE ทะลุ 130 และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐอายุ 10 ปีแตะ 5%

ตามข้อมูลของกระทรวงการคลังสหรัฐ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐอายุ 10 ปีอยู่ที่ 4.95% เมื่อวันที่ 10 กันยายน ซึ่งใกล้เคียงกับเกณฑ์ 5% ที่เฮย์สเสนอ แต่ยังไม่มีการยืนยันแยกต่างหากว่าดัชนี MOVE ทะลุ 130 แล้วหรือไม่

ดัชนี MOVE เป็นตัวชี้วัดความผันผวนของตลาดพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ ยิ่งตัวเลขสูงขึ้นเท่าใด ยิ่งตีความได้ว่าความผันผวนของราคาตลาดตราสารหนี้เพิ่มขึ้นเท่านั้น

เฮย์สนำเสนอมุมมองซ้ำหลายครั้งว่า เมื่อความไม่แน่นอนในตลาดพันธบัตรเกินระดับหนึ่ง หน่วยงานกำหนดนโยบายอาจต้องออกมาตรการเพื่อรักษาเสถียรภาพตลาด โดยในเดือนเมษายน 2025 เขาเคยเสนอดัชนี MOVE ที่ระดับ 140 เป็นเกณฑ์สำหรับการประเมินลักษณะเดียวกัน

เกณฑ์ครั้งนี้ลดลงจาก 140 มาอยู่ที่ 130 อย่างไรก็ตาม ตัวเลขที่เฮย์สเสนอเป็นการวิเคราะห์ส่วนบุคคล ไม่ใช่เกณฑ์อย่างเป็นทางการของหน่วยงานกำหนดนโยบาย

ช่วงปลายปี 2023 ที่เฮย์สกล่าวถึง คือช่วงเวลาที่การลดยอดคงค้างของสัญญาซื้อคืนพันธบัตรแบบย้อนกลับ (RRP) ของเจเน็ต เยลเลน(Janet Yellen) ซึ่งดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีคลังสหรัฐในขณะนั้น ถูกประเมินว่าส่งผลต่อสภาพคล่องของตลาด เฮย์สมองว่าการออกพันธบัตรรัฐบาลและการเปลี่ยนแปลงยอดคงค้าง RRP ในช่วงนั้นเป็นปัจจัยที่ทำให้เงินทุนไหลกลับเข้าสู่ตลาดการเงินอีกครั้ง

สัญญาซื้อคืนพันธบัตรแบบย้อนกลับ (RRP) เป็นเครื่องมือทางการเงินระยะสั้น ที่สถาบันการเงินนำเงินสดที่ถืออยู่ไปฝากไว้กับเฟด และทำธุรกรรมโดยใช้พันธบัตรรัฐบาลเป็นหลักประกัน การเปลี่ยนแปลงของยอดคงค้างมักถูกใช้ตีความควบคู่กับปริมาณสภาพคล่องที่หลงเหลืออยู่ในตลาดด้วย

ก่อนหน้านี้ เฮย์สเคยชี้ว่าสภาพคล่องของเฟดเป็นตัวแปรหลักต่อราคาบิตคอยน์(BTC) คำกล่าวครั้งนี้ก็เช่นกัน ไม่ได้เน้นเป้าหมายราคาของเหรียญใดเหรียญหนึ่งโดยเฉพาะ แต่ให้น้ำหนักกับความผันผวนของตลาดพันธบัตรและความเป็นไปได้ในการเปลี่ยนทิศทางนโยบายการเงิน

เฟดจะกลับมาดำเนินนโยบายผ่อนคลายจริงหรือไม่ยังไม่มีข้อสรุป และดัชนี MOVE กับอัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปีจะเข้าเงื่อนไขทั้งสองข้อที่เฮย์สเสนอพร้อมกันหรือไม่ ก็ยังเป็นประเด็นที่ต้องติดตามยืนยันเพิ่มเติม

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1