Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

Crypto.com ชี้ 5 ปัจจัยทำ บิตคอยน์(BTC) ผันผวนหนัก พร้อมแนะกลยุทธ์รับมือตลาดคริปโต

Crypto.com ชี้ 5 ปัจจัยทำ บิตคอยน์(BTC) ผันผวนหนัก พร้อมแนะกลยุทธ์รับมือตลาดคริปโต / Tokenpost

‘บิตคอยน์(BTC)’

กลับมาเป็นประเด็นสำคัญของตลาดอีกครั้ง หลังงานวิจัยของ Crypto.com ชี้ว่า ความผันผวนของสินทรัพย์ดิจิทัลเบอร์หนึ่งของโลกไม่ได้เกิดจากการขึ้นลงของราคาเพียงอย่างเดียว แต่เป็นผลจากหลายปัจจัยที่ซ้อนทับกัน ทั้งโครงสร้างอุปทานที่จำกัด ความไม่แน่นอนด้านกฎระเบียบ จิตวิทยานักลงทุน อิทธิพลของผู้ถือรายใหญ่ และการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยี ท่ามกลางตลาดคริปโตที่ราคาแกว่งแรงได้หลายรอบในวันเดียว รายงานระบุว่าความผันผวนเป็นทั้ง ‘ความเสี่ยง’ และ ‘โอกาส’ ในเวลาเดียวกัน ทำให้นักลงทุนจำเป็นต้องเข้าใจทั้งต้นตอและวิธีรับมือ

ตามรายงานของ Crypto.com Research ระบุว่า ปัจจัยแรกที่ผลักดัน ‘บิตคอยน์(BTC)’ ให้ผันผวนมากกว่าสินทรัพย์ดั้งเดิม คืออุปทานที่มีอยู่จำกัด โดยบิตคอยน์ถูกออกแบบให้มีจำนวนสูงสุดเพียง 21 ล้านเหรียญเท่านั้น ส่งผลให้เมื่ออุปสงค์เปลี่ยนเพียงเล็กน้อย ราคาก็อาจตอบสนองอย่างรุนแรงได้ทันที หากมีแรงหนุนจากเม็ดเงินสถาบัน ภาวะเศรษฐกิจมหภาค หรือการกลับมารับความเสี่ยงของนักลงทุน ราคาอาจพุ่งขึ้นแรงจากข้อจำกัดด้านอุปทาน แต่ในทางกลับกัน หากความต้องการลดลง แรงขายก็สามารถกดดันตลาดได้รวดเร็วเช่นกัน

อีกปัจจัยสำคัญคือความไม่ชัดเจนด้านกฎระเบียบ แม้หลายประเทศเริ่มเดินหน้าผลักดันให้คริปโตเข้าสู่ระบบการเงินที่เป็นทางการมากขึ้น แต่กรอบกำกับดูแลยังแตกต่างกันในแต่ละพื้นที่ และยังไม่ถือว่าสมบูรณ์ ข่าวเชิงบวกอย่างการอนุมัติกองทุน ETF แบบสปอตสามารถกระตุ้นแรงซื้อได้ทันที ขณะที่ข่าวด้านลบ เช่น การจำกัดการซื้อขายหรือเข้มงวดกับการขุด กลับสร้างแรงกดดันต่อความเชื่อมั่นอย่างรวดเร็ว รายงานมองว่าเรื่องกฎระเบียบยังเป็นตัวเร่งสำคัญที่ทำให้ ‘บิตคอยน์(BTC)’ แกว่งแรงในระยะสั้น

นอกจากนี้ จิตวิทยาตลาดและความเร็วของการกระจายข้อมูลก็มีบทบาทไม่น้อย ตลาดคริปโตเปิดทำการตลอด 24 ชั่วโมง และข้อมูลสามารถแพร่กระจายได้แทบจะทันทีผ่านโซเชียลมีเดียและชุมชนออนไลน์ ทำให้ข่าวลือ ความกังวลเรื่องการแฮ็กของแพลตฟอร์มซื้อขาย หรือแม้แต่คำพูดจากบุคคลที่มีอิทธิพล สามารถเปลี่ยนอารมณ์ของตลาดได้ในเวลาอันสั้น รายงานระบุว่า พฤติกรรมแบบ ‘ไล่ซื้อด้วยความกลัวตกขบวน’ และ ‘เทขายเพราะความตื่นตระหนก’ มักเกิดขึ้นต่อเนื่องและทำให้ความผันผวนของราคาเด่นชัดยิ่งขึ้น

ขนาดตลาดและอิทธิพลของผู้ถือรายใหญ่ หรือที่นักลงทุนมักเรียกว่า ‘วาฬ’ ก็เป็นอีกเหตุผลที่มองข้ามไม่ได้ แม้บิตคอยน์จะเป็นคริปโตที่มีมูลค่าตลาดสูงที่สุด แต่เมื่อเทียบกับสินทรัพย์ในตลาดการเงินแบบดั้งเดิมแล้ว ความลึกของตลาดยังถือว่าจำกัดอยู่พอสมควร ส่งผลให้การเคลื่อนย้ายเหรียญจำนวนมาก หรือธุรกรรมผิดปกติในบางแพลตฟอร์ม สามารถส่งผลต่อราคาได้เกินสัดส่วน โดยเฉพาะในช่วงที่สภาพคล่องบางลง แรงซื้อหรือแรงขายก้อนใหญ่ยิ่งทำให้ราคาเหวี่ยงแรง และเพิ่มแรงกดดันต่อนักลงทุนรายย่อยอย่างชัดเจน

ในด้านเทคโนโลยี รายงานระบุว่าการอัปเกรดเครือข่าย การทำฮาร์ดฟอร์ก การยกระดับความปลอดภัย การปรับปรุงความสามารถในการรองรับธุรกรรม รวมถึงประเด็นเรื่องประสิทธิภาพการขุด ล้วนเชื่อมโยงกับความเชื่อมั่นของตลาดโดยตรง หากการเปลี่ยนแปลงทางเทคนิคถูกมองในเชิงบวก ก็อาจนำไปสู่การประเมินมูลค่าใหม่ในระยะยาว แต่หากนักลงทุนมองเห็นความเสี่ยงหรือความไม่แน่นอนเพิ่มขึ้น ก็อาจรีบสะท้อนความกังวลผ่านราคาได้ทันที รายงานจึงมองว่าปัจจัยด้านเทคโนโลยีไม่ได้เป็นเพียงประเด็นของนักพัฒนาอีกต่อไป แต่กลายเป็นตัวแปรสำคัญในกระบวนการกำหนดราคาของ ‘บิตคอยน์(BTC)’

สำหรับแนวทางรับมือกับความผันผวน Crypto.com แนะนำให้นักลงทุนใช้เครื่องมือวิเคราะห์ทางเทคนิคเพื่อสร้างระบบตัดสินใจที่มีวินัยมากขึ้น เช่น ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ หรือ MA, ดัชนีความแข็งแกร่งสัมพัทธ์ หรือ RSI และ Bollinger Bands เพื่อกำหนดจุดเข้าออกตามสัญญาณที่ชัดเจน แทนที่จะไล่ซื้อเมื่อราคาเริ่มพุ่งหรือรีบขายเพราะความกลัว วิธีนี้ช่วยลดการตัดสินใจจากอารมณ์ และทำให้การรับมือกับตลาดที่เคลื่อนไหวเร็วมีความสม่ำเสมอมากขึ้น

อีกเครื่องมือที่รายงานเน้นอย่างชัดเจนคือการตั้ง ‘จุดตัดขาดทุน’ หรือ stop-loss เพื่อจำกัดความเสียหายหากราคาไม่เป็นไปตามแผน ในตลาดที่มีความผันผวนสูง การปล่อยให้การขาดทุนบานปลายเพียงครั้งเดียวอาจกระทบทั้งพอร์ตได้อย่างหนัก รายงานชี้ว่าแม้นักลงทุนจะไม่สามารถควบคุมความผันผวนของตลาดได้ แต่ยังสามารถควบคุมขนาดของความเสียหายได้ผ่านการบริหารความเสี่ยงที่เหมาะสม

สำหรับผู้ลงทุนระยะยาว รายงานยังแนะนำกลยุทธ์ DCA หรือการทยอยลงทุนด้วยจำนวนเงินที่เท่ากันในช่วงเวลาสม่ำเสมอ วิธีนี้ช่วยลดภาระในการพยายามจับจังหวะต่ำสุดหรือสูงสุดของตลาด และทำให้ต้นทุนเฉลี่ยมีความราบเรียบมากขึ้น ในภาวะที่ ‘บิตคอยน์(BTC)’ แกว่งตัวแรง กลยุทธ์ลักษณะนี้สามารถช่วยลดความผิดพลาดจากการจับจังหวะตลาด และเอื้อต่อการถือครองในระยะยาวได้ดีกว่า

รายงานยังเสนอให้กระจายความเสี่ยงของพอร์ต แทนที่จะถือบิตคอยน์เพียงอย่างเดียว นักลงทุนอาจแบ่งสัดส่วนไปยังสินทรัพย์ที่มีความสัมพันธ์กันน้อยกว่า เช่น สเตเบิลคอยน์ หรือสินทรัพย์แบบดั้งเดิม เพื่อช่วยลดการปรับตัวลงสูงสุดของพอร์ตในช่วงตลาดอ่อนแรง แม้แนวทางนี้อาจทำให้ผลตอบแทนในช่วงขาขึ้นไม่หวือหวาเท่าการทุ่มลงทุนในสินทรัพย์เดียว แต่ก็ช่วยเพิ่มความสามารถในการรักษามูลค่าทุนได้ดีกว่าในช่วงขาลง

“ความคิดเห็น” จากรายงานมองว่า การพยายามหลีกเลี่ยงความผันผวนโดยสิ้นเชิงอาจไม่ใช่ทางเลือกที่สมจริงในตลาดคริปโต สิ่งที่ทำได้มากกว่าคือการยอมรับว่าความผันผวนเป็นส่วนหนึ่งของตลาด และวางระบบบริหารความเสี่ยงให้เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่รับได้

ท้ายที่สุด ความผันผวนของ ‘บิตคอยน์(BTC)’ สะท้อนทั้งจุดเปราะบางและศักยภาพการเติบโตของตลาดคริปโตในเวลาเดียวกัน เพราะราคาของมันถูกขับเคลื่อนจากหลายองค์ประกอบพร้อมกัน ไม่ว่าจะเป็นอุปทาน กฎระเบียบ อารมณ์ตลาด โครงสร้างผู้เล่น และการพัฒนาเทคโนโลยี แม้ในระยะยาวตลาดอาจค่อย ๆ เติบโตจนความผันผวนลดลง แต่ในระยะนี้ ‘บิตคอยน์(BTC)’ ยังเป็นสินทรัพย์ที่นักลงทุนต้องให้ความสำคัญกับการศึกษาข้อมูลล่วงหน้า วางแผนอย่างเป็นระบบ และใช้วินัยในการลงทุนอย่างเคร่งครัดเสมอ

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1