ตลาดบิตคอยน์(BTC) กำลังแสดงสัญญาณ ‘ฝั่งดีมานด์ได้เปรียบ’ ชัดเจนขึ้น แม้เผชิญภาวะไม่แน่นอนด้านเศรษฐกิจมหภาคโลกและความตึงเครียดทางการเมือง แต่ ‘สถาบัน’ กลับเร่งเข้าซื้อจนแซงอัตราการขุดอย่างมีนัยสำคัญ บ่งชี้โครงสร้างตลาดที่อาจเปลี่ยนไปสู่ภาวะ ‘ขาดแคลนอุปทาน’ ในระยะต่อไป
จากรายงานและการวิเคราะห์ตลาดล่าสุด ระบุว่า การเข้าซื้อบิตคอยน์(BTC) ของบริษัทขนาดใหญ่กำลังวิ่งนำหน้าปริมาณเหรียญที่ถูกขุดขึ้นมาใหม่แบบทิ้งห่าง นักลงทุนคริปโต อัลต์คริปโตเจมส์(AltCryptoGems) มองว่า ‘ความต้องการจากสถาบัน’ ที่พุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วนี้ กำลังตอกย้ำแนวโน้ม ‘อุปทานตึงตัว’ ภายในตลาดคริปโต โดยเฉพาะฝั่งบิตคอยน์(BTC)
ในเดือนมีนาคม บริษัทจดทะเบียนเข้าซื้อบิตคอยน์รวมกันมากกว่า 47,000 BTC คิดเป็นมูลค่าราว 3.14 พันล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 4.74 ล้านล้านวอน โดยมี สตราทีจี้(Strategy) เป็นหัวขบวน กวาดสะสมถึง 44,377 BTC เพียงรายเดียว ตัวเลขนี้เกือบ ‘เพิ่มขึ้นเท่าตัว’ เมื่อเทียบกับปริมาณซื้อของเดือนกุมภาพันธ์ที่ราว 29,590 BTC ขณะที่ในช่วงเวลาเดียวกัน ปริมาณบิตคอยน์ที่ถูกขุดออกมาใหม่มีเพียงประมาณ 13,950 BTC เท่านั้น
ช่องว่างระหว่าง ‘ดีมานด์จากสถาบัน’ กับ ‘ซัพพลายจากนักขุด’ ที่ถ่างกว้างขึ้น กำลังเสริมให้คุณสมบัติ ‘ความหายาก’ ของบิตคอยน์(BTC) เด่นชัดยิ่งขึ้น ความไม่สมดุลนี้อาจกลายเป็น ‘ตัวเร่ง’ สำคัญของความผันผวนด้านราคาในอนาคต โดยทั่วไป การสะสมขนาดใหญ่จากสถาบันมักถูกมองว่าเป็นสัญญาณของ ‘ความเชื่อมั่นระยะยาว’ ต่อมูลค่าของบิตคอยน์
ด้านข้อมูลบนเชนก็สะท้อนภาพคล้ายกัน นักวิเคราะห์ตลาด เลออน ไวด์มานน์(Leon Waidmann) ระบุว่า ปัจจุบันสัดส่วนบิตคอยน์ที่เหลืออยู่บนกระดานเทรดคิดเป็นเพียง 14.6% ของอุปทานทั้งหมด ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 2018 เป็นต้นมา ช่วงปี 2019–2022 สัดส่วนดังกล่าวเคยแกว่งอยู่ราว 16–18% ก่อนจะทยอยลดลงอย่างต่อเนื่อง จน ณ เดือนเมษายน 2026 เหลือเพียง 14.6% ตัวเลขนี้บ่งบอกว่า นักลงทุนจำนวนมากกำลังทยอยโอนเหรียญออกจากกระดานเทรด ไปเก็บรักษาเพื่อถือยาวมากขึ้น
ฝั่งอีเธอเรียม(ETH) ก็ไม่ต่างกัน สัดส่วนเหรียญที่ฝากไว้บนกระดานแลกเปลี่ยนตอนนี้อยู่ที่ราว 11% ต่ำสุดในรอบหลายปี การที่สองเหรียญหลักอย่างบิตคอยน์(BTC) และอีเธอเรียม(ETH) เดินหน้าเข้าสู่ภาวะ ‘สภาพคล่องหดตัว’ พร้อมกัน อาจถูกมองได้ว่าเป็นสัญญาณเปลี่ยนผ่านสำคัญของตลาดคริปโตโดยรวม
เมื่อประกอบกันทั้ง ‘ดีมานด์จากสถาบันที่พุ่งแรง’ ในบิตคอยน์(BTC) และ ‘อุปทานบนกระดานเทรดที่ลดลงต่อเนื่อง’ โครงสร้างตลาดกำลังค่อยๆ ขยับไปสู่ภาวะ ‘แรงกดดันด้านอุปทาน’ ที่เด่นชัดขึ้น ทิศทางราคายังไม่แน่นอน แต่แนวโน้ม ‘ซัพพลายตึงตัว’ ที่กำลังก่อตัวนี้ มีโอกาสสูงที่จะกลายเป็นตัวแปรหลักในการกำหนดราคาในระยะถัดไปของบิตคอยน์(BTC) และตลาดคริปโตทั้งหมดในวงกว้าง
ความคิดเห็น 0