วุฒิสภาสหรัฐฯ ขัดขวางการเริ่มพิจารณาร่างกฎหมาย CLARITY ซึ่งวางโครงสร้างตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล ด้วยคะแนน 49 ต่อ 50 เสียง แม้ร่างกฎหมายยังไม่ถูกยกเลิก окончательно แต่กำหนดการออกกฎหมายก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมเดือนพฤศจิกายนยังไม่แน่นอน
เมื่อวันที่ 15 (ตามเวลาท้องถิ่น) วุฒิสภาสหรัฐฯ ลงมติญัตติปิดการอภิปรายในขั้นตอน ‘motion to proceed’ สำหรับร่างกฎหมาย H.R.3633 โดยต้องใช้เสียงสนับสนุน 60 เสียงเพื่อเข้าสู่การพิจารณาร่างกฎหมายอย่างเต็มรูปแบบ แต่ได้เสียงเห็นชอบ 49 เสียง และไม่เห็นชอบ 50 เสียง
การลงมติครั้งนี้ไม่ใช่การคว่ำร่างกฎหมาย CLARITY อย่างถาวร แต่เป็นการหยุดกระบวนการในขั้นตัดสินใจว่าจะเริ่มอภิปรายร่างกฎหมายหรือไม่ ส่งผลให้ร่างกฎหมายยังไม่สามารถเข้าสู่ขั้นตอนถัดไปในสมัยประชุมปัจจุบัน
ร่างกฎหมาย CLARITY กำหนดขอบเขตอำนาจกำกับดูแลระหว่างสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ (SEC) กับคณะกรรมการกำกับการซื้อขายสินค้าโภคภัณฑ์ล่วงหน้า (CFTC) ในตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล พร้อมวางกรอบกำกับดูแลในระดับรัฐบาลกลาง คณะกรรมาธิการธนาคารวุฒิสภาสหรัฐฯ ระบุว่าร่างกฎหมายยังมีข้อกำหนดด้านการคุ้มครองผู้บริโภค การสกัดกั้นการเงินผิดกฎหมาย และการคุ้มครองนักพัฒนาซอฟต์แวร์
ก่อนการลงมติขั้นตอนดังกล่าว ฝ่ายรีพับลิกันเปิดเผยร่างฉบับสุดท้าย โดยซินเธีย ลัมมิส(Cynthia Lummis) ประธานคณะอนุกรรมการสินทรัพย์ดิจิทัลของวุฒิสภาสหรัฐฯ กล่าวว่า ร่างดังกล่าวมีการเปลี่ยนแปลงสาระสำคัญ 126 รายการเพื่อสะท้อนข้อเรียกร้องของพรรคเดโมแครต
ร่างฉบับสุดท้ายยังมีข้อกำหนดด้านจริยธรรมเพื่อจำกัดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ที่เกี่ยวข้องกับสินทรัพย์ดิจิทัลของเจ้าหน้าที่ที่มาจากการเลือกตั้งระดับรัฐบาลกลาง ผู้พิพากษา และคู่สมรส โดยข้อความดังกล่าวมีกำหนดเสนอเป็นร่างแก้ไขทดแทน หากการลงมติขั้นตอนผ่าน
อย่างไรก็ตาม ความเห็นคัดค้านภายในพรรคเดโมแครตยังไม่คลี่คลาย เอลิซาเบธ วอร์เรน(Elizabeth Warren) ผู้นำพรรคเดโมแครตประจำคณะกรรมาธิการธนาคารวุฒิสภาสหรัฐฯ แสดงจุดยืนคัดค้าน โดยเห็นว่าร่างกฎหมายยังจำกัดผลประโยชน์ทางธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์และครอบครัวได้ไม่เพียงพอ
สำนักข่าว AP รายงานว่า สมาชิกพรรคเดโมแครตเปิดรับการกำกับดูแลสินทรัพย์ดิจิทัล แต่ต้องการมาตรการด้านจริยธรรมที่เข้มแข็งเพื่อป้องกันผลประโยชน์ส่วนตัวของประธานาธิบดีและครอบครัว สมาชิกพรรคเดโมแครตจึงไม่สนับสนุนการเดินหน้าร่างกฎหมายในการลงมติครั้งนี้
หลังการลงมติ Stand With Crypto ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากโคинเบส($COIN) ประกาศว่าจะเพิ่มบันทึกการลงคะแนนของสมาชิกวุฒิสภาแต่ละคนลงในตารางประเมินสาธารณะ องค์กรดังกล่าวมีแผนใช้การลงมติร่างกฎหมาย CLARITY เป็นข้อมูลประเมินจุดยืนด้านนโยบายสินทรัพย์ดิจิทัลของสมาชิกสภาแต่ละคน
เมสัน ลินอห์(Mason Lynaugh) ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารของ Stand With Crypto กล่าวว่า “การลงมติในวันนี้คือความล้มเหลวของผู้นำ” พร้อมระบุว่าผู้ถือสินทรัพย์ดิจิทัลในสหรัฐฯ รอความชัดเจนด้านกฎระเบียบมาหลายปี คำกล่าวดังกล่าวสะท้อนการคัดค้านขององค์กรต่อความล่าช้าในการพิจารณาร่างกฎหมาย
Stand With Crypto ระบุว่าจะเดินหน้าระดมผู้สนับสนุน 3 ล้านคน และใช้ประวัตินโยบายสินทรัพย์ดิจิทัลของสมาชิกสภาเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจของผู้มีสิทธิเลือกตั้งในการเลือกตั้งกลางเทอมเดือนพฤศจิกายน องค์กรยังโพสต์ข้อความบน X ในทำนองว่าผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่ถือสินทรัพย์ดิจิทัลจะออกไปใช้สิทธิและแสดงอิทธิพลของตน
มุมมองที่ว่าผู้ถือสินทรัพย์ดิจิทัลในสหรัฐฯ เป็นกลุ่มผู้มีสิทธิเลือกตั้ง เคยปรากฏในคำกล่าวของแบรด การ์ลิงเฮาส์(Brad Garlinghouse) ซีอีโอของริปเปิล(Ripple) เช่นกัน กรณีเรียกผู้ถือสินทรัพย์ดิจิทัล 67 ล้านคนในสหรัฐฯ ว่า ‘ผู้มีสิทธิเลือกตั้งคริปโต’ สะท้อนแนวโน้มที่การถกเถียงด้านกฎระเบียบเชื่อมโยงเข้ากับการเลือกตั้งมากขึ้น
ประเด็นนี้จึงไม่ได้เกี่ยวข้องเฉพาะเนื้อหาของร่างกฎหมาย แต่ยังเป็นความขัดแย้งทางการเมืองเกี่ยวกับผู้ที่จะกำหนดกรอบกำกับดูแลและมาตรฐานจริยธรรม ฝ่ายรีพับลิกันระบุว่าได้เพิ่มความเข้มงวดของข้อกำหนดด้านจริยธรรม ขณะที่พรรคเดโมแครตยืนยันว่ามาตรการดังกล่าวยังไม่เพียงพอที่จะจำกัดผลประโยชน์ของประธานาธิบดีทรัมป์และครอบครัว
ร่างกฎหมาย CLARITY ยังไม่สามารถเข้าสู่ขั้นตอนถัดไปในสมัยประชุมปัจจุบัน ขณะนี้ยังไม่มีการกำหนดว่าจะนำร่างกฎหมายกลับมาผลักดันอีกครั้งเมื่อใด หรือ Stand With Crypto จะเผยแพร่ตารางประเมินสมาชิกวุฒิสภาเป็นรายบุคคลเมื่อใด
ความคิดเห็น 0