Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

กลยุทธ์คอลออปชันล็อกบิตคอยน์(BTC) แถว 7 หมื่นดอลลาร์ ดันความผันผวนร่วงเหลือ 56%

บิตคอยน์(BTC) เคลื่อนไหวติดกรอบแถว ‘7 หมื่นดอลลาร์’ มานานกว่าหนึ่งเดือน ท่ามกลางมุมมองว่าแทนที่กลยุทธ์หวัง ‘ผลตอบแทนสูง’ ของสถาบันจะผลักดันราคาให้ไปต่อ กลับกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วย ‘กด’ ความผันผวนและตรึงราคาให้อยู่ในกรอบแคบ

เมื่อเทรดเดอร์สายอนุพันธ์หันมาใช้กลยุทธ์ ‘คอลออปชัน’ อย่างเข้มข้นมากขึ้น ภาพของตลาดบิตคอยน์(BTC) จึงเริ่มชัดเจนขึ้นว่าทำไมระดับ 7 หมื่นดอลลาร์ถึงกลายเป็นกรอบแข็งที่ทั้งด้านบนและด้านล่างถูกป้องกันเอาไว้

ในช่วงตั้งแต่กลางเดือนกุมภาพันธ์เป็นต้นมา บิตคอยน์(BTC) แกว่งตัวอยู่ในกรอบจำกัดรอบระดับ 7 หมื่นดอลลาร์ (ราว 10.6 ล้านบาท) อย่างต่อเนื่อง ความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นในตะวันออกกลางทำให้ดีมานด์ต่อ ‘สินทรัพย์ปลอดภัย’ เพิ่มขึ้น ช่วยพยุงราคาแถว 6.5 หมื่นดอลลาร์ ขณะที่ฝั่งตรงข้าม อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐที่ดีดตัวสูงขึ้น กลับกลายเป็นแรงเบรกสำคัญต่อการทะลุ 7.5 หมื่นดอลลาร์

ปัจจัยภายนอกยังไม่ใช่ทั้งหมด เพราะยังมี ‘กลไกในตลาดเอง’ ที่เข้ามายึดราคาให้ติดกรอบเพิ่มเติม นักลงทุนสถาบันจำนวนมากหันมาใช้กลยุทธ์ ‘คัฟเวอร์ดคอล’ โดยนำบิตคอยน์(BTC) ที่ถืออยู่มาเขียนคอลออปชันขายเพื่อสร้างกระแสรายได้จากพรีเมียม

เจมส์ แฮร์ริส(James Harris) ซีอีโอของ เทสเซอแรคต์(Tesseract) เผยว่า ตลอดไตรมาส 1 สถาบันยังคงเทขายคอลออปชันที่มีราคาใช้สิทธิ (Strike) สูงอย่างต่อเนื่อง เพื่อเก็บ ‘ค่าเบี้ยประกัน’ หรือพรีเมียมในสภาวะตลาดไซด์เวย์ที่ราคาเคลื่อนแคบ

ออปชันเป็นตราสารอนุพันธ์ที่ใช้เทรด ‘สิทธิ’ ในการซื้อหรือขายสินทรัพย์ที่ราคาใดราคาหนึ่งในอนาคต คอลออปชันคือสิทธิในการซื้อ ซึ่งปกติใช้เป็นเครื่องมือ ‘เก็งขาขึ้น’ แต่เมื่อฝั่งนักลงทุนเลือกจะเป็นคน ‘ขาย’ คอลออปชันแทน พวกเขาจะรับพรีเมียมเข้ากระเป๋าทันที แลกกับการต้องรับภาระหากราคาบิตคอยน์(BTC) พุ่งขึ้นแรงเหนือระดับที่ตกลงกัน

โครงสร้างในปัจจุบันจึงกลายเป็นว่า นักลงทุนจำนวนมากอยู่ฝั่ง ‘ผู้ขายคอล’ เพื่อเก็บพรีเมียม ขณะที่ ‘มาร์เก็ตเมคเกอร์’ ที่เป็นฝั่งรับออเดอร์กลับต้องเข้ามารับบทหลักในการคุมสมดุลความเสี่ยงของตลาด

เมื่อคอลออปชันถูกขายออกมาอย่างหนาแน่น มาร์เก็ตเมคเกอร์จะถือสถานะที่เรียกว่า ‘แกมมาเป็นบวก’ ซึ่งหมายความว่า พวกเขาต้อง ‘เฮดจ์’ ความเสี่ยงด้วยการซื้อบิตคอยน์(BTC) เมื่อราคาลง และขายเมื่อราคาขึ้น

ด้วยกลไกนี้ ทุกครั้งที่ราคาบิตคอยน์(BTC) อ่อนตัว มาร์เก็ตเมคเกอร์จะทยอยรับซื้อเข้าพอร์ตเพื่อป้องกันความเสี่ยง ทำให้มีแรงซื้อหนุนบริเวณแนวรับ ในทางกลับกัน หากราคาพุ่งขึ้น พวกเขาจะเริ่มขายบิตคอยน์(BTC) ออกมาเพื่อบาลานซ์เดลต้า ส่งผลให้เกิดแรงขายกดดันใกล้แนวต้าน

โครงสร้างการ ‘แกมมาเฮดจ์’ ลักษณะนี้ทำให้ตลาดเหมือนถูกล็อกอยู่ในกรอบโดยอัตโนมัติ ด้านล่างมีแรงซื้อรับ ด้านบนมีแรงขายรอ พร้อมกันนั้น ‘ทิศทางของเงิน’ ในระบบกลับทำหน้าที่ลดทอนความผันผวน แทนที่จะเปิดทางให้ราคาสวิงแรงอย่างที่หลายคนคาดหวัง

ภาพนี้สะท้อนชัดในตัวเลข ‘ความผันผวนโดยนัย’ หรือค่า BVIV ระยะ 30 วันของบิตคอยน์(BTC) ที่ร่วงลงราว 5% ในเดือนนี้ มาอยู่บริเวณ 56% ในขณะที่ตลาดหุ้น พันธบัตร และสินค้าโภคภัณฑ์หลายประเภทกลับเริ่มแสดงสัญญาณความผันผวนเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

แฮร์ริส มองว่า ปัจจุบันตลาดกำลังเจอกับสถานการณ์ที่ ‘กลไกเชิงเทคนิค’ กดความผันผวนลงแบบแทบไม่สนใจภาพใหญ่ด้านมหภาค โดยระบุว่า “แม้สภาพแวดล้อมด้านมหภาคจะเปลี่ยนไปอย่างไร ผลของกลยุทธ์ออปชันเหล่านี้ยังคงกดดันให้ความผันผวนถูกจำกัดในเชิงกลไก”

เมื่อรวมทั้งปัจจัยภายนอกอย่างตัวแปรเศรษฐกิจและการเมืองโลก เข้ากับ ‘โครงสร้างรายได้จากออปชัน’ ภายในตลาดเอง จึงมีโอกาสสูงที่บิตคอยน์(BTC) จะยังติดอยู่ในภาวะ ‘ตลาดกรอบแคบ’ หรือ ‘ไซด์เวย์ในกรอบ 7 หมื่นดอลลาร์’ ไปอีกระยะหนึ่ง

‘ความคิดเห็น’

สำหรับนักลงทุนที่หวังเก็งกำไรจากการสวิงของราคา กลยุทธ์ออปชันของสถาบันอาจกลายเป็นดาบสองคม เพราะในขณะที่สถาบันเก็บพรีเมียมอย่างสม่ำเสมอ รายย่อยที่รอจังหวะเบรกเอาต์กลับต้องเผชิญกับสภาวะตลาดที่ถูก ‘กลยุทธ์เชิงระบบ’ คอยดูดความผันผวนออกไปอย่างต่อเนื่อง หากภาพนี้ยังไม่เปลี่ยน การมองหาโอกาสในตลาดอนุพันธ์ หรือเน้นช่วงที่ปริมาณออปชันหมดอายุ อาจเป็นทางเลือกสำคัญสำหรับผู้ที่ต้องการหลีกเลี่ยงกับดักกรอบราคาที่บิตคอยน์(BTC) กำลังเผชิญอยู่ในตอนนี้

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1