บิตคอยน์(BTC) กำลังทดสอบแนวต้านสำคัญในช่วง 82,000–86,000 ดอลลาร์ซ้ำแล้วซ้ำเล่า โดยยังไม่สามารถทะลุผ่านได้อย่างชัดเจน ขณะเดียวกันโครงสร้างกราฟแบบ ‘เบ어 แฟลก’ ที่ก่อตัวหลังทำจุดสูงสุดแถว 126,000 ดอลลาร์ยังไม่ถูกยกเลิก ทำให้โอกาส ‘กลับตัวเป็นขาลง’ ยังถูกจับตาอย่างใกล้ชิดในตลาดคริปโต
เมื่อวันที่ 13 (เวลาท้องถิ่น) ตามรายงานของ Cointelegraph นักวิเคราะห์ เกราธ โซโลเวย์(Gareth Soloway) ระบุว่า เขาได้ชี้แนวต้านบริเวณ 82,000–86,000 ดอลลาร์ล่วงหน้ามานานหลายเดือนแล้ว และตอนนี้ราคาบิตคอยน์ได้ขึ้นมาชนโซนเป้าหมายตามคาด แต่ยังไม่มีสัญญาณ ‘ทะลุแนวต้านแบบเด็ดขาด’ ให้เห็น โซโลเวย์อธิบายเพิ่มเติมว่า ระดับแนวต้านดังกล่าวซ้อนทับกับจุด ‘ฟีโบนันชี รีเทรซเมนต์ 61.8%’ ของคลื่นขาลงรอบใหญ่พอดี ทำให้โซนนี้กลายเป็น ‘จุดชี้เป็นชี้ตาย’ ของทิศทางราคาในระยะถัดไป
โซโลเวย์มองว่า หากบิตคอยน์สามารถปิดเหนือแนวต้านนี้ได้อย่างแข็งแรง มีโอกาสสูงที่จะได้เห็นการกลับไปทดสอบบริเวณ 86,000–87,000 ดอลลาร์อีกครั้ง แต่ถ้าถูกขายกลับลงมา แนวโน้ม ‘เบ어 แฟลก’ จะยังคงทำงาน และเปิดความเป็นไปได้ที่ราคาจะย้อนกลับไปทดสอบ ‘แนวรับต่ำสุดเดิม’ เขาเสริมว่า ความน่าจะเป็นฝั่งลงยังคง ‘เกิน 50%’ อยู่ แต่เมื่อแพตเทิร์นยืดเวลานานขึ้น โอกาสขาลงที่เคยประเมินไว้ราว 75% ก็ลดลงมาเหลือต่ำกว่า 70% แล้ว ‘ความคิดเห็น’ มุมมองนี้สะท้อนว่าตลาดเริ่มมีแรงซื้อสวนกลับเข้ามาพอสมควร แม้ภาพรวมยังไม่ชนะฝั่งหมีอย่างชัดเจนก็ตาม
โซโลเวย์เปิดเผยด้วยว่า ที่ระดับราคาปัจจุบัน เขาได้ทยอยขายทำกำไรบิตคอยน์(BTC) และโซลานา(SOL) ที่ถืออยู่ไปแล้ว เพื่อลดความเสี่ยงหากกราฟยืนยันสัญญาณปรับฐานลงแรงในรอบใหม่
ด้านอีเธอเรียม(ETH) แม้ผลตอบแทนระยะสั้นจะ ‘ตามหลัง’ ตลาดคริปโตหลักอยู่บ้าง แต่โครงสร้างกราฟกำลังสร้างรูปแบบ ‘ถ้วยและหูจับ (Cup and Handle)’ ซึ่งเป็นแพตเทิร์นเชิงบวกที่มักบ่งชี้ถึงโอกาส ‘กลับตัวขึ้น’ หากยืนยันตัวสำเร็จ ปัจจุบันนักวิเคราะห์บางส่วนมองว่า หากรูปแบบนี้สมบูรณ์ ราคาอาจมีโอกาสฟื้นตัวดีดกลับไปบริเวณ 2,700 ดอลลาร์ได้ อย่างไรก็ตาม ‘คำเตือนสำคัญ’ คือ เส้นแนวรับหลักที่ค้ำโครงสร้างนี้หากถูกทะลุลงอย่างชัดเจน แพตเทิร์นจะถูกมองว่า ‘ล้มเหลว’ และมีความเสี่ยงที่อีเธอเรียม(ETH) จะเผชิญการปรับฐานลึกกว่าที่คาด
ในฝั่งของริปเปิล(XRP) ก็เริ่มถูกจับตาไม่แพ้กัน XRP กำลังทดสอบ ‘เส้นแนวโน้มขาลง’ ที่ลากยาวมาตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2025 โดยจุดสัมผัสของราคาในเดือนตุลาคม 2025 และมกราคม 2026 ทำหน้าที่เป็น ‘ฐานอ้างอิง’ สำคัญของเส้นเทรนด์นี้ โซโลเวย์ระบุว่า เขายังคงถือ XRP อยู่ในพอร์ต และได้ตั้ง ‘จุดตัดขาดทุน’ ไว้ที่ 1.38 ดอลลาร์
ตามมุมมองของโซโลเวย์ หาก XRP สามารถ ‘ทะลุและยืนเหนือ’ เส้นแนวโน้มขาลงนี้ได้อย่างมั่นคง เป้าหมายถัดไปจะเปิดไปสู่บริเวณ 1.73–1.83 ดอลลาร์ แต่หากราคาไหลหลุดลงต่ำกว่า 1.38 ดอลลาร์ แผน ‘รีบาวด์เชิงบวก’ จะเริ่มอ่อนแรงลงและเสี่ยงถูกยกเลิก ‘ความคิดเห็น’ การตั้งกรอบชัดเจนทั้งด้านบนและด้านล่างช่วยให้เทรดเดอร์บริหารความเสี่ยงได้ดีขึ้นท่ามกลางสภาวะผันผวน
โดยภาพรวม ทั้งบิตคอยน์(BTC), อีเธอเรียม(ETH) และริپเปิล(XRP) ต่างกำลังยืนอยู่บน ‘ทางแยก’ ระหว่าง ‘การทะลุขึ้นต่อ’ กับ ‘การหันกลับลงอีกครั้ง’ เป็นจุดตัดสินใจสำคัญของนักลงทุนทั่วตลาด โดยเฉพาะหากบิตคอยน์(BTC) ไม่สามารถฝ่าแนวต้านหลัก 82,000–86,000 ดอลลาร์ไปได้อย่างชัดเจน บรรยากาศ ‘หลีกเลี่ยงความเสี่ยง’ อาจกลับมากดดันสินทรัพย์เสี่ยงทั่วทั้งตลาดคริปโต ส่งผลให้ช่วงนี้นักลงทุนควรให้ความสำคัญกับระดับราคาและสัญญาณเทคนิคในบริเวณหัวเลี้ยวหัวต่อมากเป็นพิเศษ
ความคิดเห็น 0