ก่อนครบรอบ 16 ปี ‘วันพิซซ่าบิตคอยน์(Bitcoin Pizza Day)’ แพลตฟอร์มซื้อขายคริปโตระดับโลก ‘줌엑스(Zoomex)’ เปิดตัวแคมเปญ ‘Pizza Week’ หนุนแนวคิด ‘การใช้งานจริง’ ของ ‘บิตคอยน์(BTC)’ และสินทรัพย์ดิจิทัล ชูภาพการขยายตัวจากสินทรัพย์เพื่อเก็งกำไร สู่บทบาท ‘สื่อกลางในการชำระเงิน’ ที่ใช้ได้ในชีวิตประจำวัน
ในแคมเปญนี้ 줌엑스ดันบริการหลักของแพลตฟอร์มขึ้นหน้าแรกเต็มรูปแบบ ทั้ง ‘줌카드(ZoomCard)’, ‘줌엑스스탁스(ZoomexStocks)’ และ ‘0-코스트 트레이딩 컴페티션’ เป้าหมายคือสร้างระบบนิเวศที่โฟกัส ‘การใช้จริง’ ให้ผู้ใช้เข้าถึง ‘สินทรัพย์อ้างอิงหุ้น’ และนำคริปโตไปใช้จ่ายได้ใกล้เคียงกับการจ่ายเงินจริง เพียงแค่มีบัญชีกับแพลตฟอร์มคริปโต ไม่ต้องเปิดบัญชีหลักทรัพย์หรือบัญชีธนาคารเพิ่ม
ต้นกำเนิดของ ‘วันพิซซ่าบิตคอยน์’ ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2010 นักพัฒนาชาวฟลอริดา ลาซโล ฮายเน็อซ(Laszlo Hanyecz) โพสต์ในฟอรั่ม ‘บิตคอยน์ทอล์ก(BitcoinTalk)’ ขอซื้อพิซซ่า 2 ถาดด้วยราคา 1만 BTC ข้อเสนอนี้มีผู้ใช้จากสหราชอาณาจักรตอบรับ ทำให้เกิดการชำระเงินด้วย ‘บิตคอยน์’ ครั้งแรกในโลกมูลค่าประมาณ 41 ดอลลาร์ในตอนนั้น แม้ภายหลังราคาบิตคอยน์จะพุ่งสูงจนมูลค่าพิซซ่าชุดนั้นกลายเป็นที่พูดถึงไม่รู้จบ แต่ในมุมของอุตสาหกรรมคริปโต นี่คือ ‘ธุรกรรมชำระเงินครั้งแรก’ ที่พิสูจน์ว่า ‘สินทรัพย์ดิจิทัลสามารถทำหน้าที่เหมือนเงินได้จริง’
줌엑스หยิบจุดนี้มาขยายความใหม่ เฟร์นันโด ริโย มาร์เก็ตติ้งไดเรกเตอร์ของ 줌엑스 ระบุว่า “ช่วง 16 ปีที่ผ่านมา วงการสนใจอยู่อย่างเดียวว่าพิซซ่ามื้อนั้นวันนี้มูลค่าเท่าไร” พร้อมเสริมว่า ‘คำถามที่สำคัญจริงๆ คือ บิตคอยน์เชื่อมต่อกับชีวิตประจำวันได้หรือไม่’ เขามองดีลของลาซโลไม่ใช่ ‘การขาดทุน’ แต่เป็น ‘หลักฐานว่าความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีทำงานได้จริง’ ‘ความคิดเห็น’ มุมมองนี้สอดคล้องกับแนวโน้มปัจจุบันที่แพลตฟอร์มต่างๆ เร่งผลักคริปโตออกจากกราฟราคา สู่บทบาทเครื่องมือทางการเงินที่ใช้งานได้จริง
ภาพรวมตลาดก็เปลี่ยนจากยุคแรกไปไกล ปัจจุบันบริษัทลงทุนอย่าง ‘สตราทีจี้(Strategy)’ ถือครองบิตคอยน์มากถึง 818,869 BTC ขณะที่รัฐบาลสหรัฐยังคงสะสมบิตคอยน์เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์สำรองสินทรัพย์ดิจิทัล มูลค่ารวมตลาดคริปโตทั่วโลกขยับขึ้นมาแถว ‘2.5–2.7 ล้านล้านดอลลาร์’ โดย ‘บิตคอยน์’ ยังคงครองสัดส่วนราว 60% ของทั้งตลาด สะท้อนชัดว่า ‘คริปโตไม่ได้ยืนอยู่ขอบตลาดอีกต่อไป’ แต่เริ่มถูกมองเป็นส่วนหนึ่งของระบบการเงินโลก
ฝั่งการชำระเงินด้วยคริปโตเองก็ขยายตัวเร็วไม่แพ้กัน ยอดใช้จ่ายผ่าน ‘บัตรจ่ายเงินด้านคริปโต’ รายเดือน เพิ่มจากราว 100 ล้านดอลลาร์เมื่อต้นปี 2023 มาแตะระดับกว่า 1.5 พันล้านดอลลาร์ปลายปี 2025 และเมื่อเทียบปีต่อปี ณ มีนาคม 2026 พุ่งขึ้นถึง 211% นอกจากนี้ ประมาณ ‘หนึ่งในสี่ของผู้ใหญ่ในสหรัฐ’ ใช้คริปโตในการใช้จ่ายทั่วไป การโอนเงิน และการจัดการทรัพย์สิน ‘ความคิดเห็น’ ตัวเลขเหล่านี้ชี้ว่าความคิดเรื่อง ‘คริปโตเพื่อการใช้งานจริง’ ไม่ได้เป็นเพียงสโลแกนอีกต่อไป แต่กำลังถูกใช้ในชีวิตประจำวันเป็นวงกว้าง
ผลิตภัณฑ์อย่าง ‘줌카드(ZoomCard)’ ถูกออกแบบมาเพื่อเกาะกระแสนี้โดยตรง บัตรรองรับหลายสกุลเงินหลัก ทั้งดอลลาร์สหรัฐ ยูโร ฟรังก์สวิส ดอลลาร์สิงคโปร์ ดอลลาร์ฮ่องกง และเงินเยนญี่ปุ่น และสามารถเชื่อมต่อกับ ‘Apple Pay’, ‘Google Pay’ และ ‘Samsung Pay’ ทำให้ผู้ใช้สามารถจ่ายเงินด้วยสินทรัพย์ดิจิทัลผ่านโครงสร้างพื้นฐานการชำระเงินที่คุ้นเคยได้ทันที
ขณะเดียวกัน ‘줌엑스스탁스(ZoomexStocks)’ เปิดโอกาสให้ผู้ใช้ซื้อขาย ‘สินทรัพย์อ้างอิงหุ้นสหรัฐ’ อย่าง แอปเปิล(AAPL), เทสลา(TSLA), เอนวีเดีย(NVDA) ได้โดยไม่ต้องเปิดบัญชีหลักทรัพย์แยกต่างหาก โครงสร้างนี้อาศัยความร่วมมือกับบริษัทชำระเงินรายใหญ่และสถาบันการเงิน เพื่อผลักดัน ‘การใช้งาน’ ของสินทรัพย์ดิจิทัล ให้ก้าวไปไกลกว่าการเทรดบนกระดานแลกเปลี่ยน
ภายใต้แคมเปญ ‘Pizza Week’ 줌엑สเตรียมกระจายกิจกรรมผ่านโซเชียลมีเดียทั่วโลก จัดเสวนาแบบพาเนล กิจกรรมรางวัลสำหรับคอมมูนิตี้ และคอนเทนต์เฉพาะพื้นที่ตามแต่ละภูมิภาค แนวทางนี้ถูกวางเป็นกลยุทธ์เพื่อเชื่อมต่อ ‘คริปโต’ เข้ากับภาพของ ‘การชำระเงินและกิจกรรมทางการเงินจริง’ แทนการเป็นเพียงกราฟราคาในหน้าจอเทรด
วันนี้ ‘วันพิซซ่าบิตคอยน์’ จึงไม่ได้เป็นเพียงวันระลึกถึงพิซซ่า 2 ถาดที่ราคาแพงที่สุดในประวัติศาสตร์อีกต่อไป แต่กลายเป็น ‘สัญลักษณ์’ ที่สะท้อนให้เห็นว่าตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลเดินทางมาไกลแค่ไหน จากโพสต์เล็กๆ บนฟอรั่มสู่ระบบนิเวศการเงินใหม่ ที่ผลักดันให้ ‘บิตคอยน์(BTC)’ และคริปโตอื่นๆ เข้าใกล้การเป็น ‘เงินที่ใช้ได้จริง’ มากขึ้นทุกปี
ความคิดเห็น 0