ราคาของบิตคอยน์(BTC) ได้ปรับตัวลดลงต่ำกว่าระดับ 70,000 ดอลลาร์อีกครั้ง หลังจากการปรับฐานแรงในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งทำให้กำไรสะสมตั้งแต่การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ สูญสลายไปทั้งหมด อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์บางรายมองว่า ราคาปัจจุบันยัง ‘ต่ำกว่ามูลค่าที่เหมาะสม’ ถึงกว่า 41% โดยประเมินว่าราคาที่ยุติธรรมควรอยู่ที่ระดับ 122,762 ดอลลาร์
ตามการวิเคราะห์ของนักกลยุทธ์ทางการเงินชื่อ เดวิด ซึ่งอิงแบบจำลอง 'พาวเวอร์ลอ(Power-Law)' ที่อาศัยข้อมูลราคาย้อนหลังของบิตคอยน์ระยะยาว พบว่ามูลค่าที่ยุติธรรมของบิตคอยน์ควรอยู่ที่ประมาณ 122,762 ดอลลาร์ หรือราว 17.9 ล้านบาท เมื่อเทียบกับราคาตลาดในขณะนี้ที่ประมาณ 72,000 ดอลลาร์ หรือราว 10.5 ล้านบาท ถือว่าต่ำกว่ามูลค่าที่เหมาะสมถึง 41% หรือห่างกันกว่า 51,000 ดอลลาร์
เดวิดกล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจัยกดดันราคาระยะนี้ไม่ได้มาจากข่าวเศรษฐกิจมหภาคหรือดอกเบี้ย แต่เกิดจาก ‘แรงบังคับขาย’ ในตลาดอนุพันธ์ โดยเฉพาะจากการเฮดจ์และการล้างพอร์ต (Liquidation) พร้อมชี้ว่า ค่า z-score ของบิตคอยน์ล่าสุดอยู่ที่ประมาณ -0.76 ซึ่งเป็นตัวชี้วัดว่าราคานี้ ‘ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยทางสถิติอย่างมีนัยสำคัญ’
อีกปัจจัยที่น่าจับตาคือ ขณะที่ราคาของบิตคอยน์ร่วงลงกว่า 20% ในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา ปริมาณ ‘สถานะคงค้าง’ หรือ Open Interest ในตลาดอนุพันธ์ กลับเพิ่มขึ้นกว่า 7% ซึ่งหมายความว่านักลงทุนหลายรายยังคง ‘ใช้เลเวอเรจ’ แม้ราคาจะตกลงไปแล้ว ซึ่ง เดวิด มองว่าเป็นความเสี่ยงสำคัญ เนื่องจากอาจเป็นสัญญาณของการเร่งขายเพิ่มเติม
ในแง่ของความผันผวน ตลาดเริ่มมีสัญญาณเตือนเพิ่มเติม โดย ‘ความผันผวนแฝง’ หรือ Implied Volatility ของบิตคอยน์ในช่วง 20 วันที่ผ่านมาเพิ่มขึ้นเกิน 43% ขณะที่มูลค่ารวมของสัญญาฟิวเจอร์สและออปชั่นที่เปิดอยู่พุ่งเกิน 2.3 หมื่นล้านดอลลาร์ หรือราว 3.3 ล้านล้านบาท เดวิดเตือนว่า หากราคาเกิดการเบรกแนวต้าน อาจนำไปสู่การเกิด ‘ชอร์ตสควีซ’ หรือไม่ก็การ ‘ล้างพอร์ตฝั่ง Long’ อย่างรุนแรง โดยมีความเป็นไปได้ถึง 70%
ระดับราคาที่ถูกจับตาในเชิงเทคนิคมากที่สุดขณะนี้อยู่ที่ประมาณ 73,000 ดอลลาร์ ซึ่งจะเป็นระดับสำคัญในการวัด ‘แรงเสียดทานของตลาด’ หรือที่เรียกว่า Gamma Level หากราคาหลุดจากระดับนี้ลงมา อาจเกิดความผันผวนสูงต่อเนื่อง ในทางกลับกัน หากทะลุขึ้นไปได้ ตลาดอาจกลับมานิ่งขึ้น
ในปัจจุบัน ราคาบิตคอยน์ซื้อขายอยู่ที่ราว 70,500 ดอลลาร์ หรือประมาณ 10 ล้านบาท ซึ่งลดลงประมาณ 8% ภายใน 24 ชั่วโมง และหากวัดจากสัปดาห์ที่ผ่านมา ร่วงไปเกือบ 20% โดยลดลงแล้วถึง 25% ในช่วงหนึ่งเดือน ซึ่งต่ำกว่าระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์เมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้วถึง 44%
แรงเทขายในรอบนี้ส่งผลให้เกิดการล้างพอร์ตวงกว้างในตลาด ตามข้อมูลจาก CoinGlass ระบุว่า ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา มีนักเทรดกว่า 154,000 คนถูกล้างพอร์ต คิดเป็นมูลค่ารวมสูงถึง 718 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 1.05 หมื่นล้านบาท
ขณะเดียวกัน สถาบันเองก็ไม่ได้รอดพ้นจากความเสียหาย ตัวอย่างเช่น ‘สแตรทีจี’ ซึ่งเพิ่งซื้อบิตคอยน์เพิ่มอีก 855 เหรียญ มูลค่าราว 75.3 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 1.1 พันล้านบาท) แต่กลับขาดทุนจากการประเมินมูลค่าถึง 4 หมื่นล้านดอลลาร์ หรือราว 58.6 ล้านล้านบาท ซึ่งรายงานจากโคเบซีเลตเตอร์(Kobeissi Letter) ระบุว่า ตำแหน่งลงทุนของบริษัทดังกล่าวกลายเป็น ‘ติดลบ’ อย่างรวดเร็วในช่วง 4 เดือนที่ผ่านมา
แม้ว่าราคาปัจจุบันจะถือว่าหลุดจากกรอบประเมินที่ใช้โมเดลพื้นฐานในระยะยาว ส่งสัญญาณว่า ‘ต่ำเกินไป’ แต่ปัจจัยเสี่ยงจากตลาดอนุพันธ์ยังคงสูง โดยเฉพาะความร้อนแรงของสถานะเลเวอเรจและความผันผวนของราคา ทำให้ราคาบิตคอยน์ในระยะสั้นถูกประเมินว่าอาจเผชิญกับภาวะผันผวนอย่างรุนแรง และแม้จะมีโอกาสฟื้นตัว แต่กระบวนการ ‘กลับทิศทาง’ อาจไม่ได้ราบรื่นนักในระยะนี้
ความคิดเห็น 0