บิตคอยน์(BTC) ‘วาฬ’กลับมาไล่เก็บอีกครั้งในรอบ 3 วัน ล่าสุดมีการสะสมเพิ่มราว 1หมื่น BTC ทำให้ตลาดจับตาว่านี่อาจเป็นสัญญาณ ‘เปลี่ยนเป็นขาขึ้น’ รอบใหม่ของบิตคอยน์(BTC) และช่วยพยุงบรรยากาศการลงทุนที่ซบเซาตลอดช่วงที่ผ่านมา
เมื่อวันที่ 4 (เวลาท้องถิ่น) อาลี มาร์ติเนซ(Ali Martinez) นักวิเคราะห์ข้อมูลออนเชน เปิดเผยผ่าน X ว่า ตัวชี้วัด ‘BTC Held By Whales’ ของแพลตฟอร์มซานติเมนต์(Santiment) เริ่มหันหัวขึ้นอีกครั้ง โดยตัวชี้วัดนี้ใช้ติดตามปริมาณบิตคอยน์(BTC) ที่ถูกถือครองโดยกระเป๋าที่มีอย่างน้อย 100 BTC ขึ้นไป ซึ่งมักถูกใช้เป็นดัชนีชี้วัด ‘แรงซื้อ–แรงขาย’ ของรายใหญ่ในตลาด
การเคลื่อนไหวของกระเป๋าขนาดใหญ่หรือ ‘วาฬ’ มีน้ำหนักต่อทิศทางราคาอย่างมาก เพราะปริมาณที่ถือครองอยู่สามารถสร้างแรงซื้อหรือแรงขายได้ในระดับที่เขย่าตลาดได้ทันที เมื่อ ‘วาฬ’เริ่มกลับมาสะสม จึงมักถูกตีความว่า ‘ความต้องการสินทรัพย์เสี่ยง’ เริ่มกลับมาและความเชื่อมั่นต่อบิตคอยน์(BTC) กำลังฟื้นตัว ‘ความคิดเห็น’ นักวิเคราะห์บางรายมองว่าการเก็บของรอบนี้ อาจเป็นการเตรียมตัวล่วงหน้าก่อนรอบขาขึ้นใหญ่ครั้งถัดไป หากปัจจัยมหภาคเอื้ออำนวย
ด้านซานติเมนต์(Santiment) ระบุเพิ่มเติมว่า ระดับการพูดถึงภาวะ ‘ขาลง’ ของตลาดบิตคอยน์(BTC) ในโซเชียลและช่องทางต่างๆ พุ่งขึ้นมาใกล้จุดสูงสุดนับตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ โดยเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา จำนวนข้อความเชิงลบอยู่ที่ราว 1 ข้อความต่อทุกๆ ข้อความเชิงบวก 0.81 ข้อความ สะท้อนว่าตลอดปี 2026 ตลาดคริปโตอยู่ในภาวะซึมยาว และความกังวลของนักลงทุนยังคงสูงต่อเนื่อง
ความน่าสนใจคือ ในหลายครั้งที่ ‘ความกลัว’ ของตลาดพุ่งขึ้นแรง หรือเกิดภาวะ ‘FUD’ (ความกลัว–ความไม่แน่นอน–ความสงสัย) ราคาบิตคอยน์(BTC) กลับเด้งขึ้นเร็วกว่าที่คาด ‘ความคิดเห็น’ เทรดเดอร์สายคอนทราเรียนมักมองว่าช่วงที่เสียงโหวตขาลงดังที่สุดคือจังหวะที่แรงขายใกล้หมด และอาจกลายเป็นสัญญาณ ‘จุดต่ำระยะสั้น’ ได้ แม้จะยังไม่ใช่จุดเริ่มเทรนด์ขาขึ้นรอบใหญ่ก็ตาม
อย่างไรก็ดี สัญญาณการสะสมของวาฬและบรรยากาศทางจิตวิทยาที่เริ่มเอนเอียงไปทาง ‘กลัวจนเกินเหตุ’ ยังถือว่าอยู่ในช่วงต้นเท่านั้น การรีบสรุปว่าตลาดกลับเป็นขาขึ้นอย่างเต็มตัวอาจเร็วเกินไป ปัจจุบันบิตคอยน์(BTC) เคลื่อนไหวแถว 67,400 ดอลลาร์ โดยปรับขึ้นราว 1% ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ขณะที่การเคลื่อนไหวของกลุ่มวาฬและกระแสความมองลบที่รุนแรง กำลังดันให้ตลาดเข้าสู่ช่วง ‘ทดสอบทิศทาง’ ครั้งใหม่ ซึ่งนักลงทุนต้องติดตามว่าราคาจะเลือกเบรกขึ้นต่อ หรือย่อตัวลงไปสร้างฐานใหม่ก่อนอีกรอบ
ความคิดเห็น 0