Echo Protocol ถูกแฮ็กคีย์ผู้ดูแลระบบ ส่งผลให้มีการมินต์ ‘eBTC’ โดยไม่ได้รับอนุญาตมูลค่าราว 76.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1,157억원 (คำนวณจากอัตราแลกเปลี่ยน 1 ดอลลาร์เท่ากับ 1,508.80 วอน ณ วันที่ 20) เหรียญ ‘ปลอม’ เหล่านี้กลายเป็นชนวนให้โทเค็น ECHO ร่วงหนัก หลังตลาดรับรู้ว่าโปรโตคอลสูญเสียการควบคุมต่อการออกโทเค็น
เหตุการณ์ครั้งนี้ไม่ได้มาจาก ‘บั๊กระบบ’ ทั่วไป แต่เกิดจากสิทธิ์ระดับแอดมินถูกเจาะจนข้อจำกัดการมินต์ถูกทำให้ไร้ผล แฮ็กเกอร์ใช้ช่องนี้มินต์ eBTC ประมาณ 1,000 เหรียญโดยไม่ต้องวางหลักประกัน จากนั้นนำ eBTC ที่สร้างขึ้นไปฝากในแพลตฟอร์มปล่อยกู้ เช่น Curvance เพื่อกู้ยืมเหรียญห่อบิตคอยน์(WBTC) ออกมา
สินทรัพย์ที่ได้ถูกบริดจ์และเคลื่อนย้ายผ่านหลายเครือข่าย ก่อนจะถูกแปลงเป็นอีเธอเรียม(ETH) ในขั้นตอนต่อมา มีเบาะแสว่าบางส่วนถูกส่งต่อเข้าโปรโตคอลปกปิดธุรกรรมอย่าง ทอร์นาโดแคช(Tornado Cash) เพื่อทำให้การติดตามเงินยากขึ้น
จากการวิเคราะห์บนบล็อกเชน พบว่ายังมี eBTC ราว 955 เหรียญที่คงค้างอยู่ในกระเป๋าของผู้โจมตี หมายความว่าส่วนใหญ่ของเหรียญที่ถูกมินต์อย่างผิดกฎหมายยังไม่ถูกกู้คืน ‘ความคิดเห็น’ สถานการณ์นี้สร้างความไม่แน่นอนต่อทั้งโปรโตคอลและผู้ใช้ และกลายเป็นแรงกดดันขาย ECHO อย่างรุนแรง จนราคาปรับตัวลดลงเป็นเปอร์เซ็นต์เลขสองหลักในเวลาอันสั้น เมื่อความน่าเชื่อถือของสินทรัพย์ที่ใช้เป็นหลักประกันสั่นคลอน ความเสี่ยงด้านหนี้เสียในตลาดสินเชื่อที่เกี่ยวข้องก็ถูกจับตามองมากขึ้น
Echo Protocol ระบุว่ามีการหยุดการทำงานด้านครอสเชนชั่วคราวและเริ่มการสอบสวนเพื่อสกัดความเสียหายเพิ่มเติม ทั้งนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวไม่ได้มาจากปัญหาพื้นฐานของบล็อกเชน Monad เอง แต่เป็นช่องโหว่ในระบบจัดการสิทธิ์ของ Echo Protocol ‘ความคิดเห็น’ กรณีนี้ตอกย้ำว่าคีย์ส่วนกลางหรือคีย์แอดมินที่รวมศูนย์ยังเป็นความเสี่ยงใหญ่ของโปรโตคอลคริปโต และในหลายกรณีอันตรายยิ่งกว่าช่องโหว่ของสมาร์ตคอนแทรกต์เสียอีก
ความคิดเห็น 0