Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

ผู้เชี่ยวชาญชี้ ริปเปิล(XRP) จ่อท้าชิง SWIFT ขึ้นแท่นโครงสร้างหลักโอนเงินข้ามพรมแดน

ผู้เชี่ยวชาญคริปโตชี้ ‘ริปเปิล(XRP)’ มีโอกาสขึ้นแท่นโครงสร้างหลักในตลาดโอนเงินระหว่างประเทศ หากระบบการชำระเงินข้ามพรมแดนอย่าง ‘SWIFT’ ไม่เร่งยกระดับเทคโนโลยีให้เท่าทัน ด้านตลาดจับตาอย่างใกล้ชิดว่าศึกชิงความเป็นผู้นำด้านโครงสร้างพื้นฐานการชำระเงินทั่วโลกจะไปจบที่ใครระหว่างเครือข่ายเก่ากับสินทรัพย์ดิจิทัลรุ่นใหม่อย่าง ‘XRP’

เมื่อวันที่ 13 (เวลาท้องถิ่น) ผู้เชี่ยวชาญด้านคริปโตชื่อ ชาร์ูซาน(CharuSan) โพสต์ผ่าน X ระบุว่า ระบบของ ‘SWIFT’ มีความซับซ้อน ดำเนินการล่าช้า และกำลังสูญเสียความสามารถในการแข่งขัน ในทางกลับกัน ‘ริปเปิล(XRP)’ และเทคโนโลยี ‘On-Demand Liquidity (ODL)’ สามารถหมุนเวียนสภาพคล่องของธนาคารได้ภายในไม่กี่วินาที ทำให้ต้นทุนและเวลาการโอนเงินระหว่างประเทศลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

เขาอธิบายว่า ‘XRP’ ช่วยให้ธนาคารและสถาบันการเงินทำธุรกรรมได้รวดเร็วขึ้นและมีค่าธรรมเนียมน้อยลง ลดภาระด้านต้นทุนระบบหลังบ้านของธนาคาร โดยชี้ว่าในเชิงเทคนิค ซอฟต์แวร์ของธนาคารหลักๆ ทั่วโลกจำนวนมากได้เชื่อมต่อกับโครงสร้างของริปเปิลอยู่แล้ว จึงสามารถนำ ‘XRP’ มาใช้งานจริงได้โดยไม่ต้องปรับปรุงระบบครั้งใหญ่

ชาร์ูซานมองว่า ธนาคารกว่า 13,000 แห่งทั่วโลกไม่จำเป็นต้องถูกเกลี้ยกล่อมทีละแห่ง หากมีการอัปเดตระบบครั้งใหญ่เพียง ‘หนึ่งครั้ง’ ก็อาจทำให้สถาบันการเงินส่วนใหญ่เชื่อมต่อเข้ากับเครือข่ายที่ใช้ ‘XRP’ ได้ทันที เขาระบุว่า จุดตัดสินอนาคตของ ‘SWIFT’ อยู่ที่ว่า จะยอมอยู่ในฐานะ ‘บริการส่งข้อความทางการเงิน’ แบบดั้งเดิม หรือจะเปิดทางให้ ‘XRP’ ทำหน้าที่เป็นเลเยอร์สภาพคล่อง (liquidity layer) เพื่อให้ระบบของตนสอดคล้องกับสภาพแวดล้อมการเงินยุคใหม่ โดยเขาถึงขั้นมองว่าการบูรณาการ ‘XRP’ อาจกลายเป็นกลยุทธ์เพื่อความอยู่รอดของ SWIFT ในระยะยาว

อย่างไรก็ดี ‘SWIFT’ เองก็กำลังเร่งปรับตัว บริษัทอยู่ระหว่างพัฒนาระบบกระจายศูนย์บนเทคโนโลยีบล็อกเชนร่วมกับคอนเซนซิส(ConsenSys) และกลุ่มธนาคารขนาดใหญ่ โดยใช้เครือข่ายเลเยอร์2 ‘ลิเนีย(Linea)’ บน ‘อีเธอเรียม(ETH)’ เป้าหมายคือขยายจากการเป็นแพลตฟอร์ม ‘ส่งข้อความธุรกรรม’ ไปสู่การเป็นเลเยอร์สำหรับ ‘การดำเนินการและชำระธุรกรรม’ ที่รองรับการชำระเงินข้ามพรมแดนแบบ 24 ชั่วโมงเต็ม

อย่างไรก็ตาม ชาร์ูซานแย้งว่าลิเนีย(Linea)มีโครงสร้างที่ต่างจาก ‘XRP’ อย่างมีนัยสำคัญ โดยลิเนียใช้โมเดลรวมธุรกรรมแล้วส่งไปให้เครือข่ายอีเธอเรียมตรวจสอบและยืนยัน จึงไม่สามารถนับเป็นเครื่องมือจัดหาสภาพคล่องโดยตรง เขามองว่าแนวทางนี้อาจไม่สามารถแข่งขันกับ ‘XRP’ ได้ทั้งในแง่ความเร็วและต้นทุนของการโอนเงินระหว่างประเทศ ‘ความคิดเห็น’ เขาชี้ว่าจุดแข็งเชิงโครงสร้างของ XRP อยู่ที่การใช้โทเค็นเป็นสะพานสภาพคล่องระหว่างสกุลเงินต่างๆ โดยตรง ไม่ใช่เพียงการเพิ่มชั้นการประมวลผลธุรกรรมบนบล็อกเชน

ในมุมมองของนักวิเคราะห์ตลาด ‘การทดลองบล็อกเชนของ SWIFT’ กับ ‘การขยายการใช้งานจริงของริปเปิล(XRP)’ กำลังทำให้สมรภูมิชิง ‘อำนาจนำด้านการโอนเงินระหว่างประเทศ’ ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ หลายฝ่ายคาดว่าการแข่งขันนี้จะเป็นตัวเร่งให้ธนาคารและผู้ให้บริการชำระเงินรายใหญ่ต้องตัดสินใจเร็วขึ้นว่า จะยึดติดกับโครงสร้างเดิม ปรับใช้โซลูชันบล็อกเชนของผู้เล่นเก่าอย่าง SWIFT หรือหันมาใช้สินทรัพย์ดิจิทัลที่ออกแบบมาเพื่อสภาพคล่องอย่าง ‘XRP’

ณ วันรายงาน ราคาของริปเปิล(XRP) อยู่ที่ 1.41 ดอลลาร์ ลดลงมากกว่า 4% ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา สวนทางกับกระแสคาดหวังต่อ ‘ศักยภาพเชิงเทคโนโลยี’ ของ XRP ที่ยังคงสูงในหมู่นักลงทุน ‘ความคิดเห็น’ ภาพรวมสะท้อนว่าตลาดอาจยังไม่ให้มูลค่าเต็มกับความเป็นไปได้ที่ XRP จะมีบทบาทในโครงสร้างพื้นฐานการชำระเงินระดับโลก แต่การถกเถียงเรื่องอนาคตของระบบโอนเงินระหว่างประเทศระหว่างค่าย SWIFT และริปเปิลยังคงดำเนินต่อไปอย่างเข้มข้น

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1