NUVA เปิดตัวแพลตฟอร์ม ‘โทเคนไนซ์สินทรัพย์ทางการเงิน’ ชิงส่วนแบ่งตลาดด้วยการอ้างอิงสินทรัพย์มูลค่ารวมราว 190억 달러 หรือประมาณ 28.5 ล้านล้านวอน โดยชูจุดขายเชื่อม ‘การเงินดั้งเดิม’ เข้ากับ ‘ดิไฟ(DeFi)’ ภายใต้กรอบกำกับดูแลที่ชัดเจน มุ่งเป็นสะพานเชื่อมระหว่างสถาบันการเงินแบบเดิมกับโลกคริปโต
NUVA เริ่มต้นด้วยการนำสินทรัพย์จากบริษัท ฟิกเกอร์ 테크놀로지스 ซึ่งรวมถึง ‘สินเชื่อบ้านแบบใช้บ้านเป็นหลักประกัน (HELOC)’ และพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ มูลค่ารวมราว 190억 달러 มา ‘โทเคนไนซ์’ และวางบนแพลตฟอร์มที่สร้างบนบล็อกเชนอีเธอเรียม(ETH) แพลตฟอร์มนี้ตั้งเป้าเป็นมาร์เก็ตเพลซแบบ ‘ไม่ยึดติดเชน (chain-agnostic)’ เชื่อมต่อระหว่างผู้ออกและนักลงทุนที่มองหาสินทรัพย์โทเคนที่สร้างรายได้ประจำ
แอน서니 โมโร(Anthony Moro) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ระบุว่า “ภายใน 10 ปีข้างหน้า สินทรัพย์ทางการเงินทั้งหมดจะถูกโทเคนไนซ์” สะท้อนความเชื่อมั่นต่อ ‘ความเร็วของการเปลี่ยนผ่าน’ ของตลาด นอกจากนี้ NUVA ยังร่วมมือกับ ‘애니모카 브랜즈’ เพื่อขยายการกระจายสินทรัพย์ผ่านเครือข่ายคริปโตระดับโลกอีกด้วย
ความแตกต่างสำคัญของ NUVA คือการเลือก ‘ยอมรับกฎระเบียบ’ แทนที่จะ ‘หลีกเลี่ยงกำกับดูแล’ บริษัทออกแบบโครงสร้าง ‘โทเคนหลักทรัพย์’ ให้อยู่ในกรอบกฎหมายตั้งแต่ต้น เพื่อเพิ่มความสะดวกในการเข้ามาลงทุนของนักลงทุนสถาบัน โดย ‘สินค้าหลัก’ คือโครงสร้าง ‘สเตเบิลที่สร้างรายได้’ ซึ่งขึ้นทะเบียนกับคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐ(SEC) ภายใต้กฎหมายกองทุนรวมสหรัฐปี 1940 โครงสร้างนี้ถูกมองว่าสามารถลด ‘ความไม่แน่นอนด้านกฎหมาย’ ที่ยังเป็นประเด็นถกเถียงในสภาคองเกรสสหรัฐเกี่ยวกับโมเดลสเตเบิลคอยน์ที่ให้ผลตอบแทน
พร้อมกันนี้ NUVA ยังเร่งแปลงสินทรัพย์ในโลกจริง(RWA) เช่น ‘สินเชื่ออสังหาริมทรัพย์’ ให้กลายเป็นโทเคนบนบล็อกเชน เพื่อให้โอนและซื้อขายได้คล่องตัวขึ้น แนวทางคือการนำสินทรัพย์แบบ ‘permissioned’ หรือทรัพย์สินที่อยู่ภายใต้การอนุญาตและกำกับดูแล มาอยู่บนเชน โดยยังคง ‘เฟรมเวิร์กกำกับดูแล’ เอาไว้
โมโร CEO ทำงานที่ BNY멜론 มากว่า 22 ปี และเคยดูแลธุรกิจ ‘Global Depositary Receipts/ADR’ เขาเปรียบเทียบโครงสร้าง ADR กับโทเคนในโลกคริปโตว่า “ในแก่นแท้แล้วคล้ายกัน เพราะเป็นการเปลี่ยน ‘รูปแบบของสิทธิในสินทรัพย์’ ให้สามารถซื้อขายได้ง่ายขึ้น” เขามองว่า ‘บล็อกเชน’ ช่วยลดทอนขั้นตอนที่เคยจำเป็นในโลกการเงินดั้งเดิม ไม่ว่าจะเป็นการรับฝาก การชำระราคา และการเป็นนายหน้า เขายังเปรียบตลาดปัจจุบันกับ ‘ยุคเริ่มต้นของตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก’ และย้ำว่า “ตอนนี้คือจุดเปลี่ยนสำคัญ”
ในด้านดีมานด์ NUVA เล็งเป้าหลักไปที่ ‘นักลงทุนต่างชาติที่ต้องการสินทรัพย์สกุลดอลลาร์ที่ให้ผลตอบแทน’ โดยมองว่าหลายประเทศยังเข้าถึงสินทรัพย์คุณภาพจากสหรัฐได้จำกัด สินทรัพย์โทเคนที่อ้างอิง ‘สินเชื่ออสังหาฯ ในสหรัฐ’ จึงกลายเป็นทางเลือกใหม่ เพราะผู้ลงทุนในพื้นที่ที่ระบบธนาคารไม่แข็งแรงสามารถเข้าถึงได้ เพียงมี ‘กระเป๋าคริปโต’ ก็ลงทุนได้ตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งปี โดยไม่ติดข้อจำกัดเวลาซื้อขายแบบตลาดการเงินเดิม ‘ความคิดเห็น’ แนวคิดนี้ยังช่วยลดการพึ่งพาสภาพแวดล้อมกำกับดูแลภายในสหรัฐ และเพิ่มโอกาสขยายตัวในระดับโลก
NUVA ยังเตรียมเปิดตัว ‘โทเคนแพลตฟอร์ม’ ที่จะเชื่อมโยงกับ ‘สิทธิความเป็นเจ้าของแพลตฟอร์ม’ และ ‘ส่วนแบ่งรายได้ค่าธรรมเนียม’ โดยตั้งเป้า ‘จัดสรรโทเคนมากกว่า 50% ให้ผู้ใช้งาน’ ปัจจุบันผู้ใช้สามารถสะสมแต้มจากกิจกรรมบนแพลตฟอร์ม ซึ่งในอนาคตจะแปลงเป็นโทเคน NUVA ได้ แม้ตลาดจะมีตัวอย่างโครงการออกโทเคนที่ทำผลงานได้น่าผิดหวังในช่วงหลัง แต่บริษัทเชื่อว่า ‘โครงสร้างที่ผูกกับรายได้จากสินทรัพย์ในโลกจริง’ จะเป็นจุดแตกต่างที่สำคัญ
เมื่อกระแส ‘โทเคนไนซ์สินทรัพย์’ และ ‘RWA’ เริ่มเดินหน้าแบบจริงจัง การเคลื่อนไหวของ NUVA จึงถูกจับตาในฐานะกรณีศึกษาว่าจะสามารถหาจุดสมดุลระหว่าง ‘กฎระเบียบ’ และ ‘บล็อกเชน’ ได้มากน้อยแค่ไหน คำถามคือ ‘ตลาด’ และโดยเฉพาะนักลงทุนสถาบัน จะยอมรับโมเดลนี้ด้วยความเร็วระดับใด ซึ่งอาจเป็นตัวกำหนดทิศทางของตลาดโทเคนไนซ์การเงินในระยะถัดไป
ความคิดเห็น 0