เมลาเนีย ทรัมป์(Melania Trump) สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งสหรัฐฯ เปิดเผยแผนความร่วมมือด้านการศึกษา โดยมอบสิทธิ์ใช้งานแพลตฟอร์มการเรียนรู้ AI แก่นักเรียนในพื้นที่ชนบท 1,500 คน และสนับสนุนชุดพัฒนา NVIDIA($NVDA) จำนวน 100 ชุดแก่โรงเรียนในท้องถิ่น
เมลาเนีย ทรัมป์ เยือนโรงเรียนประถม Mountain View ในเมืองเจฟเฟอร์สัน รัฐนอร์ทแคโรไลนา เมื่อวันที่ 15 (เวลาท้องถิ่น) เพื่อพบปะนักเรียนและบุคลากรจากแอชเคาน์ตี โดย AP รายงานว่าโครงการ ‘Be Best’ ของเธอจะมอบสิทธิ์ใช้งาน StudyFetch แก่นักเรียน 1,500 คนเป็นเวลา 4 ปี
NVIDIA จะส่งมอบ Jetson Nano Developer Kit จำนวน 100 ชุดให้แก่โรงเรียนในพื้นที่ รวมถึงโรงเรียนประถม Mountain View โดยยังไม่มีการเปิดเผยมูลค่าการสนับสนุนทั้งหมดของความร่วมมือครั้งนี้
พื้นที่ที่ได้รับการสนับสนุนได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมระหว่างพายุเฮอร์ริเคนเฮเลน โดยอาคารโรงเรียนประถม Mountain View ถูกใช้เป็นสถานที่แจกจ่ายสิ่งของบรรเทาทุกข์ในช่วงดังกล่าว
เมลาเนีย ทรัมป์ กล่าวกับนักเรียนว่า “พวกคุณอาจสร้างหุ่นยนต์ยิ่งใหญ่ตัวต่อไปได้” พร้อมเชิญให้นำผลงานที่เสร็จแล้วไปที่ทำเนียบขาว แผนงานนี้จะผสานการเรียนรู้ซอฟต์แวร์เข้ากับการฝึกสร้างหุ่นยนต์
NVIDIA เปิดเผยเมื่อเดือนกันยายน 2025 ว่า บริษัทจะขยายเนื้อหาการศึกษา AI สำหรับนักเรียนระดับ K-12 ผ่าน StudyFetch และ CK-12 พร้อมสนับสนุนโครงการที่เกี่ยวข้องมูลค่า 25 ล้านดอลลาร์(ประมาณ 850 ล้านบาท) โครงการดังกล่าวตั้งเป้าเข้าถึงนักเรียน 1 ล้านคนภายใน 3 ปี
StudyFetch เป็นแพลตฟอร์มการเรียนรู้ AI ที่ให้บริการติวเตอร์เฉพาะบุคคล แผนการเรียน บัตรคำศัพท์ และแบบทดสอบจำลองจากการบรรยายและเอกสารการเรียน ในความร่วมมือครั้งนี้ นักเรียนจากแอชเคาน์ตีจะสามารถใช้งานแพลตฟอร์มดังกล่าวเป็นเวลา 4 ปี
NVIDIA ระบุในเอกสารกรณีศึกษาแยกต่างหากว่า StudyFetch ใช้ AI เสียงและเทคโนโลยีโมเดลแบบเปิดเพื่อลดต้นทุนงานประมวลผลอนุมานหลักลงประมาณ 10 เท่า ตัวเลขนี้เป็นคำอธิบายเกี่ยวกับงานอนุมานเฉพาะประเภท ไม่ใช่ผลประกอบการโดยรวมของ StudyFetch
Jetson Nano Developer Kit เป็นคอมพิวเตอร์พัฒนาขนาดเล็กที่ใช้กับการประมวลผล AI และโครงการสร้างหุ่นยนต์ได้ โรงเรียนสามารถใช้เป็นอุปกรณ์ฝึกปฏิบัติให้นักเรียนได้เรียนรู้เทคโนโลยี AI และหุ่นยนต์โดยตรง
แผนงานนี้สอดคล้องกับแนวทางของรัฐบาลสหรัฐฯ ที่ยกให้การศึกษา AI เป็นวาระเชิงนโยบาย ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ลงนามในคำสั่งฝ่ายบริหารเรื่องการยกระดับการศึกษา AI สำหรับเยาวชนอเมริกันเมื่อเดือนเมษายน 2025 ขณะที่ทำเนียบขาวดำเนินงานคณะทำงานด้านการศึกษา AI และโครงการความร่วมมือระหว่างภาครัฐกับเอกชน
ทำเนียบขาวระบุว่าโครงการ ‘Fostering the Future Together’ จะขยายการเข้าถึงเทคโนโลยีและโอกาสทางการศึกษาให้แก่นักเรียน ครู และผู้ปกครอง ความร่วมมือครั้งนี้เป็นตัวอย่างการนำแนวนโยบายดังกล่าวไปใช้กับโรงเรียนในท้องถิ่น
อย่างไรก็ตาม การถกเถียงเกี่ยวกับแนวทางนำ AI มาใช้ในโรงเรียนและมาตรการความปลอดภัยยังคงดำเนินต่อไป เบกกี พริงเกิล(Becky Pringle) ประธานสมาคมการศึกษาแห่งชาติ กล่าวในแถลงการณ์เมื่อเดือนมีนาคม 2026 ว่า “ไม่มีเทคโนโลยีใดสามารถแทนที่ความเชื่อมโยงระหว่างมนุษย์ ซึ่งเป็นหัวใจของการศึกษาและการเรียนรู้ได้”
เบกกี พริงเกิลระบุว่า AI ควรถูกนำมาใช้โดยไม่แทนที่ครู และต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขด้านความปลอดภัยของนักเรียนและการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ภาคการศึกษาจึงยังต้องกำหนดทั้งขอบเขตการกำกับดูแลของครูและมาตรฐานการจัดการข้อมูลนักเรียนควบคู่ไปกับการขยายการเข้าถึงเทคโนโลยี
ขณะที่เครื่องมือการเรียนรู้ AI ขยายขอบเขตให้รวมการค้นหา การวิเคราะห์ไฟล์ การแก้โจทย์ และการเตรียมสอบไว้ในกระบวนการเดียว การแข่งขันด้านบริการ เครื่องมือการเรียนรู้ AI สำหรับนักเรียน ก็ยังดำเนินต่อไป กรณีของ StudyFetch สะท้อนแนวโน้มที่เทคโนโลยีดังกล่าวอาจขยายจากบริการออนไลน์ไปสู่การเรียนการสอนและอุปกรณ์ฝึกปฏิบัติในโรงเรียนชนบท
ทั้งนี้ ยังไม่มีการเปิดเผยหลักเกณฑ์การดำเนินงานโดยละเอียดของความร่วมมือครั้งนี้ รวมถึงอัตราการใช้งานของนักเรียนและครู ผลลัพธ์ด้านการเรียนรู้จริง และมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
ความคิดเห็น 0